
'ครม.' ไฟเขียวคง 'ภาษีมูลค่าเพิ่ม' 7% อีก 1 ปี เป็นสิ้นสุด 30 ก.ย.70 พร้อมเห็นชอบร่างกฎกระทรวงฯยกเว้นภาษีเงินได้ฯ 'ขรก.ทหาร' เข้าโครงการเออร์ลี่รีไทร์
............................................
เมื่อวันที่ 27 ก.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมีสาระสำคัญเป็นการขยายระยะเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเหลือ 7% ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 ก.ย.2569 ออกไปอีก 1 ปี หรือตั้งแต่ 1 ต.ค.2569 ถึงวันที่ 30 ก.ย.2570
“การคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ 7% จะช่วยลดผลกระทบจากภาระค่าครองชีพ ช่วยกระตุ้นการบริโภคของประชาชน ซึ่งจะส่งผลให้ภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย และการลงทุนภาคเอกชนภายในประเทศสามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมาย รวมถึงช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีในการประกอบกิจการให้แก่ภาคเอกชน” น.ส.รัชดา กล่าว
ด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับข้าราชการทหารที่เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม ปีงบประมาณ พ.ศ.2568-2570
โดยครอบคลุมทั้งเงินช่วยเหลือที่ได้รับตามโครงการฯ และเงินหรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพื่อบรรเทาภาระภาษีของผู้เข้าร่วมโครงการ และสนับสนุนการปรับโครงสร้างกำลังพลของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“สิทธิประโยชน์ทางภาษีในครั้งนี้กำหนดให้เงินช่วยเหลือ (เงินก้อน) ที่ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับจากกระทรวงกลาโหม และเงินหรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เมื่อออกจากราชการตามโครงการ ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ปีภาษี 2568 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์เดียวกับมาตรการที่เคยใช้กับโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหมในช่วงปีงบประมาณ 2557–2561” น.ส.ลลิดา กล่าว
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า กระทรวงการคลังประเมินว่า หากไม่มีมาตรการยกเว้นภาษีดังกล่าว รัฐจะสามารถจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินช่วยเหลือตามโครงการได้ประมาณ 40 ล้านบาทต่อปี หรือรวมประมาณ 120 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 3 ปีของโครงการ อย่างไรก็ตาม การยกเว้นภาษีจะช่วยบรรเทาภาระของผู้เข้าร่วมโครงการ และสนับสนุนการดำเนินนโยบายปรับกำลังพลของภาครัฐให้บรรลุผลตามเป้าหมาย
ก่อนหน้านี้ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 9 ก.ค.2567 เห็นชอบโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีเป้าหมายปรับขนาดอัตรากำลังพลให้เหมาะสม ลดความคับคั่งของกำลังพลระดับสูง เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารกำลังพล และช่วยประหยัดงบประมาณด้านบุคลากรของรัฐในระยะยาว
โดยโครงการฯดังกล่าว ครอบคลุมข้าราชการทหารชั้นยศพันเอก นาวาเอก และนาวาอากาศเอกขึ้นไป ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีเวลาราชการไม่น้อยกว่า 25 ปี และมีเวลาราชการเหลืออย่างน้อย 2 ปี โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นเงินก้อนประมาณ 7–10 เท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้ายรวมเงินประจำตำแหน่ง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมได้รับสิทธิประโยชน์อื่นตามโครงการ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา