
พรรคประชาชนนำโดย ‘ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร’ ผู้สมัครผู้ว่าฯ และ ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ ปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ขอคนกรุงฯกาเลือกเพื่อแก้ปัญหาต้นเหตุ ชี้พัฒนาตัวเองทุกวัน ไม่มีใครเป็นฮีโร่ ด้านหัวหน้าเท้งเผย เลือกชัยวัฒน์เพื่อเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ไม่ใช่ให้เป็นพ่อเมืองอย่างเดียว
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่สวนเบญจกิติ พรรคประชาชน จัดเวทีหาเสียงใหญ่สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.)
@ชัยวัฒน์ : ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯ ปัญหาจะถูกแก้ที่ต้นเหตุ
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการ กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า เวลามีการเลือกตั้งผู้ว่าทุกครั้งเราก็คุยกันถึงปัญหาเดิมซ้ำๆ เพราะมันเป็นปัญหาที่พวกเราเห็นกันมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม รถติด ขยะ แล้วเราก็อยู่กับมันมาจนเคยชิน และคิดว่ากรุงเทพฯ มันก็เป็นแบบนี้ แก้ไม่ได้หรอก แต่ลึกๆ ทุกคนรู้ดีว่าทุกปัญหาแก้ได้ที่โครงสร้างต้นตอ เช่น เรื่องน้ำท่วม การลอกท่อสำคัญ ที่ผ่านมา กทม. ลอกท่อไปครึ่งหนึ่งใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท แต่ถ้าได้เป็นผู้ว่าจะลอกท่อ 100% แต่แค่การลอกท่อไม่ได้แก้ปัญหาจบ ถ้าจะแก้ที่ต้นเหตุต้องแยกท่อน้ำฝนกับท่อน้ำเสียออกจากกัน หรือถ้าเป็นเรื่องการทุจริต ที่ผ่านมา กทม. เป็นผู้รับข้อมูลแล้วค่อยไปตรวจตรวจสอบ ใช้เวลายาวนาน จับได้ก็ปรับหลักร้อยบาท แต่เงินภาษีที่หายไปไม่ได้กลับคืนมา แต่ถ้าได้เป็นผู้ว่าปัญหาเหล่านี้ต้องถูกแก้ไขตั้งแต่ต้นเหตุ ตั้งแต่เรื่องของการล็อกสเปก การปั่นราคากลาง การฮั้วประมูล ทำให้ระบบการจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส เอา AI เข้ามาจับโกง แล้วปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทาง
นายชัยวัฒน์กล่าวต่อไปว่าแต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต้องการเจตจำนง ผู้ว่าต้องเอาจริง จะพิสูจน์ให้เห็นว่าการบริหารงานกรุงเทพฯ ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ นอกจากจะทำให้เรามีเงินมาทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นเป็นหลักหมื่นล้านบาทแล้ว ยังจะทำให้คนที่ติดตามการเมือง อยากตรวจสอบ สามารถเข้ามาดูได้ว่าภาษีทุกบาทถูกใช้นำไปทำอะไร ใช้อย่างคุ้มค่ามีประสิทธิภาพหรือไม่ แล้วคนกรุงเทพจะไม่ต้องเสียดายที่จะต้องเสียภาษี
โดยจะพิสูจน์ให้เห็นว่าตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ ก้าวไกล และพรรคประชาชน เราเชื่อในการแก้ปัญหาที่โครงสร้าง ขอให้เชื่ออีกครั้งว่าเราจะแก้ปัญหาเหล่านี้ และเราจะทำได้ เพราะเรามีเจตจำนงทางการเมืองที่จะทำ เรามุ่งมั่นมาโดยตลอด ขอโอกาสเปิดทางให้เราเข้าไปทำ หลายคนถามว่า เข้ามาสมัครเป็นผู้ว่าทำไม เป็น สส.บัญชีรายชื่อ ก็ดีอยู่แล้ว นี่คือเจตจำนงที่ต้องการเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศไทยที่โครงสร้างต้นตอ และคราวนี้จะเป็นโอกาสของพรรคประชาชนที่จะได้เข้ามาเริ่มแก้ปัญหาที่กรุงเทพฯ
“ผมไม่ได้เก่งทุกเรื่อง แต่ผมพัฒนาตัวเองขึ้นมาในทุกวัน ให้พร้อมที่จะรับหน้าที่ รับความรับผิดชอบของผู้ว่า ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาและพัฒนาเมืองนี้ไปพร้อมพร้อมกับทุกคน และตนจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าไม่มีซุปเปอร์ฮีโร่คนไหน ไม่ว่าจะมีทีมงานที่เก่งกาจจำนวนมากเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่มีเจตจำนงที่จะแก้ปัญหาของกรุงเทพฯ ทุกอย่างก็จะวนเวียนซ้ำซากเหมือนเดิม ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงได้ถ้าเราแก้ไขปัญหาที่โครงสร้างต้นตอ เหมือนที่เราเคยเลือกตั้งมาตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ ก้าวไกล และพรรคประชาชน 28 มิถุนายนนี้ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นอีกครั้ง เชื่อในสิ่งที่เราเคยเชื่อ เปิดทางให้โอกาสพรรคประชาชนได้เข้าไปทำงาน เลือกทั้งผู้ว่าและ ส.ก. 50 คน 50 เขตของพรรคประชาชน เข้าไปทำงานแก้ปัญหาของกรุงเทพฯ ให้จบ แล้วพัฒนาให้กรุงเทพก้าวไกลก้าวหน้าไปสู่อนาคตด้วยกัน” นายชัยวัฒน์กล่าว

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการ กทม. พรรคประชาชน
@ณัฐพงษ์: เลือกชัยวัฒน์เพื่อเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่พ่อเมือง
ด้านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่าวันนี้ที่ทุกคน นายชัยวัฒน์ และผู้สมัคร ส.ก. พรรคประชาชนมาอยู่ ณ ที่แห่งนี้ เราทุกคนมาด้วยเหตุผลเดียวกัน คือความอยากทำงานการเมืองเพื่อทำให้ประเทศนี้มีประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของ การเลือกตั้งครั้งนี้เหลือเวลาอีกแค่ 2 วัน อยากให้ทุกคนทบทวนเหตุผลและความหมายของการเลือกตั้งครั้งนี้ในหัวใจของทุกคนอีกสักครั้ง ว่าที่ผ่านมาทุกครั้งที่ท่านออกไปเลือกตั้งท่านเลือกเพราะอะไร
“มันเป็นแค่การเลือกผู้ว่าและ ส.ก. คนถัดไป หรือมันมีความหมายอะไรที่ลึกมากกว่านั้น การตัดสินใจของชาวกรุงเทพฯ ยิ่งนับวันยิ่งส่งภาพชัดมากขึ้น ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 มาถึงการเลือกตั้งผู้ว่าและ ส.ก. ปี 2565 การเลือกตั้งปี 2566 และในปี 2569 สิ่งที่ใช้เป็นเหตุผลในการตัดสินใจเลือกตั้งทุกสนามของชาวกรุงเทพฯ คือเราอยากเห็นการเมืองที่ดีกว่าเดิม เราอยากเห็นนักการเมืองที่ตรงไปตรงมา ทำงานเพื่อปกป้องผลประโยชน์และเงินภาษีของเราทุกคน” นายณัฐพงศ์กล่าว
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าการเลือกตั้ง 2 วันต่อจากนี้ มีตัวเลือก ส.ก. ให้มากมาย บางคนสังกัดพรรค บางคนไม่สังกัดพรรค ขอให้ทุกคนมองไปที่ทุกตัวเลือกก่อนการตัดสินใจ ใครเป็นตัวเลือกที่ทุกคนเชื่อได้อย่างสนิทใจจริงๆ ว่าตลอดการทำงานจะอยู่ข้างประชาชนอย่างแท้จริง ส่วนตัวกล้ารับประกันว่า ผู้สมัคร ส.ก. และ สส.พรรคประชาชน หลายคนร่วมเดินทางมาตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ และการเดินทางที่ผ่านมา 8 ปี ทุกคะแนนเสียงที่ทุกคนมอบให้กับเราไม่ได้สูญเปล่า
วันนี้กฎหมายที่ก้าวหน้าของประเทศ สมรสเท่าเทียม สุราก้าวหน้า คุ้มครองแรงงานให้สิทธิลาคลอด 120 วัน ประกันสังคมโปร่งใส การผลักดันไฟฟ้าที่เป็นธรรม และอีกหลายเรื่อง สส. พรรคประชาชนผลักดันอย่างเต็มที่ทุกวันในสภาแม้จะไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ตาม
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าสิ่งที่เราต้องการคือการให้ ส.ก. เข้าไปพิจารณางบประมาณอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ที่ผ่านมาในการเมืองท้องถิ่น ผู้ว่าหรือนายกฯ มักต้องปิดตาข้างหนึ่ง ไม่เช่นนั้นสมาชิกสภาจะไม่ผ่านงบประมาณให้ คนกรุงเทพฯ จะยอมให้การพิจารณางบประมาณปีละแสนล้านที่เป็นภาษีของพวกพวกเราดำรงอยู่แบบนี้ต่อไปหรือ ถ้าทุกคนเชื่อมั่นในการตรวจสอบแบบเดียวกับที่ สส. พรรคประชาชนทำมาโดยตลอด ถ้าเราเปลี่ยนการทำงานในสภาใหญ่มาอยู่สภา กทม. ที่มีงบประมาณปีละ 100,000 ล้านบาท เราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้มากมายขนาดไหน
“ความหมายของการเลือกตั้งครั้งนี้คือการเปลี่ยนการเมืองให้เป็นการเมืองแบบที่เราต่อสู้กันมาตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว เราไม่ได้ต้องการแค่พ่อเมืองคนต่อไปมาดูแลเมือง เราต้องการผู้นำเมืองที่เป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงได้จริง นายชัยวัฒน์มีเจตจำนงทางการเมืองที่ไม่ต่างจากเรา การเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ดีกว่าเดิมต้องอาศัยผู้นำเมืองที่กล้าเข้าไปเปลี่ยนแปลง เช่นการจัดการสัญญาสัมปทานที่ กทม. ดูแลอยู่” นายณัฐพงษ์ระบุ
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เชื่อมั่นว่านายชัยวัฒน์มีศักยภาพที่พร้อมจะพัฒนาตัวเองขึ้นทุกวัน และมีคุณสมบัติของผู้นำที่ดีที่สุดที่เราต้องการ คือการเป็นผู้นำที่ไม่เดินหนีปัญหา ที่เจอเรื่องยากแล้วยังยืนเป็นหลักอย่างมั่นคงให้กับพวกเราได้ไม่ว่าจะเผชิญแรงกดดันเท่าไหร่ พร้อมที่จะเชื่อในทีมงานและเพื่อน ส.ก. สมาชิกพรรค และประชาชนที่อยู่เบื้องหน้า ถ้าเชื่อเช่นนี้เขาจะไม่มีวันทรยศประชาชน
วันนี้ประเทศไทยมีคนเก่งมากมาย แต่สิ่งที่การเมืองของประเทศไทยขาดมาโดยโดยตลอดคือผู้บริหารที่มีเจตจำนงทางการเมืองอย่างแท้จริง ผู้นำที่มีเจตจำนงที่ไม่ว่าเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ถ้ามันขัดกับผลประโยชน์ของประชาชน เขาจะยืนเป็นหลักที่มั่นคงและกล้าพูดปัญหาเหล่านั้นออกมาให้ประชาชนได้รับรู้ ให้ประชาชนเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้กับเขา
“ขอให้คนกรุงเทพฯ ออกไปกาด้วยความหวัง เพื่อแสดงเจตจำนงของเรา เพื่อแสดงแรงบันดาลใจต่อประชาชนทั้งประเทศ ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่สนามการเมืองท้องถิ่นเปลี่ยน เอาสมาชิกสภาที่โปร่งใสตรงไปตรงมาเข้าไปตรวจสอบงบประมาณ เอาผู้ว่าและนายกเมืองที่มีเจตจำนงทางการเมืองในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เข้าไปบริหาร จะทำให้คุณภาพชีวิตของพวกเราดีขึ้นได้ขนาดไหน และถ้าชาวกรุงเทพฯ ตัดสินใจแบบนี้ ผมให้คำมั่นสัญญาว่า 4 ปีต่อจากนี้เราจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น การเลือกตั้งใหญ่ในครั้งหน้าเราเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปด้วยกันได้” นายณัฐพงษ์กล่าว


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา