
‘ศาลปกครองสูงสุด’ พิพากษายกฟ้อง คดีขอเพิกถอนกฎกระทรวงฯ เก็บ ‘ค่าธรรมเนียม’ ผู้ประกอบวิชาชีพ‘สถาปัตย์ฯควบคุม-วิศวะ’ ชี้เป็นการออกกฎที่ชอบด้วย กม.
.........................................
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ศาลปกครองสูงสุดได้มีคําพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ฟ. 86/2569 ในคดีที่ผู้ฟ้องคดีทั้งยี่สิบสอง ฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ 1 คณะกรรมการควบคุมอาคารกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ 2 สภาสถาปนิก ที่ 3 และสภาวิศวกร ที่ 4 ผู้ถูกฟ้องคดี กรณีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกกฎกระทรวงกำหนดแบบคําขออนุญาต ใบอนุญาต ใบรับรอง คำสั่ง และแบบหนังสือตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ.2564
และกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การโอนใบอนุญาต การออกใบรับรอง และการออกใบแทนตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ.2564 ซึ่งกฎกระทรวงทั้งสองฉบับดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมและวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม
โดยศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในประเด็นว่า กฎกระทรวงกำหนดแบบคําขออนุญาต ใบอนุญาต ใบรับรอง คําสั่ง และแบบหนังสือตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ.2564 เป็นกฎที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
โดยมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามที่ผู้ฟ้องคดีทั้งยี่สิบสองโต้แย้งก่อนว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีอำนาจกำหนดแบบคําขอแนบท้ายกฎกระทรวงกำหนดแบบคําขออนุญาต ใบอนุญาต ใบรับรอง คำสั่ง และแบบหนังสือตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ.2564 หรือไม่
ศาลเห็นว่า เมื่อ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 5 บัญญัติให้อำนาจผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ในการออกกฎกระทรวงดังนี้ (1) กำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้าย พ.ร.บ.นี้ หรือยกเว้นค่าธรรมเนียม (2) กำหนดแบบคําขออนุญาต ใบอนุญาต ใบรับรอง ใบแทน ตลอดจนแบบของคำสั่ง หรือแบบอื่นใดที่จะใช้ในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงมีอำนาจดุลพินิจในการออกกฎกระทรวงกำหนดแบบคําขออนุญาต ใบอนุญาต ใบรับรอง ใบแทน ตลอดจนแบบของคำสั่งหรือแบบอื่นใดที่จะใช้ในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ได้ตามความเหมาะสมและจําเป็น รวมทั้งตามที่เห็นสมควร ดังนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงมีอำนาจในการกำหนดแบบคําขอแนบท้ายกฎกระทรวงกำหนดแบบคําขออนุญาต ใบอนุญาต ใบรับรอง คำสั่ง และแบบหนังสือตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ.2564
และแม้ว่าการขอรับหนังสือรับรองการได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมหรือผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 หรือผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 จะเป็นการสร้างขั้นตอนในการดําเนินงานของผู้ประกอบวิชาชีพเพิ่มขึ้น และทำให้ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายในการขอหนังสือรับรองดังกล่าวเพิ่มขึ้นบ้างก็ตาม แต่เมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์สาธารณะดังกล่าวข้างต้นกับภาระที่จะเกิดขึ้น จะเห็นได้ว่าประโยชน์ที่จะเกิดแก่สาธารณะย่อมมีมากกว่า กรณีจึงไม่ได้มีผลเป็นการเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุแต่อย่างใด
ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีทั้งยี่สิบสองอ้างว่ามีเสรีภาพในการประกอบวิชาชีพตามบทบัญญัติมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นั้น บทบัญญัติมาตรา 40 ดังกล่าว ก็มีข้อยกเว้น เมื่อกฎกระทรวงฉบับพิพาทดังกล่าวเป็นการออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเป็นการจัดทำบริการสาธารณะอย่างหนึ่งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ และเป็นการคุ้มครองประชาชนให้ได้รับความปลอดภัยจากการออกแบบอาคาร ออกแบบและคํานวณอาคาร และควบคุมการก่อสร้างอาคาร
ประกอบกับการกำหนดแบบคําขอดังกล่าว เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของการขอหนังสือรับรองการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ หาได้มีผลทำให้ผู้ฟ้องคดีทั้งยี่สิบสอง ไม่อาจประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมหรือประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมได้แต่อย่างใดไม่ กรณีจึงไม่มีลักษณะเป็นการจํากัดเสรีภาพในการประกอบอาชีพของผู้ฟ้องคดีทั้งยี่สิบสองที่เกินความจําเป็นและกระทบกระเทือนต่อสาระสําคัญแห่งเสรีภาพในการประกอบอาชีพดังที่อ้างแต่อย่างใด
ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีทั้งยี่สิบสองอ้างว่าการออกกฎกระทรวงขัดต่อมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นั้น เห็นว่า บทบัญญัติมาตรา ๗๗ ดังกล่าวเป็นเพียงแนวนโยบายให้รัฐพึงใช้เป็นแนวทางดำเนินการตรากฎหมาย จึงไม่ใช่กรณีที่กฎกระทรวงพิพาทจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 77 วรรคหนึ่งได้
อีกทั้งกฎกระทรวงฉบับพิพาทดังกล่าวมิใช่กฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ จึงมิใช่กฎหมายที่อยู่ในบังคับของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 77 วรรคสอง
ประกอบกับ เมื่อได้วินิจฉัยไว้ข้างต้นแล้วว่า การกำหนดแบบคําขอแนบท้ายกฎกระทรวงพิพาทไม่ได้มีผลเป็นการเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ จึงไม่ขัดหรือแย้งต่อมาตรา 77 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแต่อย่างใด
ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ออกกฎกระทรวงกำหนดแบบคําขออนุญาต ใบอนุญาต ใบรับรอง คำสั่ง และแบบหนังสือตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ.2564 และการกำหนดแบบคําขอ (แบบ ข.1-ข.4, ข.6 และ ข.7) แนบท้ายกฎกระทรวงฯ ที่กําหนดให้ผู้ยื่นคําขอต้องแนบหนังสือรับรองการได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมหรือผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมที่ออกโดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 หรือผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 แล้วแต่กรณี จึงเป็นการออกกฎที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว
สำหรับประเด็นว่า กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การโอนใบอนุญาต การออกใบรับรอง และการออกใบแทนตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ.2564 เป็นกฎที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
เห็นว่า กฎกระทรวงฉบับนี้เป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การโอนใบอนุญาต การออกใบรับรอง และการออกใบแทนตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารที่ใช้บังคับอยู่แต่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป กับทั้งเพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมกับการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522
ประกอบกับเมื่อได้วินิจฉัยแล้วว่า กฎกระทรวงกำหนดแบบคําขออนุญาต ใบอนุญาต ใบรับรอง คำสั่ง และแบบหนังสือตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ.2564 และแบบคําขอแนบท้ายกฎกระทรวงดังกล่าว เป็นกฎที่ชอบด้วยกฎหมาย
ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง (3) มาตรา 39 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (12) แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2543 โดยคำแนะนําของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การโอนใบอนุญาต การออกใบรับรอง และการออกใบแทนตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ.2564
โดยมีเนื้อหากำหนดไว้ในทํานองว่า ให้ยื่นคําขออนุญาตตามแบบ ข.1-ข.4, ข.6 และ ข.7 แล้วแต่กรณี พร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว ซึ่งเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการขออนุญาตต่างๆ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับการกำหนดแบบคําขอตามกฎกระทรวงกำหนดแบบคําขออนุญาต ใบอนุญาต ใบรับรอง คำสั่ง และแบบหนังสือตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ.2564 โดยไม่ปรากฏเหตุแห่งความไม่ชอบด้วยกฎหมายประการอื่นใด จึงเป็นกฎที่ชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกัน
พิพากษายกฟ้อง
สำหรับคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดี (รมว.มหาดไทยกับพวก) กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณี รมว.มหาดไทย (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) ออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การโอนใบอนุญาต การออกใบรับรอง และการออกใบแทนตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ.2564 และกฎกระทรวงกำหนดแบบคำขออนุญาต ใบอนุญาต ใบรับรองคำสั่ง และแบบหนังสือตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ.2564
โดยกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมหรือผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมต้องเสียค่าธรรมเนียมการออกหนังสือรับรองการได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพฯ ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่า การจัดเก็บค่าธรรมเนียมฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรมแก่สมาชิกสภาสถาปนิกและสภาวิศวกร จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา