
‘ป.ป.ช.’ มีมติชี้มูลความผิด ‘อดีตผอ.ศูนย์เดินสำรวจฯ’จ.ตาก-พวก เดินสำรวจรังวัดออกโฉนดที่ดิน 14 แปลง ‘รุกป่าแม่สอด’ พร้อมส่งเรื่อง ‘กรมที่ดิน’ เพิกถอนโฉนด
...........................................
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นางศิรินันท์ ศรีสุขโข เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินประจำจังหวัดตาก สังกัดกรมที่ดิน กับพวกกรณีร่วมกันเดินสำรวจรังวัดออกโฉนดที่ดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ในท้องที่หมู่ที่ 6 ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จำนวน 14 แปลง โดยมิชอบ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อที่ดินของรัฐ
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยได้ประกาศกำหนดจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดิน จำนวน 58 จังหวัด รวมจังหวัดตากด้วย ตามมาตรา 58 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ทั้งนี้ ไม่รวมท้องที่ที่ทางราชการได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดตากได้ประกาศกำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดินและสอบเขตโฉนดที่ดินในพื้นที่ 9 อำเภอ รวมพื้นที่อำเภอแม่สอดทุกตำบลเริ่มต้นเดินสำรวจรังวัด ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 เป็นต้นไป
ต่อมากรมที่ดินได้มีคำสั่งแต่งตั้งนางศิรินันท์ ศรีสุขโข เจ้าพนักงานที่ดินอาวุโส เป็นผู้อำนวยการศูนย์เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินประจำจังหวัดตาก นายปรีชา ปัญญาทา นายช่างรังวัดชำนาญงาน เป็นเจ้าหน้าที่เดินสำรวจรังวัด นางภาสิริ สงวนศรี เจ้าพนักงานที่ดินชำนาญงาน เป็นเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิ และนายพัชรินทร์ หรือพัชรพล สุวรรณวรวิกิจ นายช่างรังวัดชำนาญงาน เป็นผู้กำกับการรังวัด
นอกจากนี้ อำเภอแม่สอด ได้มีคำสั่งมอบหมายให้นายอดิศักดิ์ สุขอาภรณ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นผู้แทนร่วมตรวจสอบสภาพที่ดิน ตลอดจนระวังชี้แนวเขต และลงชื่อรับรองเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ และเป็นพยานในการออกโฉนดที่ดินและสอบเขตโฉนดที่ดินในฐานะผู้ปกครองท้องที่ในการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินและสอบเขตโฉนดที่ดิน
ปรากฏว่านางศิรินันท์ ศรีสุขโข กับพวก ได้เดินสำรวจรังวัดและร่วมกันออกโฉนดที่ดินเลขที่ 51247 เลขที่ 51248 (ต่อมา 51248 แบ่งแยกออกอีก 1 แปลง คือ เลขที่ 67998) เลขที่ 51249 (ต่อมา 51249 แบ่งแยกออกอีก 5 แปลง คือ เลขที่ 60065 – 60069) เลขที่ 51250, 51251, 51449, 51450 และ 51451 ในพื้นที่บ้านห้วยหินฝน หมู่ที่ 6 ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก รวม 14 แปลง
ทั้งที่คณะอนุกรรมการอ่าน แปล ตีความ วิเคราะห์ข้อมูลภูมิสารสนเทศและสำรวจสภาพพื้นที่บริเวณ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ระบุว่าพื้นที่ที่ดิน 14 แปลง ดังกล่าว เมื่อปี พ.ศ. 2497 พื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพเป็นป่าผลัดใบ ไม่มีการทำประโยชน์ที่ดิน บางส่วนเป็นนาข้าวมีการทำประโยชน์ที่ดิน และในช่วงปี พ.ศ.2513 พื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพเป็นป่าผลัดใบไม่มีการทำประโยชน์ที่ดิน บางส่วนเป็นนาข้าวและพื้นที่แผ้วถาง มีการทำประโยชน์ที่ดินไม่มีสภาพเป็นหมู่บ้านที่อยู่อาศัย
อีกทั้งกรมพัฒนาที่ดินและกรมป่าไม้ตรวจสอบยืนยันว่าพื้นที่ที่ดิน 14 แปลงดังกล่าว อยู่ในเขตป่าไม้ถาวร ชื่อ “ป่าแม่สอด” ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2525 ซึ่งยังมิได้ถูกยกเลิกและมิใช่พื้นที่กันออกจากเขตป่าไม้ถาวร อีกทั้งพบว่าอยู่ในเขตเขา ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับลงวันที่ 27 มีนาคม 2499 และฉบับลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2523
และโฉนดที่ดิน เลขที่ 51449 และ 51450 ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก รวม 2 แปลง มีพื้นที่บางส่วนมีความลาดชันเกิน 35% ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2528 อีกด้วย เมื่อไม่มีการครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินมาก่อนการประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน จึงต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดิน ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ.2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497
ดังนั้น การออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ขอออกโฉนดที่ดินรายนี้ซึ่งได้ที่ดินมาโดยการซื้อขายก่อนการเดินสำรวจรังวัด ประมาณ 5 เดือน และได้นำใบไต่สวน (น.ส.5) ที่ได้รับมาจากผู้ขาย ระบุว่า ที่ดินเป็นที่อาศัย กำลังปรับพื้นที่ และที่สวนปลูกมะม่วงมาประมาณ 10 ปี ได้ครอบครองและทำประโยชน์แล้วทั้งแปลงไม่เป็นที่หวงห้ามหรือที่สาธารณประโยชน์ โดยมีนายอดิศักดิ์ สุขอาภรณ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ปฏิบัติหน้าที่แทนนายอำเภอแม่สอด ลงนามรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ทั้งที่ขัดแย้งกับผลการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศที่ปรากฏว่าไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์ กรณีจึงเป็นการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อที่ดินของรัฐ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้
1.การกระทำของนางศิรินันท์ ศรีสุขโข นายปรีชา ปัญญาทา นางภาสิริ สงวนศรี และนายพัชรินทร์ หรือพัชรพล สุวรรณวรวิกิจ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
2.การกระทำของนายอดิศักดิ์ สุขอาภรณ์ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457
3.การกระทำของผู้ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดิน จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่า ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และเพื่อดำเนินการขอให้ศาลเพิกถอนโฉนดที่ดิน รวม 14 แปลงดังกล่าว พร้อมแปลงแบ่งแยก ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 ประกอบมาตรา 93 วรรคสอง
และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐานและคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
ทั้งนี้ ให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้กรมที่ดิน ดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดิน รวมจำนวน 14 แปลงดังกล่าว พร้อมแปลงแบ่งแยก ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตากตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 รวมทั้งให้กรมที่ดินตรวจสอบ น.ส.3 ก. จำนวน 4 แปลง คือ น.ส.3 ก.เลขที่ 177, 912, 1077 และ 2704 และหากเป็นการออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายให้ดำเนินการเพิกถอนต่อไป
อนึ่ง การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา