
'ปกรณ์ นิลประพันธ์' รองนายกฯ-ประธาน ก.พ. เร่ง 'เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ' ให้มีผลงบประมาณปี 70 สั่ง สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับกรมบัญชีกลาง-คปภ. ศึกษาวิธีการนำ 'ระบบประกันสุขภาพ' มาใช้ทดแทนระบบปัจจุบัน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โพสต์ เฟซบุ๊ก ‘ปกรณ์ นิลประพันธ์ – Pakorn Nilprapunt’ ถึงกรณีการประชุม ก.พ. เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2569 ได้กล่าวก่อนเข้าสู่วาระเพื่อพิจารณา ประธาน ก.พ. ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยงบประมาณรายจ่ายประจำมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของงบบุคลากร ค่ารักษาพยาบาล และบำเหน็จบำนาญ ซึ่งรวมกันเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมขนาดกำลังคนและค่าใช้จ่ายภาครัฐอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน การปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานราชการบริหารส่วนกลางที่ไปตั้งอยู่ในภูมิภาคเพื่อควบคุมไม่ให้มีการเพิ่มและปรับลดจำนวนลงให้ได้มากที่สุด โดยขอให้สำนักงาน ก.พ. และสำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกันวางแผนการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว และนำเสนอ ก.พ. เพื่อพิจารณาต่อไป
สำหรับเรื่อง Early Retirement ขอให้สำนักงาน ก.พ. เร่งดำเนินการให้มีผลในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อแสดงถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง ส่วนในเรื่องสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ขอให้สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับกรมบัญชีกลางและสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ศึกษาวิธีการนำระบบประกันสุขภาพมาใช้เพื่อทดแทนระบบปัจจุบัน
ต่อมา ประธาน ก.พ. ได้กล่าวถึงกรณีทุจริตการสอบเข้ารับราชการที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในปัจจุบัน แม้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสำนักงาน ก.พ. แต่เรื่องดังกล่าวก่อให้เกิดทัศนคติเชิงลบแบบเหมารวมซึ่งส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อระบบราชการอย่างรุนแรง จึงขอให้สำนักงาน ก.พ. ประสานกับสมาคมองค์กร หรือกลุ่มข้าราชการต่าง ๆ ดำเนินการในเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาศักดิ์ศรีของข้าราชการพลเรือนในภาพรวมต่อไป
นอกจากนั้น ประธาน ก.พ.ยังได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. ดำเนินการเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบพนักงานราชการเพื่อให้การโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนตำแหน่งมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น รวมถึงการทบทวนอัตราเงินเพิ่มสำหรับข้าราชการที่ประจำอยู่ในต่างประเทศให้มีความสอดล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นซึ่งอัตราค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นมาก



Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา