
'อนุทิน' นั่งหัวโต๊ะ 'ก.ตร.' ก่อนลงมติเป็น 'เอกฉันท์' 12 ต่อ 0 เห็นชอบ 'พล.ต.อ.สำราญ นวลมา' รองผบ.ตร. เป็น 'ผบ.ตร.' คนต่อไป - เปิดประวัติ 'ตท.รุ่น 34' - 'นรต.รุ่น 50' มือปราบ-ปฏิบัติการพิเศษ ก่อนก้าวขึ้นสู่ ว่าที่ 'ผบ.ตร.คนที่ 16'
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบช.สง.ก.ตร.) แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานก.ตร. ว่า ที่ประชุมก.ตร. มีมติเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. คนต่อไป แทนพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.69
“ก.ตร.ได้มีการพิจารณารายชื่อแคนดิเดตผบ.ตร. ทั้ง 4 ราย และมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางถึงคุณสมบัติในทุกด้าน ทั้งเรื่องอาวุโส ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์การสืบสวนสอบสวนและการป้องกันปราบปราม หลังจากนั้น ก.ตร.ได้มีการลงมติด้วยคะแนนเป็นมติเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เห็นชอบให้พล.ต.อ.สำราญ เป็น ผบ.ตร.คนถัดไป”พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์กล่าว
พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ก.ตร.มีจำนวนทั้งหมด 16 คน อย่างไรก็ตามก่อนการลงมติ ก.ตร.ที่เป็นแคนดิเดตผบ.ตร. 4 คน ต้องออกจากห้องประชุม ดังนั้น องค์ประชุมถึงมี 12 คน

@ ประวัติ ว่าที่ ผบ.ตร. คนที่ 16
สำหรับประวัติของ พล.ต.อ.สำราญ ปัจจุบัน อายุ 53 ปี ภรรยา ชื่อ นางศิริเพ็ญ ตั้งทวีสุโข นวลมา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฏีกา เป็นนักเรียนเตรียมทหาร (ตท.) รุ่น 34 และนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 50 โดยเติบโตในสายงานป้องกันปราบปรามและงานปฏิบัติการพิเศษ ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บังคับบัญชาระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
โดยเส้นทางรับราชการเริ่มจากตำแหน่ง สารวัตรงานสายตรวจ 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ เมื่อปี 2548 จากนั้นดำรงตำแหน่ง สารวัตรป้องกันปราบปราม สน.บางนา ก่อนย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรับตำแหน่ง รองผู้กำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล
ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็น รองผู้กำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ก่อนขึ้นเป็น ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง ในปี 2555 และกลับมาดำรงตำแหน่ง ผู้กำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ในปี 2557
ในปี 2559 ได้เลื่อนขึ้นเป็น รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ และในปี 2561 ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งถือเป็นกำลังหลักในการดูแลภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยและการปฏิบัติการพิเศษของกองบัญชาการตำรวจนครบาล
ภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็น รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อปี 2563 และก้าวขึ้นเป็น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในปี 2564 ก่อนขยับขึ้นเป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในปี 2565 และดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 จนได้รับความไว้วางใจจากที่ประชุม ก.ตร. ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่
นอกจากบทบาทในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สำราญยังได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง อาทิ นายตำรวจราชสำนักเวร ตั้งแต่ปี 2560, กรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เมื่อปี 2567 และ กรรมการคดีพิเศษด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567
การได้รับเลือกเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในครั้งนี้ ถือเป็นการสิ้นสุดเส้นทางการเติบโตในสายงานตำรวจที่สั่งสมประสบการณ์จากงานภาคสนาม งานสายตรวจ งานสืบสวน งานนครบาล และการบริหารระดับนโยบาย ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในฐานะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 16
ทั้งนี้ ปัจจุบัน พล.ต.อ.สำราญ รอง ผบ.ตร. มี หน่วยงานภายใต้การกำกับ ดังนี้
- กองบัญชาการตำรวจนครบาล (เฉพาะกองบังคับการตำรวจจราจร กองบังคับการอาสาและควบคุมฝูงชน)
- ตำรวจภูธรภาค 9 (เฉพาะตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สถานีตำรวจภูธรที่รับผิดชอบพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (อำเภอนาทวี จะนะ เทพา สะบ้าย้อย) กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกองการปฏิบัติการพิเศษ)
- ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า
- กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (เฉพาะกองบังคับการตำรวจทางหลวง กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ)
- สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ยกเว้นศูนย์ฝึกอบรมตรวจคนเข้าเมือง)
- กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ยกเว้นการบังคับการฝึกพิเศษ)
- กองบัญชาการตำรวจสันติบาล
- กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
- สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ (เฉพาะกองแผนงานความมั่นคง กองแผนงานพิเศษ)
- กองการต่างประเทศ
- สถาบันฝึกอบรมระหว่างประเทศว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา