
กทพ.ผลักดันทางด่วนภูเก็ต ‘กะทู้-ป่าตอง’ เฟสแรกเสนอครม. ธ.ค. นี้ เคาะสร้างกลางปีหน้า ‘เมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้’ เฟสสองต่อขบวนเสนอครม.ปีหน้า วางไทม์ไลน์สร้างเสร็จพร้อมกันปี 74 ห่วงใช้เงินสูง เล็งใช้กองทุน TFF ผ่าทางตันนโยบาย ยืนยันโปรเจ็กต์นี้เน้นรับเหมาไทยก่อน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 14 กันยายน 2569 นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการทางพิเศษจ.ภูเก็ต ระยะทาง 34.6 กม. วงเงินรวม 84,218 ล้านบาท แบ่งดำเนินการ 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 กะทู้ - ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กม. วงเงิน 16,757 ล้านบาท และระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่ - เกาะแก้ว - กะทู้ ระยะทาง 30.62 กม. วงเงิน 67,461 ล้านบาท
ผู้ว่ากทพ.กล่าวว่า ในการดำเนินโครงการตอนนี้วางแผนการเปิดให้บริการในปี 2574 โดยจะผลักดันงานโยธาระยะที่ 1 ก่อน ซึ่งจะต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในการปรับแบบก่อสร้างบริเวณอุโมงค์เขานาคเกิด ให้มีความกว้างเส้นผ่าศูนย์กลางอุโมงค์ 14.2 เมตร คาดว่าประมาณเดือน ธ.ค. 2569 จะเสนอครม.พิจารณาได้ หลังจากนั้น จะเป็นขั้นตอนของการร่างเอกสารกำหนดรายละเอียดและขอบเขตงาน (TOR) ซึ่งคาดว่าประมาณเดือน เม.ย. 2570 จะแล้วเสร็จ และน่าจะได้ตัวผู้รับจ้างประมาณไตรมาสที่ 3 ปี 2570 โดยในช่วงระยะที่ 1 นี้จะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี
“ถ้าเฟส 1 (ช่วงกะทู้ - ป่าตอง) สร้างเสร็จจะสามารถร่นระยะเวลาเดินทางจากทั้งสองแห่งได้มาก จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็จะเหลือเพียง 5 นาทีเท่านั้น อีกทั้งเส้นทางเดิมที่ชาวบ้านใช้กัน (ถนนทางหลวงหมายเลข 4029 หรือถนนพระบารมี) ทางลงมีความลาดชัน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมาก และบริเวณอุโมงค์ลอดเขานาคเกิดนี้ จะเป็นอุโมงค์ตัวแรกที่รับทั้งรถยนต์และรับทั้งมอเตอร์ไซค์” ผู้ว่ากทพ.กล่าว
ขณะที่ระยะที่ 2 นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียด โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จต้นปี 2570 เสนอครม.ปลายปี 2570 และเริ่มก่อสร้างระยะที่ 2 พร้อมติดตั้งงานระบบในต้นปี 2571 โดยใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2574 พร้อมกับระยะที่ 1

สุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)
@เฟส 2 แพงขึ้น เล็งใช้กองทุน TFF
ผู้ว่ากทพ.กล่าวว่า ปัญหาของระยะที่ 2 คือ ค่าก่อสร้างแพงขึ้น ค่าก่อสร้างแพงขึ้นเนื่องจากต้นทุนค่าก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจของโลก ทำให้ผลตอบแทนทางการเงินของ กทพ.อาจจะไม่ชนะต้นทุนเงินกู้ แต่กทพ.ก็ยังพยายามที่จะรีดวงเงินลงอยู่ ซึ่งการพยายามรีดวงเงินก่อสร้าง จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยมาก่อน ไม่ละทิ้งปัจจัยข้อนี้อย่างแน่นอน
ดังนั้น รูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า อยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เบื้องต้น คิดว่าจะระดมทุนผ่านการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) หรือ TFF โดยนำรายได้จาก ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) ไปลงทุนโครงการทางด่วนภูเก็ตที่ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 เป็นต้น โดยอยู่ระหว่างพิจารณากำหนดอัตราผลตอบแทน ที่จะเสนอขายหน่วยลงทุนแก่นักลงทุนทั่วไป
อนึ่ง ปัจจุบัน กทพ.มีรายได้ประมาณ 14,000 ล้านบาทต่อปี โดยทางด่วนสาย บางพลี – สุขสวัสดิ์ มีรายได้ค่าผ่านทางประมาณ 2,600 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกทพ.รับรายได้ทั้งหมด โดยคาดว่าจะใช้สำหรับกองทุน TFF ประมาณ 1,000 ล้านบาท หาก ครม.เห็นชอบโครงการระยะที่ 1 คาดว่าจัดงกองทุน TFF ได้ในช่วงต้นปี 2570
“โครงการนี้คาดการณ์อัตราผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) ไว้ที่ไม่เกิน 2% ขณะที่ต้นทุนเงินกู้ (Cost of Funds) อยู่ที่ประมาณ 4–5% และมีระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) มากกว่า 20 ปี ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน โดยเป้าหมายหลักของโครงการไม่ได้เน้นการแสวงหากำไรสูงสุด แต่เน้นการแก้ปัญหาจราจรและอุบัติเหตุ” ผู้ว่ากทพ.กล่าวอีก
@รับเหมาไทยมาก่อน
เมื่อถามถึงความยากในการก่อสร้างอุโมงค์ของโครงการ ทำให้ต้องกำหนดคุณสมบัติของผู้เสนอราคามากน้อยแค่ไหน นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า ให้โอกาสผู้รับเหมาไทยก่อน แล้วก็อาจจะเป็นผู้รับเหมาชั้นพิเศษที่มีผลงานเชิงอุโมงค์ ซึ่งไม่ได้กำหนดตายตัว แต่เปิดกว้าง ส่วนที่ทำอุโมงค์ขนาดใหญ่นั้น จริงๆแล้ว ผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ทำอุโมงค์ขนาด 9-11 เมตร ก็เพียงพอแล้ว เพราะอยู่ที่เทคนิคการก่อสร้าง
ส่วนผู้ประกอบการสามารถรวมกลุ่มเข้ามาในลักษณะกิจการร่วมค้า (Joint Venture: JV) ได้หรือไม่นั้น นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า ได้ แต่ผู้นำหลักของกลุ่มต่องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์และต้องเป็นผู้ประกอบการไทย
ทั้งนี้ คาดการณ์ปริมาณจราจรในปีแรกที่เปิดให้บริการไว้ที่ประมาณ 50,000 – 60,000 คัน/วัน (รวมทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์) โดย กทพ. มีเป้าหมายจะเริ่มเก็บค่าผ่านทางทันทีเมื่อเปิดใช้งาน แต่จะมีการเสนอนโยบายต่อ ครม. เพื่อปรับลดค่าผ่านทางในระยะที่ 1 ลง เช่น เหลือ 10 บาท หรือลดลงครึ่งหนึ่ง เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา