‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 4 พิพากษาจำคุก ‘อดีตนักวิชาการสหกรณ์ฯ’ นิคมสหกรณ์ดอนตาล 2 คดี รวม 4 ปี 12 เดือน คดีปลอมแปลงเอกสาร ‘กสน.5’-เรียกรับเงินโดยมิชอบ
.............................................
เมื่อวันที่ 6 ต.ค สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ส.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 7/2569 คดีหมายเลขแดงที่ อท 69/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายธวัชชัย อุระ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ นิคมสหกรณ์ดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับพวก ปลอมแปลงเอกสารหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (กสน.5) ในเขตนิคมสหกรณ์ดอนตาล และเรียกรับเงินโดยมิชอบ
คดีนี้ ศาลฯ จำเลย (นายธวัชชัย อุระ) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เดิม), 161 (เดิม), 266 (1) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เดิม) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน
พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติแล้ว เห็นว่า จำเลยมีพฤติการณ์เรียกรับเงินในลักษณะเดียวกับคดีนี้หลายครั้ง แม้จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน แต่ตามพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษให้
ที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกของจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ อท 206/2568 (หมายเลขคดีแดงที่ อท 361/2568) และคดีหมายเลขดำที่ อท 8/2569 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 นั้น เนื่องจากคดีหมายเลขแดงที่ อท 361/2568 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ศาลรอการลงโทษให้แก่จำเลย และคดีหมายเลขดำที่ อท 8/2569 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ศาลยังไม่มีคำพิพากษา จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ ให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนนี้
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 078/2569 เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ตามความเห็นของอัยการสูงสุด
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายธวัชชัย อุระ มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์เช่นกัน นายธวัชชัย อุระ จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 39/2568 เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2568 มีมติชี้มูลความผิด นายธวัชชัย อุระ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ นิคมสหกรณ์ดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับพวก ปลอมแปลงเอกสารหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (กสน.5) ในเขตนิคมสหกรณ์ดอนตาล และเรียกรับเงินโดยมิชอบ มีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 149 มาตรา 157 มาตรา 161 มาตรา 264 และมาตรา 266 (1) ประกอบมาตรา 91 พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 123/1


นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน (26 มี.ค.2569) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 8/2569 คดีหมายเลขแดงที่ อท 70/2569 ซึ่งเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง นายธวัชชัย อุระ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ นิคมสหกรณ์ดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับพวก ปลอมแปลงเอกสารหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (กสน.5) เลขที่ 26351 หมู่ที่ 8 ตำบลนาสะเม็ง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร และเรียกรับเงินโดยมิชอบ
คดีนี้ ศาลฯ จำเลย (นายธวัชชัย อุระ) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เดิม), 161 (เดิม), 266 (เดิม) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยมีกำหนด 5 ปี
จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 2 ปี 6 เดือน นับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 7/2569 (หมายเลขแดงที่ 69/2569) ของศาลนี้
ส่วนคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 206/2568 (หมายเลขแดงที่ 361/2569) ที่ขอให้นับโทษต่อนั้นศาลรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 68/2569 ศาลยังไม่มีคำพิพากษาจึงไม่อาจนับโทษจำคุกจำเลยคดีนี้ ต่อจากโทษทั้งสองคดีดังกล่าวได้ คำขอนอกจากนี้ขอให้ยก
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 078/2569 เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบว่า มีเหตุอันควรที่จะอุทธรณ์คำพิพากษา
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายธวัชชัย อุระ มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์เช่นกัน นายธวัชชัย อุระ จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 39/2568 เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2568 มีมติชี้มูลความผิด นายธวัชชัย อุระ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ นิคมสหกรณ์ดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับพวก ปลอมแปลงเอกสารหนังสือแสดงการทาประโยชน์ (กสน.5) เลขที่ 26351 หมู่ที่ 8 ตำบลนาสะเม็ง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร และเรียกรับเงินโดยมิชอบ โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 149 มาตรา 157 มาตรา 161 เเละมาตรา 266 ประกอบ มาตรา 91 และมาตรา 91 และตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่เเก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป ป.ป.ช.2561 มาตรา172) ประกอบ ป.อ ม.91
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 206/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 361/2568 โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด (โจทก์) ฟ้องนายธวัชชัย อุระ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการสหกรณ์ ชำนาญการ นิคมสหกรณ์ดอนตาล จ.มุกดาหาร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับพวก ปลอมแปลงแก้ไขเอกสารหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (กสน.5) เลขที่ 2785 หมู่ที่ 4 ต.นาสะเม็ง อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ปลอมแปลงหนังสือราชการ และเรียกรับเงินโดยมิชอบ
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า นายธวัชชัย อุระ จำเลย มีความผิดตาม ปอ. มาตรา 149 (เดิม), 157 (เดิม) มาตรา 161 (เดิม) มาตรา 264 (เดิม) และมาตรา 266 (1) (เดิม) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ปอ. มาตรา 91 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เดิม) จำคุกจำเลย มีกำหนด 5 ปี และปรับ 6,000 บาท ตามปอ. มาตรา 161 (เดิม) มาตรา 266 (1) (เดิม) 157 (เดิม)
เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามปอ. มาตรา 266 (1) (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดบทเดียวตามปอ. มาตรา 90 จำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี และปรับ 20,000 บาท ฐานปลอมเอกสารขึ้นทั้งฉบับ เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นางสาวประเสริฐ กรมส่งเสริมสหกรณ์ นิคมสหกรณ์ดอนตาล เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดมุกดาหาร ผู้อื่น หรือประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคหนึ่ง จำคุกจำเลย มีกำหนด 2 เดือน และปรับ 2,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตาม ปอ. มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย รวม 2 ปี 13 เดือน และปรับ 14,000 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด ประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้ว ไม่ปรากฏว่า จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ภายหลังจำเลยพ้นตำแหน่งหน้าที่ราชการแล้ว ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ทั้งปรากฏว่า จำเลยยังมีจิตอาสาคอยช่วยเหลือให้คำแนะนำชุมชนทำเกษตรตามความรู้และประสบการณ์ในการรับราชการสังกัด กรมส่งเสริมสหกรณ์มาก่อน และจำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายครบถ้วนแล้ว
ประวัติภูมิหลังนิสัยและความประพฤติของจำเลย ไม่ปรากฏพฤติการณ์ร้ายแรง เชื่อว่าจำเลยยังอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขฟื้นฟู โดยกระบวนการพัฒนาในชุมชนได้ สมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี จึงให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มติครั้งที่ 034/2569 เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 (อ่านประกอบ : ศาลฯสั่งจำคุก’นักวิชาการสหกรณ์’ปลอมหนังสือ‘กสน.5’-อยู่ในวิสัยฟื้นฟูฯได้‘โทษคุก’รอลงอาญา)

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา