
‘จิรายุ-คริส’ บุกป.ป.ช.ยื่นเอาผิด ‘ชัชชาติ’ ผิดม.157 ตามประมวลกฎหมายอาญา หลังพบพฤติการณืไม่ปฏิบัติตามมติ ก.พ.ค. ยืนยันตั้งข้าราชการ 17 คนตามเดิม ทั้งๆที่มีมติให้ทบทวนใหม่
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย พร้อมกับ นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) พร้อมด้วยรองผู้ว่าฯ กทม. และคณะกรรมการคัดสรรข้าราชการที่เกี่ยวข้อง
@เปิดพฤติการณ์ ‘ชัชชาติ’ ไม่ปฏิบัติตามมติ ก.พ.ค.
โดยระบุข้อกล่าวหาว่า บุคคลดังกล่าว มีเจตนาพิเศษเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบด้วย นายชัชชาติ ซึ่งได้รับการเลือกตั้งให้เป็นผู้ว่าฯกทม. เมื่อวันที่ 22 พ.ค.65 และบริหารราชการ กทม.มากว่า 4 ปี ได้ปฏิบัติราชการในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการผู้ใต้บังคับบัญชาตามอำนาจหน้าที่เป็นปรกติวิสัย ย่อมรู้ดีถึงกฎหมายขั้นตอนระเบียบปฏิบัติ กระบวนการวิธีการในการพิจารณาในการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง เมื่อวันที่ 29 ก.ย.68 มีผล 1 ต.ค.68 โดยได้ลงนามแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ จำนวน 17 ราย และ ยังแต่งตั้ง ผู้ตรวจราชการ อีก 2 คน โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ต่อมาวันที่ 23 มี.ค.69 คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) กทม.มีคำวินิจฉัยเรื่องแดงที่ 10(ร)/2569 เพื่อสั่งยกเลิกคำสั่งของ ผู้ว่าฯ กทม.ที่แต่งตั้ง ผอ.เขตและผู้ตรวจราชการ ทั้ง 17ราย โดยระบุว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ย่อมถือว่าการแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวของผู้ว่าฯกทม.ที่แต่งตั้งไปอย่างผิดกฎหมายเป็นความผิดสำเร็จแล้ว นอกจากนี้ ยังพบความพยายามในการออกคำสั่ง ให้ข้าราชการทั้ง 17 รายไปช่วยราชการที่สำนักปลัด กทม.เป็นการชั่วคราว
และยังให้สามารถใช้งบประมาณของข้าราชการทั้ง 17ราย ย้อนหลังตั้งแต่ 1 ต.ค.68 ทั้งที่ไม่มีกฎระเบียบรองรับ จนกระทั่งวันที่ 17 เม.ย.69 ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ กทม.ได้ให้คณะกรรมการคัดสรรคัดเลือกใหม่ครั้งที่ 2 อย่างรวบรัดเร่งรีบเพียง 10 กว่าวันจนกระทั่งในวันที่ 30 เม.ย.69 ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ กทม.ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งอีกครั้งโดยอ้างว่ากระบวนการคัดสรรใหม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว และข้าราชการกลุ่มเดิมทั้ง 17 ราย ได้กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งเดิมทุกคน
ต่อมาในระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.69 ที่ผ่านมาข้าราชการ กทม. ได้ยื่นร้องต่อ ก.พ.ค. กทม. อีกครั้ง ว่าการคัดสรรครั้งที่ 2 นี้ยังไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยและไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกครั้ง อีกทั้งการออกคำสั่งว่าให้การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.68 จนถึงวันประกาศผลครั้งที่ 2 นั้น เป็นการจงใจทำให้รัฐเสียหาย โดยไม่มีกฎหมายรองรับ (หนังสือ สนง.กพ ที่ นร.1006/ว.20 วันที่ 20 ก.ย.66 ว่าไม่สามารถทำได้ในกรณีเทียบเคียงนี้/และศาลปกครองเคยมีคำพิพากษาไว้แล้ว)
นายจิรายุ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ผอ.เขต ซึ่งเป็น 1 ใน 17 ราย คุกคามทางเพศ กับผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งได้แนบการร้องเรียน พยานหลักฐานในการร้อง ไว้ด้วยแล้ว ทั้งนี้ จึงมาร้องทุกข์ กล่าวโทษให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดี กับนายชัชชาติ ขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.มีพฤติกรรม และมีเจตนาพิเศษ เพื่อประโยชน์ของตนเองในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการในสมัยต่อไป
นายจิรายุ กล่าวอีกว่า ถามว่าทำไมเพิ่งตรวจสอบตอนนี้ก็เรื่องมันเพิ่งเกิดก่อนนายชัชชาติลาออกไม่กี่วัน กระบวนการอากงพยายามที่อยากกลับเข้ามาบริหารงบแสนล้านมีจริง และตนเป็นนักตรวจสอบผู้ว่าฯกทม. มาทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่รถเรือดับเพลิง กล้องดัมมี่ รถไฟฟ้าสีเขียว ดีแล้วที่มีคนช่วยคน กทม.ตรวจสอบและเรื่อง ผู้ว่าฯชัชชาติ เพิ่งเกิดเมื่อเดือนที่แล้ว ก่อนลาออกไม่กี่วัน ไม่ตรวจสอบตอนนี้ หากไปทำปีหน้าก็หาว่า ฮั้วกันอีกตนถือว่าผู้ว่าฯ กทม.ที่คนกรุงให้ความไว้วางใจต้องโปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรมตรวจสอบได้ ต้องไม่ปากว่าตาขยิบ ส่วนเรื่องต่อไปคือ มหากาฬส่วยเทศกิจ โยธา และจัดซื้อจัดจ้างล็อกสเปกที่ตนจะยื่นต่อ ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจน ไปลงถุงเงินหลังบ้านของระบอบอากง

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา