
‘ป.ป.ช.’ มีมติชี้มูลความผิด ‘อดีตนายก อบต.เสมา-พวก’ กรณีทุจริตโครงการจัดซื้อพันธุ์พืช-เมล็ดพันธุ์ผัก ปีงบ 59 ส่งสำนวนให้ ‘อัยการสูงสุด’ ดำเนินคดี
.....................................
เมื่อวันที่ 12 ก.ย. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา นายยุทธพงศ์ ทรวงแสวง ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ดาบตำรวจ ธาดา หิรัญภูวนาถ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา กับพวก ทุจริตโครงการจัดซื้อพันธุ์พืชและเมล็ดพันธุ์ผัก ปีงบประมาณ พ.ศ.2559
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นางสาวนรีกานต์ ดีขุนทด หัวหน้าสำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ผู้เขียนเสนอขออนุมัติโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ 2559 โดยมีการจัดซื้อพันธุ์พืชและเมล็ดพันธุ์ผักมาเพื่อแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรในตำบลเสมา ซึ่งก่อนที่จะมีการอนุมัติให้มีการอนุมัติโอนงบประมาณรายจ่ายในส่วนอื่นมาเพื่อให้ดำเนินโครงการนี้ได้ และยังไม่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกาหนดราคากลาง ดาบตำรวจ ธาดา หิรัญภูวนาถ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสมา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้แจ้งให้นายไกรนุกูล ประมงคล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 มายื่นใบเสนอราคา
ต่อมาผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 จึงได้ทำใบเสนอราคาของร้านนุกูลอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งเป็นร้านของตน และมีร้านวิโรจน์ เกษตรอุตสาหกรรม ร้านอิสานเกษตรและอุตสาหกรรม มีนายวิโรจน์ จูตะกานนท์ หลานของตน และนายสุพัฒน์ ศรีตัณฑ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 พี่เขยของตน เป็นเจ้าของในทางทะเบียนพาณิชย์เท่านั้น ไม่ได้มีหน้าร้าน ไม่ได้ประกอบอาชีพในการขายสินค้าต้นไม้พันธุ์พืชพันธุ์ผักแต่อย่างใด
ในกรณีของร้านอิสานเกษตรและอุตสาหกรรม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 พี่เขยของผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 ได้เป็นผู้ลงนามในใบเสนอราคา แต่ว่าร้านวิโรจน์ เกษตรอุตสาหกรรม นั้น นายวิโรจน์ จูตะกานนท์ ไม่ได้ทราบเรื่อง ไม่ได้เป็นผู้ลงนามในเอกสารใบเสนอราคาดังกล่าว นายไกรนุกูล ประมงคล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 เป็นผู้ลงนาม และได้นำใบเสนอราคาทั้งสามร้านมาส่งที่องค์การบริหารส่วนตำบลเสมา ในวันที่ 30 มิถุนายน 2559
โดยมีนางสาวรัชนีวรรณ พวงบุรี เจ้าพนักงานพัสดุ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ได้นำใบเสนอราคาของทั้งสามร้านมาให้คณะกรรมการกาหนดราคากลาง ซึ่งได้รับแต่งตั้งวันที่ 11 กรกฎาคม 2559 ประกอบด้วย นางสาวนรีกานต์ ดีขุนทด หัวหน้าสานักงานปลัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นายภาวัต ขันติโสภณ นายช่างชำนาญงาน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และนางสาวไกรรัตน์ ดินจันทึก ครูผู้ดูแลเด็ก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5
ซึ่งคณะกรรมการกาหนดราคากลางดังกล่าวไม่ได้ออกไปสืบหาราคาจากผู้ประกอบการที่มีอาชีพค้าขายพันธุ์พืชและเมล็ดพันธุ์ผักแต่อย่างใด ทั้งที่องค์การบริหารส่วนตำบลเสมาอยู่ห่างจากตลาดต้นไม้ขนาดใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา เพียง 25 กิโลเมตรเท่านั้น
การที่คณะกรรมการกำหนดราคากลาง นำเอกสารของบุคคลกลุ่มเดียวกันมาจัดทำเป็นราคากลาง โดยไม่ได้มีการสืบหาราคาจากท้องตลาด ไม่ได้มีการเปรียบเทียบราคาจากผู้ประกอบการรายอื่น เป็นการทำและใช้เอกสารปลอม ทำและใช้เอกสารเท็จมากำหนดราคากลาง เพื่อให้เอื้อประโยชน์ให้แก่นายไกรนุกูล ประมงคล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 นายสุพัฒน์ ศรีตัณฑ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 ซึ่งเป็นญาติกัน
ส่วนในขั้นตอนของการขอจัดซื้อ นางรัชนีวรรณ พวงบุรี เจ้าพนักงานพัสดุ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นผู้เสนอให้ตกลงราคากับร้านนุกูลอุตสาหกรรมเกษตร โดยอ้างว่าร้านนุกูลอุตสาหกรรมเกษตร เป็นผู้เสนอราคาต่ำที่สุด ทั้งที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ก็ทราบดีว่าในโครงการดังกล่าวไม่ได้มีการแข่งขันการเสนอราคากันอย่างแท้จริงแต่อย่างใด มีการยื่นใบเสนอราคาก่อนที่มีการอนุมัติให้ดาเนินโครงการ มีการนำใบเสนอราคาซึ่งไม่ได้มาจากผู้ประกอบอาชีพค้าขายต้นไม้ มากำหนดราคากลาง
ซึ่งดาบตำรวจ ธาดา หิรัญภูวนาถ นายกองค์การบริหารส่วนตาบลเสมา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นผู้อนุมัติโครงการ เป็นผู้เชิญ นายไกรนุกูล ประมงคล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 กับพวกเข้ามาเสนอราคา และอนุมัติให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 เป็นคู่สัญญา อนุมัติให้จ่ายเงินให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 ในโครงการดังกล่าว
พฤติการณ์ข้างต้นจึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นการดำเนินการเพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้เสนอราคารายหนึ่งรายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานราชการ เพื่อให้เกิดความได้เปรียบหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น โดยมิใช่เป็นไปในทางการประกอบการธุรกิจปกติ ซึ่งทำให้ราชการเสียหาย
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1.การกระทำของ ดาบตำรวจ ธาดา หิรัญภูวนาถ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157
ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172)
และมีมูลความผิด ฐานกระทำการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติสภาตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 92
2.การกระทำของนางรัชนีวรรณ พวงบุรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นางสาวนรีกานต์ ดีขุนทด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นายภาวัต ขันติโสภณ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และนางสาวไกรรัตน์ ดินจันทึก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น
ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทาต่อหน้าตน อันเป็นความเท็จ และรับรองเป็นหลักฐาน ซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4)
ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่ง หรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172)
และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตาบลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน และการลงโทษทางวินัย พ.ศ. 2558 ลงวันที่ 8 มกราคม 2558 ข้อ 7 วรรคสาม และข้อ 10 วรรคสอง
3.การกระทำของนายไกรนุกูล ประมงคล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทาการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทาต่อหน้าตน อันเป็นความเท็จ และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ฐานปลอมเอกสาร ฐานปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ และฐานใช้เอกสาร เอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 มาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86 มาตรา 264 มาตรา 265 และมาตรา 268
และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
4.การกระทาของนายสุพัฒน์ ศรีภัณฑ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทาเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็น ความเท็จ และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86
และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดาเนินคดีอาญาในศาล ซึ่งมีเขตอานาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ ดาบตำรวจ ธาดา หิรัญภูวนาถ นางรัชนีวรรณ พวงบุรี นางสาวนรีกานต์ ดีขุนทด นายภาวัต ขันติโสภณ นางสาวไกรรัตน์ ดินจันทึก นายไกรนุกูล ประมงคล และนายสุพัฒน์ ศรีตัณฑ์
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร หลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อให้ดำเนินการตามหน้าที่และอานาจกับ ดาบตำรวจ ธาดา หิรัญภูวนาถ และให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัย ไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนางรัชนีวรรณ พวงบุรี เจ้าพนักงานพัสดุ นางสาวนรีกานต์ ดีขุนทด นายภาวัต ขันติโสภณ และนางสาวไกรรัตน์ ดินจันทึก
ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณา ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ
ทั้งนี้ ให้แจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลเสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง
อนึ่ง การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา