
'กรมบัญชีกลาง' ชี้แจง 'กมธ.วิสามัญฯงบปี 70' ปัด ล็อก 'โครงการขนาดใหญ่' เอื้อประโยชน์ 'ผู้รับเหมาชั้นพิเศษ' - โดนโยนงาน โอด “ท่านรู้ดีว่าเรากำลังเจออะไรอยู่” ขอแรง สนับสนุ แก้ไข 'พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ' กำหนดวางหลักประกันการอุทธรณ์ เผย จับมือ 'สสว.' กรอง 'เอสเอ็มอีปลอม'
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในส่วนของกรมบัญชีกลาง ซึ่งได้รับงบประมาณ 1,836,989,400 บาท โดยนางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นผู้ชี้แจงข้อสอบถามของกมธ.ฯงบปี 70
นางแพตรีเซียกล่าวชี้แจงนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองประธานกมธ. คนที่เจ็ด กรณีมีการจัดสรรโครงการขนาดใหญ่สำหรับผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ว่า ประเด็นสำคัญที่สุด คือ การตั้งโครงการที่และการจัดโครงการที่หน่วยงานเจ้าของโครงการ อย่างไรก็ดีขณะนี้อยู่ระหว่างกรมบัญชีกลางว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาศึกษาในเรื่องนี้ คาดว่าจะเสร็จในปลายปีงบประมาณ
“กรมบัญชีกลางไม่รู้เรื่อง เราถูกโยนงานผู้รับเหมามาเฉยๆ ซึ่งท่านรู้ดีว่า เรากำลังเจออะไรอยู่”นางแพตริเซียกล่าว
นางแพตริเซียกล่าวว่า ส่วนข้อสังเกตเรื่องราคาต่ำสุดที่อาจจะไม่ใช่ดีที่สุด (Price Performance) นั้น ไม่ครอบคลุมโครงการก่อสร้าง อย่างไรก็ตามขณะนี้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์ Price Performance สำหรับโครงการก่อสร้าง
“เรื่องโครงการต่ำกว่า 5 แสนบาท ขอรับข้อเสนอแนะไว้เพื่อนำไปปรับปรุงในพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น ว่ามีช่องโหว่อย่างไร”นางแพตริเซียกล่าว
นางแพตริเซียกล่าวว่า กรณีการอุทธรณ์ กรมบัญชีกลางทำอย่างสุดความสามารถ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เวลาในการพิจารณาไม่เกิน 60 วัน และพยามยามควบคุมไม่ให้เกิน 60 วัน แต่ยอมรับว่า เรื่องที่ซับซ้อนอาจจะใช้เวลาเกิน 60 วัน
“ร่าง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. .... ฉบับแก้ไขที่อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น มีอยู่ 1 ข้อ คือ เรื่อง ให้กรมบัญชีกลางสามารถเก็บค่าใช้จ่ายกรณีที่มีการอุทธรณ์ (ค่าธรรมเนียมการอุทธรณ์) ได้ด้วย เพราะเรื่องเข้ามาจำนวนมาก และเป็นเรื่องที่ไร้สาระเยอะมาก แต่เราต้องพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ จึงอยากขอให้สนับสนุนให้สามารถทำได้ ส่วนเรื่องการล็อกทีโออาร์ ปัญหาคือ คนที่เขียนทีโออาร์ ทำไม่ได้มากกว่านี้ ต้องใช้หน่วยงานภายนอก”นางแพตริเซียกล่าว
ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ฉบับแก้ไขและรับฟังความคิดเห็นข้อดังกล่าว ระบุว่า ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ต้องวางหลักประกันการอุทธรณ์เป็นพันธบัตรรัฐบาลไทย ตามวงเงินที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไปพร้อมกับการยื่นอุทธรณ์ ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของราคากลางของการจัดซื้อจัดจ้างที่อุทธรณ์นั้น เพื่อมิให้มีการใช้การอุทธรณ์เป็นช่องทางในการหน่วงเหนี่ยวการจัดซื้อจัดจ้าง (เพิ่มมาตรา 114/1)
นางแพตริเซียกล่าวว่า เรื่องแต้มต่อเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้เอสเอ็มอีมีที่ยืนในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งคิดเป็น 7 % ต่อจีดีพี ใหญ่มาก
“แม้ปัจจุบันจะมีเอสเอ็มอีเข้ามาอีบิดดิ้งเยอะ แต่ก็มีเอสเอ็มอีปลอมเยอะด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น กรมบัญชีกลางได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อกรองเอสเอ็มอีปลอมออกให้หมด โดย สสว.จะไปพัฒนาตรวจสอบ UBO ให้ เราจะกำหนดเกณฑ์ จะไม่บอกว่า เกณฑ์คืออะไร และจะเปลี่ยนตลอดทุกปี เราจะเขี่ยเอสเอ็มอีที่ไม่ใช่เอสเอ็มอีจริงออก ไม่ให้เข้ามาเล่นเกมนี้ เพื่อให้เอสเอ็มอีจริงมีสิทธิ”นางแพตริเซียกล่าว
นางแพตริเซียกล่าวว่า กรณีบทบาทให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานรับ กรมบัญชีกลางไม่ต้องการเข้าไปอยู่ในคณะกรรมการในโครงการต่างๆ เพราะถือว่า เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ (Conflict of Interest) เนื่องจาก กรมบัญชากลางเป็นหน่วยงานกลาง เราจึงปฏิเสธที่จะอยู่ทุกโครงการ เพื่อวางตัวเป็นกลาง แต่สามารถเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำได้

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา