‘ศาลฎีกาฯ’ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ‘ผู้สมัคร สว.’ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ 10 ปี กรอกข้อมูล ‘ประวัติการศึกษา-ประสบการณ์ทำงาน’ ในใบสมัครฯ ไม่ตรงความจริง เหตุไม่เคยรับราชการ-ไม่จบการศึกษาระดับ ‘ป.ตรี’ ตามที่อ้าง
.........................................
เมื่อวันที่ 17 ก.ย. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลฎีกา เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง คดีหมายเลขดำที่ ลต สว 6/2569 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 70/2569 ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. (ผู้ร้อง) และนางนิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มที่ 13 อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ (ผู้คัดค้าน)
กรณี กกต. (ผู้ร้อง) ร้องว่า นางนิ่มนวล (ผู้คัดค้าน) ได้กระทำการหลอกลวงหรือจูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนให้แก่ นางนิ่มนวล ผู้คัดค้าน โดย นางนิ่มนวล ผู้คัดค้าน ระบุในใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.2) ข้อ 11 วุฒิการศึกษาสูงสุดว่า ปริญญาตรี สาขา เอกวิทยาศาสตร์ สถานศึกษาวิทยาลัยครู บุรีรัมย์
และในข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว.3) ในส่วนประวัติการศึกษาว่า ปริญญาตรี วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครว่า เคยรับราชการ
แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นางนิ่มนวล ผู้คัดค้าน สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตร วิชาการศึกษาชั้นสูง วิชาเอก วิทยาศาสตร์ทั่วไป เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2522 จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และเป็นวุฒิการศึกษาเทียบเท่าระดับอนุปริญญา และไม่เคยรับราชการ เพียงแต่เคยประกอบอาชีพเป็นครูอัตราจ้างที่โรงเรียนสตึก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างปี 2523 ถึงปี 2524
กกต. จึงยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ นางนิ่มนวล ผู้คัดค้าน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62
คดีนี้ ศาลฎีกาฯ พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนางนิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล ผู้คัดค้าน เป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา เนื่องจากข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า นางนิ่มนวล ผู้คัดค้านสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา สาขา เอกวิทยาศาสตร์ จากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และไม่เคยรับราชการ
การที่ นางนิ่มนวล ผู้คัดค้านระบุในใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.2) ข้อ 11 วุฒิการศึกษาสูงสุดว่า ปริญญาตรี สาขา เอกวิทยาศาสตร์ สถานศึกษา วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และในข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว.3) ในส่วนประวัติการศึกษาว่า ปริญญาตรี วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครว่า เคยรับราชการ ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงอันเป็นการแสวงหาประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง
ถือว่าผู้คัดค้านกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือก ทำให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภามิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62
“..มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้าน (นางนิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล) กระทำการทุจริตในการเลือก อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม เป็นเหตุให้ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้าน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62 หรือไม่
เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ เอกสารหมาย ร.1 ว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์มีหนังสือ ที่ อว 0624.10/137 ลงวันที่ 13 มกราคม 2568 ถึงผู้ร้อง (กกต.) แจ้งว่า ผู้คัดค้านสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาขั้นสูง วิชาเอก วิทยาศาสตร์ทั่วไป เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2522 จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ โดยเป็นวุฒิการศึกษาเทียบเท่าระดับอนุปริญญา ตามเอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 327 และหน้าที่ 328
และโรงเรียนสตึกมีหนังสือ ที่ ศธ 04313.51/19 ลงวันที่ 13 มกราคม 2568 ถึงผู้ร้องแจ้งว่า ผู้คัดค้านเคยเป็นครูอัตราจ้าง โรงเรียนสตึก สอนรายวิชาวิทยาศาสตร์ และปฏิบัติงานตั้งแต่ปี 2523 ถึงปี 2524 รวมระยะเวลา 2 ปี โดยใช้วุฒิประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาขั้นสูง สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป ในการสมัครเข้าทำงานตามเอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 321 ถึงหน้าที่ 325
และผู้คัดค้านเคยให้ถ้อยคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนประจำจังหวัดบุรีรัมย์ คณะที่ 2 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ยอมรับว่า ผู้คัดค้านสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง วิชาเอก วิทยาศาสตร์ทั่วไป จากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ ซึ่งต่อมาสถาบันดังกล่าวเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นวุฒิการศึกษาเทียบเท่าระดับอนุปริญญา
ผู้คัดค้านไม่ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขา เอกวิทยาศาสตร์ และไม่เคยรับราชการ เพียงแต่เคยประกอบอาชีพเป็นครูอัตราจ้างที่โรงเรียนสตึก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างปี 2523 ถึงปี 2524 ตามเอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 357 ถึงหน้าที่ 360
ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา สาขา เอกวิทยาศาสตร์ จากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และไม่เคยรับราชการ
การที่ผู้คัดค้านระบุในใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.2) ข้อ 11 วุฒิการศึกษาสูงสุดว่า ปริญญาตรี สาขา เอกวิทยาศาสตร์ สถานศึกษา วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และในข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว.3) ในส่วนประวัติการศึกษาว่า ปริญญาตรี วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครว่า เคยรับราชการ ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงอันเป็นการแสวงหาประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง
ถือว่าผู้คัดค้านกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือก ทำให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภามิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62
พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนางนิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล ผู้คัดค้าน เป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา” คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง คดีหมายเลขดำที่ ลต สว 6/2569 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 70/2569 ลงวันที่ 9 ก.ย.2569 ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา