
'การดี-รองหัวหน้า ปชป.' แนะ 3 ข้อ หลังลงทะเบียน 'TH-AI Passport' มาแล้ว 5 วัน ห่วง 'ภาวะโง่ฉับพลัน' - ถ้าบอกว่าฟรีทำได้แค่นี้อย่าทำ ดักคอ จับตา 'ล็อกประมูล' ทีโออาร์ถัดไป เตือน 'คกก.ตรวจรับ' เสี่ยงสุดๆ จ่ายเงินคุณภาพสู้ตลาดไม่ได้
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 5 กันยายน 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงข้อเสนอแนะข้อกังวลข้อห่วงใยโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) ว่า ลงทะเบียนมาแล้ว 5 วัน มีข้อกังวล 3 ประเด็น ประเด็นแรก คุณภาพของที่ส่งมอบกลับมายังเป็นการตั้งคำถาม ณ นาทีนี้ เมื่อมีการพิสูจน์ทราบอย่างวงกว้างแล้ว ไม่ใช่เป็นความเห็นทางการเมือง แต่เป็นข้อสังเกตของผู้เชี่ยวชาญโดยตรงที่มีการทดสอบอย่างเป็นระบบ ยกตัวอย่างเช่น ประเด็นที่เกี่ยวข้องหลักกับประชาชนเป็นวงกว้าง เรื่องโมเดลฟรีไม่จำกัดยังล้าหลัง เช่น Gemini รุ่นเล็ก (3.1 Flash Lite) ขณะที่เวอร์ชั่นฟรีทั่วไปในตลาดให้โมเดลที่ทันสมัยกว่านี้
“เมื่อไปลองแล้วไม่ได้ฉลาดถึงที่สุดกังวลว่าระบบนี้อาจทำให้คนไทยติดกับดักการใช้ chatbot แบบตื้นๆไปเรื่อยๆ แทนที่จะสร้างทักษะจริง จะเป็นการสร้างทักษะที่ถดถอย การตั้งโมเดลที่ไม่ฉลาดที่สุดเป็นค่าเริ่มต้น อาจทำให้เกิดสิ่งที่อ้อเรียกว่า ภาวะโง่ฉับพลัน ถ้าบอกว่าฟรีถึงได้แค่นี้ อย่าทำดีกว่า เพราะคือภาษีประชาชน ไม่มีอะไรที่ฟรีจากเรื่องนี้”นางการดีกล่าว
นางการดีกล่าวว่า โควตาการใช้งานน้อยเกินไป เมื่อเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นฟรี วันละ 20-50 Prompt/ครั้ง/วัน ควรจะยกระดับให้ใช้อย่างมีผลผลิตอย่างแท้จริง เทียบกับที่ควรอยู่ระดับ 150-200 ครั้ง การส่งออกเอกสาร เชื่อมกับโปรแกรมสำคัญ (Word, Excel, PowerPoint)
“ข้อเสนอแนะ คือ แทนที่จะทำทุกอย่าง 5 ล้านคน หารเท่า ทุกคนได้เท่าเทียมเรื่องเดียวกันหมด ย้อนกลับมาตั้งสติ ใช้สติปัญญาให้ถึงที่สุดก่อนที่จะเริ่มโครงการ TH-AI Passport ออกมา อาจจะเป็นการแบ่งกลุ่มผู้ใช้ เป็น use case เช่น SME สตาร์ทอัพ ครูในโรงเรียน ต้องการใช้อะไร”นางการดีกล่าว
นางการดีกล่าวว่า ประเด็นที่สอง ธรรมาภิบาลข้อมูล ร่างขอบเขตของงาน (TOR) โครงการ TH-AI Passport ระบุชัดเจน ว่า ต้องสามารถรายงานการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน รวมถึงแนวโน้มเป็นรายบุคคลและรายกลุ่มได้ โลกเทคโนโลยี สิ่งที่มีค่ามากที่สุด คือ ข้อมูล ความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ตามรัฐธรรมนูญ
“สิ่งที่เราต้องการคำอธิบายจากหน่วยงานรัฐ คือ สิ่งที่ผู้ว่าจ้างต้องส่งหมายถึงอะไร เราไม่ต้องการให้พฤติกรรมส่วนตัวของเราไปอยู่ในมือที่สามารถสร้างอคติ แนวโน้มหรือทิศทางและใช้ประโยชน์เฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้น”นางการดีกล่าวและว่า
“ยังมีอีกข้อความในTORอีกข้อหนึ่งว่า ให้คำแนะนำเพื่อเป็นประโยชน์กับโครงการในระยะถัดไป กลัวเหลือเกินว่าจะมีระยะถัดไปในท่านี้อีก อยากไปทำงานอย่างอื่นบ้างแล้ว”นางการดีกล่าว
นางการดีกล่าวว่า ได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ กรณีดังกล่าวมีการตั้ง Guardrail ปิดกั้นบาง prompt บางกลุ่มที่ไม่อยากให้มีการพูดคุย สอบถาม จึงพบสัญญาณของ bias รวมทั้งคำตอบด้วย และที่สำคัญ data traceability หรือ การย้อนกลับมาสู่ตัวบุคคล เพราะการใช้แพลตฟอร์มฟรีทั่วไปการเทรดกลับมาถึงเพียงแค่อีเมล แต่ครั้งนี้เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ ถึงพ่อแม่พี่น้อง
“ไม่ได้กล่าวหา แต่อยากตั้งข้อสังเกตและเรียกร้องให้หน่วยงานให้ความสบายใจประชาชนว่า จะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มเท่านั้น”นางการดีกล่าว
นางการดีกล่าว่า ขอให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ให้คำตอบว่า จะมีแนวโน้มการพัฒนา National LLM อย่างไร เราจะมั่นใจในสิทธิเสรีภาพของดาต้าได้อย่างไร
นางการดีกล่าวว่า ขอพูดดักคอไว้ก่อนว่า การมีผู้ลงทะเบียนใช้งานโครงการ TH-AI Passport เป็นจำนวนล้านคน ขอตั้งคำถามว่า อาจจะเป็นกระบวนการที่เรียกว่า Vendor Lock-in คือ มีผู้ว่าจ้างเอกชนในไทยไม่กี่รายที่มีโอกาสดีสุดๆ ในวันนี้ ที่พรรคการเมืองฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลทำประชาสัมพันธ์ให้คนไปลงทะเบียน เพราะฉะนั้นอยากให้ร่วมกันจับตา TOR ฉบับถัดๆไปที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลแพลตฟอร์ม ถ้ามีเงื่อนไข เช่น ต้องเป็นบริษัทผู้รับจ้างที่เคยที่ข้อมูลประชาชนมากกว่า 3-5 ล้านขึ้นไป เพราะจะเป็นการล็อกประมูลในอนาคต ไม่ได้กล่าวหา แต่เป็นการตั้งคำถาม ให้ประชาชนจับตาในอนาคต
นางการดีกล่าวว่า ประเด็นที่สาม ความคุ้มค่า สดช.ต้องการอะไรจากโครงการ TH-AI Passport ตัวชี้วัดคืออะไร นอกจากจำนวนผู้ลงทะเบียน 5 ล้านคน ว่า ถ้าโครงการนี้จะไปต่อ ตัวเลขอัตราการการเข้าถึง AI ที่เป็นช่วงว่างอยู่จะเพิ่มกี่เปอร์เซ็นต์
“กล้าๆหน่อย แมนๆ เพราะเป็นการใช้งบประมาณของรัฐ เงินของประชาชน ตัวชี้วัดที่จับต้องได้ร่วมกัน สบายใจร่วมกัน เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะยากเกินไปสำหรับผู้บริหารประเทศ”นางการดีกล่าว
นางการดีกล่าวว่า ข้อเสนอแนะ คือ หนึ่ง นำข้อเสนอแนะทั้ง 12 ข้อของ นายธนชาติ นุ่มนนท์ (ดูรูปตารางประกอบ) สอง เปิดเผยกลไกธรรมาภิบาลข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม สาม จัดทำ Dashboard วัดความสำเร็จที่อ้างอิง Baseline ต่างๆ
นางการดีกล่าวในช่วงตอบคำถามผู้สื่อข่าวตอนหนึ่งว่า ตรงกลางที่สำคัญที่สุดตอนนี้ คือ คณะกรรมการตรวจรับ ตรวจรับอย่างไร แบบไหนบอกมา เสี่ยงสุดๆ เพราะถ้ากำลังจ่ายเงินในสิ่งที่คุณภาพสู้กับตลาดไม่ได้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเอาเงินรัฐไปสนับสนุนในสิ่งนี้


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องประกอบ : เปิดสัญญาฉบับเต็ม-แก้ไขเพิ่มเติม TH-AI Passport :จ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง ระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา