
ห้องปฏิบัติการตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ครบวงจรแห่งแรกของไทย ความจำเป็นของอุตสาหกรรมอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการดันไทยสู่ Medical Hub
......................
การสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์เป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะในช่วง โควิด -19 ที่ความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัย หน้ากาก N95 และชุดกาวน์ เนื่องจากอุปกรณ์ทางการแพทย์เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความจำเป็นต้องผ่านการทดสอบและการรับรองมาตรฐานคุณภาพสากลก่อนถึงมือผู้บริโภค อุปกรณ์เหล่านี้สัมผัสกับร่างกายของมนุษย์โดยตรงหรือเป็นเวชภัณฑ์สำหรับการรักษา การดูแลสุขภาพ รวมทั้งการป้องกันเชื้อโรคและสิ่งเจือปนต่างๆ
จากการคาดการณ์ว่าปี 2564-2565 มูลค่าการจําหน่ายเครื่องมือแพทย์ในประเทศจะเติบโตเฉลี่ย 6.5% ต่อปี ขณะที่มูลค่าการส่งออกจะเฉลี่ยที่ 5.0% ต่อปี มาตรฐานอุตสาหกรรมที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยได้
ขณะที่ปัจจุบันห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ในประเทศไทยยังมีจำนวนไม่มากนัก และไม่ครอบคลุมการทดสอบ ทุกมาตรฐานในที่เดียว จึงใช้เวลานานในการทดสอบให้ครบทุกรายการ เช่น การทดสอบการต้านทานการหายใจ การซึมผ่านของของเหลวโดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือหากต้องการทดสอบครบทุกมาตรฐานในที่เดียว ก็จะต้องส่งไปทดสอบที่ต่างประเทศ เช่น ที่ Nelson Labs ประเทศสหรัฐอเมริกา

โดย รองศาสตราจารย์นายแพทย์อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช บอกว่า การสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมจะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์จากต่างประเทศได้ เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ ขณะที่บางสถานการณ์ขาดแคลนอุปกรณ์ ดังนั้น การจัดตั้งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์จะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนได้

การจัดตั้ง “วชิรแล็บ” ห้องปฏิบัติการกลางเพื่อตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นความร่วมมือระหว่าง คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัย นวมินทราธิราช กับ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC จึงเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลก โดยได้บูรณาการ องค์ความรู้และประสบการณ์ของวิชาการแพทย์และสาธารณสุข ผนวกกับประสบการณ์ตรงในด้านวิศวกรรมวัสดุศาสตร์ และเครื่องมือวิเคราะห์ทดสอบเชิงลึกของการพัฒนาผลิตภัณฑ์วัสดุพอลิเมอร์ มาใช้ในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการกลางเพื่อให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบแบบครบวงจร (one-stop-service laboratory) โดยใช้เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยในการทดสอบคุณสมบัติสำคัญที่สามารถชี้บ่งถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำ และรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ในระดับสากล
ศาสตราจารย์ ดร. สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ระบุว่า การสร้างห้องปฏิบัติการกลางสำหรับให้บริการตรวจสอบหน้ากากอนามัย หน้ากาก N95 และชุดกาวน์ ระหว่างมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และ IRPC จะเป็นส่วนสนับสนุนการพัฒนาด้านสาธารณสุขของประเทศ ช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตอุปกรณ์การแพทย์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล สามารถควบคุมคุณภาพ ปริมาณการผลิต และความปลอดภัยของประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ได้ในภาวะวิกฤต
ขณะที่ นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC บอกเช่นกันว่า การสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ผลักดันให้ IRPC เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทางการแพทย์อย่างเต็มตัว เพื่อร่วมสร้างความมั่นคงและเข้มแข็งทางด้านสาธารณสุขให้กับประเทศไทย
ห้องปฏิบัติการกลางเพื่อตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในปี 2564
โดยจะนำเข้าเครื่องมือ และอุปกรณ์ทดสอบที่มีประสิทธิภาพ ให้ผลการทดสอบที่ถูกต้องและแม่นยำตามมาตรฐาน เช่น มอก. 2424 – 2562 สำหรับหน้ากากอนามัยและ มอก. 2480 – 2562 สำหรับหน้ากาก N95 ซึ่งเทียบเท่ามาตรฐาน ASTM และ EN ในต่างประเทศ และมาตรฐาน ANSI/AMMI PB70:2012 สำหรับเสื้อกาวน์ทางการแพทย์ (Surgical Gown) เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังได้นำองค์ความรู้ ประสบการณ์ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และด้านการแพทย์ของทั้งภาคเอกชนและมหาวิทยาลัย มาใช้ในการบริหารจัดการให้ดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากล ถือเป็นการวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรที่ได้มาตรฐานในประเทศไทยต่อไป

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา