
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 6 พิพากษาจำคุก ‘อดีตนายก ทต.บ้านโตนด’ 6 เดือน คดีมีส่วนได้เสียโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ฯ ปี 58 ให้นับโทษจำคุกต่อจาก 3 คดีก่อนหน้านี้
.........................................
เมื่อวันที่ 20 ก.ย. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ส.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 180/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 16/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง นายณรงค์ หรือณรงค์ฤทธิ์ อุดมรัตนโยธิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลบ้านโตนด อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย กับพวก เข้ามีส่วนได้เสียในโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณคลองหร่ายตามาก หมู่ที่ 17 ตามเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558
คดีนี้ ศาลฯ พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 (นายณรงค์ หรือณรงค์ฤทธิ์ อุดมรัตนโยธิน) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 (เดิม), 157 (เดิม) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 100 (1), 122 วรรคหนึ่ง, 123/1
จำเลยที่ 2 และที่ 3 (นางสาวสุจิตรา อุดมรัตนโยธิน หรือนางสุจิตรา เรือนหลวง (จำเลยที่ 2) และห้างหุ้นส่วนจำกัด อุดมรัตนก่อสร้าง (จำเลยที่ 3)) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 (เดิม), 157 (เดิม) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 100 (1), 122 วรรคหนึ่ง, 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกาหนด 1 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 8 เดือน ปรับ 20,000 บาท ปรับจำเลยที่ 3 จำนวน 20,000 บาท
จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 เดือน ปรับ 10,000 บาท ปรับจำเลยที่ 3 จานวน 10,000 บาท
ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยรับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ส่วนจำเลยที่ 3 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29
ให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 90/2564 ,จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 104 ,105/2567 และจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 81/2568 ของศาลนี้
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 056/2569 เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบว่าไม่มีเหตอันควรที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6
อนึ่ง สำหรับคดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายณรงค์ หรือณรงค์ฤทธิ์ อุดมรัตนโยธิน กับพวก มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ และจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ครั้งที่ 112/2568 เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2568 มีมติชี้มูลความผิด นายณรงค์ หรือณรงค์ฤทธิ์ อุดมรัตนโยธิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลบ้านโตนด อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย กับพวก เข้ามีส่วนได้เสียในโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณคลองหร่ายตามาก หมู่ที่ 17 ตามเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 152 เเละมาตรา 157 ,ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช.2542 เเละที่เเก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 วรรค 1 (1) และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป ป.ป.ช.2561 มาตรา 126 วรรค 1 (1) และมาตรา 172 ประกอบ ป.อ. มาตรา 86 และตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172



Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา