
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส สรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Covid-19) ในฝรั่งเศส ดังนี้
1.สถิติวันพุธที่ 22 เม.ย.2563 (เวลา 14.00 น.)
- ยอดผู้ป่วยติดเชื้อจากการตรวจ Test PCR จำนวน 119,151 ราย (เพิ่มขึ้น 1,827 ราย) ซึ่งรวมข้อมูลผู้ติดเชื้อที่บ้านพักคนชราที่ตรวจพบจาก test PCR จำนวนมากกว่า 25,500 รายแล้ว แต่ไม่รวมผู้ที่สงสัยว่าติดเชื้อแต่มิได้ทำการตรวจ test
- รักษาอยู่ที่ รพ. 29,741 ราย โดยเป็นผู้ป่วยรายใหม่ 1,619 ราย นับเป็นวันที่ 8 ติดต่อกันที่มีจำนวนผู้ป่วยรักษาตัวที่ รพ. น้อยลง (365 ราย) และรักษาหายออกจาก รพ. แล้ว 40,657 ราย (เพิ่มขึ้น 1,476 ราย)
- อาการหนัก 5,218 ราย เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 183 ราย นับเป็นวันที่ 14 ติดต่อกันที่ยอดรวมของผู้ป่วยอาการหนักลดลงจากวันก่อนหน้า (จำนวน 215 ราย)
- เสียชีวิตที่ รพ. 13,236 ราย (เพิ่มขึ้น 336 ราย) เสียชีวิตที่บ้านพักคนชราและที่ศูนย์การแพทย์สังคม (établissements médico-sociaux) 8,104 ราย (เพิ่มขึ้น 208 ราย) *
*รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมด 21,340 ราย (เพิ่มขึ้น 544 ราย)**
อนึ่ง อธิบดีกรมสาธารณสุขได้ให้ข้อมูลในช่วงการแถลงข่าวประจำวันว่า มีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มมากกว่าปกติถึงร้อยละ 61 ในสัปดาห์ที่ 14 ของปี และลดเหลือร้อยละ 48 ในสัปดาห์ที่ 15 ของปี (6-12 เม.ย.) ส่วนสัปดาห์ที่ 16 ของปี (13-19 เม.ย.) มีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าปกติร้อยละ 10 โดยเฉพาะในแคว้น Île de France, Bourgogne Franche-Comté, Grand Est และ Auvergne Rhône-Alpes
เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการใช้สารนิโคตินป้องกันการติดเชื้อไวรัส เนื่องจากมีผู้สูบบุหรี่จำนวนน้อยที่มีอาการติดเชื้อไวรัส covid-19 และมีผลการวิจัยบางแห่งชี้ให้เห็นว่า สารนิโคตินจะแข่งกับเชื้อไวรัสเพื่อจับตัวที่ receptors ของระบบประสาทการรับรู้กลิ่นและระบบประสาททั่วไป นั้น ขอให้ใช้ความระมัดระวังกับข้อมูลดังกล่าว เนื่องจากเป็นเพียงผลวิจัยเบื้องต้นเท่านั้นและยังจะต้องมีการทดสอบและวิจัยเพิ่มเติมก่อนที่จะสามารถยืนยันข้อมูลดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ผู้ที่สูบบุหรี่หากติดเชื้อไวรัสแล้วจะมีอาการป่วยหนักมาก
2. เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 เม.ย.2563 หลังการประชุม ครม. ประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้เดินทางไปยัง จ. Finistère แคว้น Bretagne เพื่อให้กำลังใจผู้ประกอบการภาคเกษตรกรรม ซึ่งได้ผลิตสินค้าอาหารให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องในช่วงวิกฤติ covid-19 โดยได้เยี่ยมพื้นที่ทำการเกษตรที่เมือง Cléder และซุปเปอร์มาร์เก็ต Super U เมือง Saint-Pol-de-Léon และได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับการผลิต และมีกำหนดหารือทาง vdo conference กับผู้แทนร้านอาหารและการให้บริการที่พักอาศัยในวันที่ 23 เม.ย.2563
3. การเตรียมแผนดำเนินการหลังยกเลิกมาตรการห้ามออกจากที่พัก
รมต.กระทรวงต่าง ๆ มีกำหนดเสนอแผนดำเนินการต่อนายกรัฐมนตรีและนาย Jean Castex (หน.ทีมเตรียมการสำหรับหลังวันที่ 11 พ.ค.) ในวันที่ 22 เม.ย.2563 เพื่อสามารถเสนอให้ ครม.พิจารณาในวันที่ 6 พ.ค. คาดว่าอาจมีแนวทางในประเด็นต่าง ๆ (นอกเหนือจากด้านการศึกษา ซึ่งรมว.ศึกษาฯ ได้ให้ข้อมูลแล้วเมื่อวันที่ 21 เม.ย.) ดังนี้
3.1 ด้านกิจกรรมทางเศรษฐกิจ - มีเป้าหมายให้สามารถเปิดร้านค้าได้โดยเคารพแนวปฏิบัติทางสาธารณสุข ซึ่ง ก.แรงงานได้เผยแพร่แนวปฏิบัติเฉพาะสำหรับแต่ละสาขาอาชีพเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อทั้งในกลุ่มพนักงานและลูกค้าที่เว็บไซต์ของกระทรวงฯ (https://travail-emploi.gouv.fr/le-ministere-en-action/coronavirus-covid-19/proteger-les-travailleurs/article/fiches-conseils-metiers-et-guides-pour-les-salaries-et-les-employeurs)
ทั้งนี้ นายจ้างจะต้องจัดหาหน้ากากและเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อให้แก่ลูกจ้าง จัดให้มีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อบ่อยครั้งและป้องกันมิให้มีการรวมกลุ่มใกล้ชิดระหว่างพนักงานมากเกินไป หรือมีพนักงานทำงานจำนวนมากจนเกินไปในบริเวณเดียวกัน โดย ก.แรงงานได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันเพิ่มเติม การบริหารจัดการใน บริษัท และส่งเสริมให้มีการหารือระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ทั้งนี้ ยังคงไม่ทราบถึงแนวทางอย่างเป็นทางการสำหรับกิจการที่ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ อาทิ สาขาการท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม พิพิธภัณฑ์ โรงละครและโรงภาพยนตร์ แต่หลายสาขาก็ได้เตรียมเสนอแนวปฏิบัติทางสาธารณสุขโดยหวังให้รัฐบาลพิจารณาอนุญาตให้เปิดให้บริการได้ อาทิ ผู้ประกอบการร้านอาหาร
3.2 ด้านคมนาคม - ยังคงมีแนวคิดหลายแนวสำหรับระบบขนส่งมวลชนอาทิ อาจบังคับให้สวมหน้ากากอนามัยระหว่างใช้บริการขนส่งสาธารณะ และอาจให้อำนาจแก่ จนท. คิดค่าปรับแก่ผู้ฝ่าฝืน หรืออาจเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนส่วนมากยังคงทำงานจากที่พักต่อไป หรือกำหนดเวลาเข้า - ออกงานต่างกันเพื่อมิให้มีคนหนาแน่นมากในชั่วโมงเร่งด่วน หรือการวาดเส้นบนพื้นเพื่อให้รักษาระยะห่าง ซึ่ง ก.คมนาคมกำลังศึกษาขั้นตอนการทำความสะอาดฆ่าเชื้อยานพาหนะและการระบายอากาศในบริเวณที่ไม่มีอากาศถ่ายเทเพียงพอ
สำหรับรถไฟ SNCF กำลังเตรียมการบริการเที่ยวรถไฟเพิ่มมากขึ้นเป็นร้อยละ 15 ของรถไฟ TGV และร้อยละ 20 สำหรับรถไฟ TER ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. โดยได้จัดการให้ไม่สามารถทำการสำรองที่นั่งในแต่ละขบวนได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง เพื่อให้สามารถรักษาระยะห่างระหว่างผู้โดยสารได้ ซึ่ง ก.คมนาคมอาจจะพิจารณาออกระเบียบกำหนดจำนวนผู้โดยสารสูงสุดในแต่ขบวนรถไฟได้ในอนาคต
สำหรับเครื่องบิน บ. Air France ได้เคยประกาศปรับเพิ่มเที่ยวบินไปแล้วก่อนหน้านี้ อาทิ จะเพิ่มเที่ยวบิน ปารีส- Marseille เป็น 2 เที่ยวต่อวัน จากเดิมมีเพียงวันละ 1 เที่ยว แต่สนามบิน Orly อาจยังปิดให้บริการ
3.3 ด้านการเกษตร - กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณารับมือกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานเพื่อเก็บผักผลไม้ โดยอาจอนุญาตให้แรงงานต่างชาติ (ในอียู) เข้ามาเสริมกับแรงงานอาสาสมัครชาวฝรั่งเศสและพิจารณามาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อสาขาการประมง ไวน์และชีส ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างมากจากการปิดร้านอาหาร รวมทั้งจะผลักดันให้มีการเปิดตลาดเพิ่มเติมทั่วประเทศ (ปัจจุบัน มีตลาดเปิดให้บริการเพียงร้อยละ 35)
3.4 ด้านการจัดหาหน้ากาก เจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อและเครื่องช่วยหายใจ -หาแนวทางเพื่อเพิ่มกำลังผลิตหน้ากากทุกประเภท (หน้ากากอนามัย FFP2 และหน้ากากกันละอองน้ำลาย) สำหรับประชากรทั้งประเทศ รวมทั้งพิจารณาระบบการแจกจ่าย และในส่วนของเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ปัจจุบัน สามารถผลิตได้วันละ 550,000 ลิตร (ก่อนหน้านี้สามารถผลิตได้เพียง 50,000 ลิตรต่อวัน) และกำลังเร่งผลิตเครื่องช่วยหายใจโดย บ. Air Liquide เพื่อให้ถึงเป้าหมาย 10,000 เครื่อง (หลังเริ่มผลิต 3 สัปดาห์ จะผลิตครบ 1,000 เครื่องในช่วงปลายสัปดาห์นี้)
4. การให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ
4.1 รมว.แรงงานแจ้งว่า ปัจจุบันมีชาวฝรั่งเศสถึง 10.2 ล้านราย อยู่ภายใต้มาตรการพักงานโดยยังได้รับงินเดือนอยู่ (chômage partiel) จากบริษัท 820,000 แห่ง หรือคิดเป็นพนักงาน 1 ใน 2 ราย และบริษัท 6 ใน 10 แห่งในฝรั่งเศส และเห็นว่าสถานการณ์การจ้างงานเพิ่มเติมในฝรั่งเศสเป็นที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่งโดยจะขึ้นอยู่กับพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศหลังมีการผ่อนปรนมาตรการออกจากที่พักแล้ว แต่คาดว่าจะมีการจ้างงานน้อยลงในปีนี้
4.2 รมว.งบประมาณแผ่นดินแจ้งต่อวุฒิสภาในระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฉบับแก้ไข เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ว่า ได้มีการให้เงินช่วยเหลือบริษัทรายเล็กและผู้ประกอบการอิสระจากกองทุนช่วยเหลือ (fonds de solidarité) แล้วจำนวน 703,355 ราย เป็นเงิน 937 ล้านยูโร โดยมีผู้ขอรับเงินช่วยเหลือรวมทั้งหมด 1,088,000 ราย
4.3 นาย Nicolas Dufourcq ผู้จัดการใหญ่ธนาคาร Bpifrance แจ้งว่า ได้อนุมัติให้บริษัทเอกชนกู้เงินโดยรัฐเป็นผู้ค้ำประกันแล้วจำนวน 4 หมื่นล้านยูโร คิดเป็นเงินเฉลี่ยรายละประมาณ 140,000 ยูโร
5. ผลการสำรวจความเห็นประชาชน - สถานีโทรทัศน์ BFM (โดยสถาบัน ELABE) ได้สำรวจความเห็นประชาชนระหว่างวันที่ 20 - 21 เม.ย. (หลังการแถลงของ นรม. ทางโทรทัศน์เมื่อวันที่ 19 เม.ย.) พบว่า
5.1 ร้อยละ 82 ยังคงมีความกังวลต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ ร้อยละ 66 กังวลต่อการผ่อนปรนมาตรการห้ามออกจากที่พักในวันที่ 11 พ.ค. โดยส่วนมากเป็นเพศหญิง (ร้อยละ 72) กลุ่มอายุ 35 - 49 ปี (ร้อยละ 72) และเป็นกลุ่มมีปัญหาทางการเงิน (ร้อยละ 74)
5.2 ชาวฝรั่งเศสร้อยละ 63 เห็นว่า รัฐบาลเตรียมการการผ่อนปรนมาตรการห้ามออกจากที่พักได้ไม่ดีพอ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากสัปดาห์ที่แล้ว) โดยมีความเชื่อมั่นในการรับมือของรัฐบาลเพียงร้อยละ 42 (ลดลงร้อยละ 3) และร้อยละ 70 พร้อมที่จะสวมหน้ากากอนามัยไม่ว่ารัฐบาลจะบังคับให้ใส่หรือไม่ก็ตาม

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา