
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 8 พิพากษาจำคุก ‘อดีตนายก อบต.เขาต่อ’ จ.กระบี่ ดำเนินโครงการขุดลอกฝายกั้นน้ำ โดยมิชอบ ไม่ปรากฎข้อเสียหายร้ายแรง-ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษ ‘จำคุก’ รอลงอาญา 2 ปี
............................................
เมื่อวันที่ 6 ก.ย. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 27 ม.ค.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 98/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อท 14/2566 ซึ่งเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายสามารถ พลายชนะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เขาต่อ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ดำเนินโครงการขุดลอกฝายกั้นน้ำ ของ อบต.เขาต่อ โดยมิชอบ
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลย (นายสามารถ พลายชนะ) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 132 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาใดๆใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปี และปรับ 100,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 50,000 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้ว เห็นว่า เหตุคดีนี้เกิดขึ้น เนื่องจากคณะกรรมการออกสำรวจหน้าฝายในพื้นที่หมู่ที่ 1, 3, 5 ต.เขาต่อ ได้ทำบันทึกข้อความรายงานจำเลยว่า ฝายบางเท่าแม่ ฝายบางยิงวัว ฝายบางกาหยี ฝายบางกลอย มีสภาพตื้นเขิน เนื่องจากตะกอนทรายมาทับถมบริเวณหน้าฝ่าย ส่งผลให้ราษฎรผู้ใช้ระบบประปาภูเขาได้รับความเดือดร้อนจำนวนหลายครัวเรือน
แต่ในขณะเดียวกัน อบต.เขาต่อ ขาดแคลนบุคลากรด้านงานช่าง ไม่มีเจ้าหน้าที่ออกแบบและประมาณราคาก่อสร้าง ไม่สามารถดำเนินการจัดจ้างตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ได้ จำเลยจึงมีคำสั่งให้ดำเนินการโดยวิธีการเร่งด่วน โดยให้นายสมเจตน์ เจริญกิจ ดำเนินการขุดลอกฝ่ายทั้ง 4 แห่ง และเบิกเงินค่าจ้างขุดลอกหน้าฝ่ายดังกล่าวให้นายสมเจตน์ 180,200 บาท โดยไม่มีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
โดยโจทก์บรรยายฟ้องว่า ทางการไต่สวนไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าจำเลยได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากการกระทำดังกล่าว ทั้งจำเลยวางเงิน 180,200 บาท เพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ อบต.เขาต่อ ผู้เสียหายแล้ว กรณีถือว่าพฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรงนัก
อีกทั้งจำเลยมีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่ง นิสัยและความประพฤติไม่ปรากฎข้อเสียหายร้ายแรง และไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีสักครั้ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี โดยกำหนดเงื่อนไขคุมประพฤติจำเลยมีกำหนด 1 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง กับให้จำเลยทำงานบริการสังคมหรือกิจกรรมสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 12 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ส่วนข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 043/2569 เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 109/2567 เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2567 มีมติชี้มูลความผิด นายสามารถ พลายชนะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เขาต่อ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ดำเนินโครงการขุดลอกฝายกั้นของ อบต.เขาต่อ โดยมิชอบ โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 151 ,157 และตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา