
นายกฯเผยสาเหตุยื่นหนังสือถามผบ.ตร.กรณี 'ทองเจือ ชาติกิจเจริญ' คณะทำงานฯพัวพันโกงสอบท้องถิ่นหรือไม่ เพราะรู้จักกันแค่เรื่องงาน ส่วนการโกงสอบท้องถิ่นยังไม่จบ สาวต่อเนื่อง ยึดทรัพย์ได้แบ้ว 320 ล้านบาท เลิกจ้างคนมีเอี่ยว 5,000 คน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 11 ก.ย. 2569 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีทำหนังสือสอบถามถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อสอบถามว่า นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ คณะทำงานนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องกระบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่นั้น ได้เคยเรียนไปแล้วว่า ปิดชื่อถือพฤติกรรม ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเอ่ยถึงชื่อนายทองเจือ ว่าเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากการกล่าวหาของหลายๆฝ่าย
@สัมพันธ์แค่เรื่องงาน เรื่องส่วนตัวไม่รู้ เลยต้องถาม
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจ จึงทำหนังสือสอบถามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้ที่ทำคดีนี้ เพื่อต้องการให้มีข้อมูลที่ชัดเจนหากใครอยากสอบถามมาอีก ไม่ใช่มาตอบลอยๆ ว่าคนนี้เป็นคนที่รู้จัก คนที่ทำงานด้วยกัน หรือมีความใกล้ชิดกัน เพราะจะหาว่าไปให้การช่วยเหลือ ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างตนกับบุคคลที่ถูกกล่าวชื่อมาเป็นเรื่องของการทำงาน ขณะที่เรื่องส่วนตัวหรือนอกเหนือจากการทำงาน ตนก็ไม่ทราบว่าคนที่ทำงานร่วมกับตนจะไปทำอะไรกันบ้าง
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ดังนั้น เพื่อให้ความมั่นใจเกิดขึ้นทั้งต่อหน้า และลับหลัง รวมถึงในฐานะที่ตนกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทราบว่าหน่วยงานทำคดีนี้อยู่ จึงได้สอบถามไปเพื่อที่จะตอบข้อสงสัยได้อย่างมีข้อเท็จจริง และมีหลักการประกอบ
@คดีโกงสอบยังไม่จบ อยู่ระหว่างขยายผล
ส่วนความคืบหน้าคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีกล่าวตอนหนึ่งว่า เป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบราชการของไทย ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนเข้าใจผิดว่าคดีนี้จบแล้ว จริงๆยังไม่จบเราอยู่ในระหว่างที่กำลังจะดำเนินการขยายผลทุกรูปแบบ และส่วนที่ผ่านไปแล้วของกระทรวงมหาดไทย ได้มีการเพิกถอนผู้มีคะแนนผิดปกติออกจากตำแหน่งและได้มีการแจ้งชื่อทั้งหมดผ่านไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ดำเนินการเลิกจ้างผู้ที่มีส่วนในการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ประมาณ 5,000 กว่าราย
ทั้งนี้คดีทุจริตมีการทำงานที่กว้างกว่านั้น หากจำกันได้คดีนี้เริ่มขึ้นจาก MOU 7 หน่วยงาน ที่ตนเองได้สั่งการให้เกิดความร่วมมือตั้งแต่สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรองนายกรัฐมนตรี และวันนี้การดำเนินคดีนี้ผลจากการบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ทั้งป.ป.ง. ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ป.ป.ท. กรมการปกครองท้องถิ่นและตำรวจสอบสวนกลางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยทุกหน่วยงานได้ทำงานร่วมกันภายใต้กรอบกฎหมายและพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้
"ผลจากการทำงานร่วมกันดังกล่าวทำให้สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิดได้แล้วคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 320 ล้านบาท ขณะนี้สำนักงานป.ป.ง.อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน เชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมทางการเงินและทรัพย์สินรวมทั้งประสานข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมขยายผลต่อไป " นายกรัฐมนตรีกล่าว

@ยันไม่เอื้อประโยชน์ใครทั้งสิ้น
นายอนุทินกล่าวต่อไปว่า ขอใช้โอกาสนี้ ยืนยันต่อหน่วยงานภาครัฐและประชาชนด้วยความชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีนโยบายปกป้องหรือเอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำความผิดไม่ว่าจะเป็นบุคคลใด อยู่ในตำแหน่งระดับใด โดยเรายึดหลัก ปิดชื่อถือพฤติกรรม หากปรากฏว่าพยานหลักฐานหรือเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดก็จะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาโปร่งใสเป็นธรรมตรวจสอบได้และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยไม่มีการละเว้นผู้ใดทั้งสิ้น รัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามกระบวนการนี้อย่างต่อเนื่องและจริงจังให้สิ้นซาก เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นประชาชนต่อระบบราชการ และเพื่อคืนความยุติธรรมคืนสิทธิ์ให้กับผู้ที่เข้าสอบด้วยความรู้ความสามารถของเขาเองโดยสุจริต
นายอนุทินระบุว่า ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่และทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทและยึดมั่นความถูกต้องการดำเนินการครั้งนี้ ไม่เพียงการปราบปรามผู้กระทำความผิด แต่เป็นการปกป้องหลักคุณธรรมและความเป็นธรรมของระบบราชการไทย ซึ่งการดำเนินการแต่ละช่วงเวลาจะรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ
"ตั้งแต่เริ่มมีคดีนี้ขึ้นมา ได้มีการดำเนินการ ในหลายอย่างแล้ว ทั้งการดำเนินคดี การโยกย้ายผู้ที่เกี่ยวข้องออกจากตำแหน่งหน้าที่ที่มีส่วนกำกับดูแลในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบ ข้าราชการท้องถิ่น และมีการส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานและมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ทั้งทางคดีและวินัย ซึ่งขณะนี้การดำเนินการมีความคืบหน้ามากืจึงเป็นที่มาของการแถลงข่าวในวันนี้ โดยเบื้องต้นได้จับผู้ต้องหาได้หลายรายแล้ว และยังมีการดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาที่ขยายผลไปอย่างต่อเนื่องและวันนี้ในเบื้องต้นเราสามารถที่จะยึดอายัดทรัพย์สินรวมแล้วมีมูลค่ากว่า 320.86 ล้านบาท นี่คือส่วนที่เราดำเนินการมาจนถึงปัจจุบันและเชื่อมั่นว่าเมื่อขยายผลดำเนินการต่อไปเรื่อยๆก็จะเห็นว่าเครือข่ายนี้ ได้ร่วมกันกระทำการอันเป็นที่ผิดกฎหมายบั่นทอนขวัญกำลังใจระบบราชการและข้าราชการทุกคนตลอดจนสร้างความกังวลให้กับประชาชนด้วย " นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกครั้ง
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ดังนั้นเรื่องคดีประชาชนไม่ต้องกังวลว่า จะมีอิทธิพลใดๆจะมาทำให้ รูปคดีนี้เปลี่ยนแปลงไป เราทำงาน ร่วม กันตาม mou และแบ่งหน้าที่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่ มีการแปลงคดีหรือการทำให้คดีเบี่ยงเบนไปจากข้อเท็จจริงหน่วยงานสำนักงาน ป.ป.ช.สืบสวนคดีนี้โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยราชการต่างๆตามที่ร้องขอมา ขณะที่รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยพร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่รวมถึงหน่วยงานในกำกับของรัฐบาลทุกหน่วยงาน และวันนี้ เป็นการแถลงข่าวในเบื้องต้น เมื่อมีความคืบหน้าของการดำเนินคดีเช่นนี้ก็จะมาแถลงให้ประชาชนได้รับทราบเป็นระยะๆต่อไป ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่าเราเอาจริงเอาจังกับคดีเหล่านี้และได้ดำเนินการไปมากแล้ว


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา