“…คณะกรรมาธิการพบว่า สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ของกองทัพบกแท้จริงแล้วมีสถานะเป็นหน่วยงานราชการของกองทัพบกหรือไม่ อย่างไร ปัญหาสถานะและความสัมพันธ์กับบริษัท RTA Enterprise นั้นไม่ชัดเจน ซึ่งพบว่าหนี้สินที่มีจํานวนมากกว่า 1,000,000,000 บาทที่มีอยู่ระหว่างบริษัท RTA Enterprise และสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ตกอยู่ในสภาวะที่หนี้สงสัยจะสูญ เนื่องจากเป็นหนี้ที่ไม่มีการชําระใดๆ…”
มหากาพย์ ‘เงินกู้’ 1.4 พันล้าน ระหว่าง ‘ททบ.5’ กับ ‘บ.อาร์ทีเอฯ’ ที่ไม่ได้ข้อยุติ ตกอยู่ในสภาวะที่ หนี้สงสัยจะสูญ ตามรายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจของกองทัพไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานอื่นหรือย้ายไปสถานที่อื่นที่เหมาะสม สภาผู้แทนราษฎร
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ได้เคยนำเสนอที่มาและที่ไปของการ ‘กู้เงิน’ ตลอดจนการ ‘แก้ไขสัญญา’ และการ ‘ทวงหนี้’ ระหว่างสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ. 5) กับ บริษัท RTA Entertainment หรือ บริษัท RTA Enterprise ในปัจจุบันให้ชำระเงินไปแล้วหลายครั้ง-หลายตอน
ต่อไปนี้คือ บทวิเคราะห์และข้อเสนอแนะในรายงานการพิจารณาศึกษาของ กมธ. วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจของกองทัพไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานอื่นหรือย้ายไปสถานที่อื่นที่เหมาะสม สภาผู้แทนราษฎร ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ‘ททบ.5’ กับ ‘บ.อาร์ทีเอฯ’
@ เนื้อหาความมั่นคง-ทหาร 12.5 % ของผังรายการทั้งหมด
บทวิเคราะห์
สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ. 5)
สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ. 5) ได้รับใบอนุญาตคลื่นโทรทัศน์ จํานวน 1 ช่อง ในฐานะสถานีโทรทัศน์ สาธารณะประเภท 2 เพื่อความมั่นคง และได้รับใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายภาคพื้นดินโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (Multiplexer--MUX) จํานวน 2 โครงข่าย คือ MUX 2 และ MUX 5
1. ผังรายการ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) (ช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568) จากเวลาออกอากาศ 20 ชั่วโมงต่อวัน (05.00 – 01.00 นาฬิกา) พบว่ามีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและการทหารโดยตรง เช่น รายการที่นี่ชายแดนใต้ ซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนใต้ และรายการแทนคุณแผ่นดิน ซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับข่าวคราวในวงการทหารของเหล่าทัพต่างๆ ในสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยคือเพียง 2 ชั่วโมง 30 นาที หรือร้อยละ 12.5 ของเวลาออกอากาศทั้งหมดเท่านั้น
เนื้อหารายการของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ. 5) ส่วนใหญ่เป็นสารคดีทั่วไปและบันเทิง กีฬาและการโฆษณาสินค้า แบบขายตรง (ซึ่งมีรายการแบบโฆษณาแฝงในรายการ เช่น รายการเกษตรไดเร๊ค ความจริงแล้ว คือ การโฆษณาและส่งเสริมการขายสินค้าทางการเกษตรมากกว่าจะเป็นการรายการที่ให้ความรู้ทางด้านการเกษตรอย่างตรงไปตรงมา
อย่างไรก็ตามบางรายการ เช่น ขุ่นแม่ แชร์โล นั้นแม้จะมีการถ่ายทํากิจกรรมทางทหารหรือ ท่องเที่ยวในค่ายทหาร แต่จากการตรวจสอบเนื้อหาแล้วจะเน้นหนักไปทางวาไรตี้เพื่อความบันเทิงมากกว่าจะพูดถึงเรื่องความมั่นคงอย่างจริงจัง

@ เรตติ้ง ‘รองบ๊วย’
2. ความนิยม สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5 ) ได้รับความนิยมค่อนข้างน้อย รายงานข้อมูลการวัดความนิยม (Rating) ข้ามแพลตฟอร์ม ประจําเดือนมกราคม พ.ศ. 2568 ของสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (สํานักงาน กสทช.) ร่วมกับสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) และบริษัท เนลเซน (Nielsen) ซึ่งเป็นฉบับล่าสุดในตอนที่จัดทํางานนี้ แสดงให้เห็นว่าความนิยม (Rating) รวมทั้งหมดของผู้ชมจากช่องสถานีทั้งจากผู้ชมที่รับชมผ่าน เครื่องเล่นทีวีและผู้ให้บริการสตรีมมิ่งวัดจากผู้ชมคนไทยทั้งประเทศที่มีอายุมากกว่า 4 ปีขึ้นไปนั้น สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) จัดอยู่ในอันดับ 19 จากทั้งหมด 20 อันดับ ความนิยม (Rating) ร้อยละ 0.014 ผู้ชมเฉลี่ย 7,733 อัตราการเข้าถึง 10957 และจํานวนผู้เข้าถึง 6,117,415


@ ผลประกอบการลด-ขาดทุนต่อเนื่อง
3. ผลประกอบการ ในรอบ 6 ปี ที่ผ่านมา (พ.ศ. 2560 - 2566) รายได้รวมจากกิจการทุกประเภทของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) อันประกอบไปด้วย สถานีโทรทัศน์ระบบดิจิตอลความคมชัดสูง (5 HD) บริการเครือข่ายทั่วโลก (TGN) บริการโครงข่ายโทรทัศน์ดิจิตอลภาคพื้น MUX จํานวน 2 โครงข่ายและสิ่งอํานวยความสะดวกลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 1,464.4 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2561 เหลือ 1,016.5 ในปี พ.ศ. 2566
ส่วนที่เป็นกิจการหลัก คือ กิจการสถานีโทรทัศน์ซึ่งทําหน้าที่การผลิตและเผยแพร่รายงานที่มีเนื้อหาเพื่อเป็นบริการสาธารณะเพื่อความมั่นคงนั้น ไม่ได้เป็นรายได้หลักของสถานีวิทยุโทรทัศน์ กองทัพบก (ททบ. 5) แต่อย่างใด กล่าวคือ ในส่วนของบริการเครือข่ายทั่วโลก (TNG) ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ถ่ายทอดสัญญาณไปทั่วโลกมีรายได้เฉลี่ยในช่วงระยะเวลาดังกล่าวเพียง 18.3 ล้านบาท และในส่วนของทีวีดิจิทัล ช่อง 5HD (TV Digital 5HD) คือ สถานีโทรทัศน์ดิจิตอลความคมชัดสูงระหว่างปี พ.ศ. 2561 – 2566 เฉลี่ยปีละ 204.6 ล้านบาท รายได้เฉพาะ ทีวีดิจิทัล ช่อง 5HD (TV Digital 5HD) ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก แต่มีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้รวมของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) โดยปี พ.ศ. 2566 มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 9.3 ของรายได้สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ทั้งหมด
ทั้งนี้ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) แจ้งว่าในปี พ.ศ. 2560 มีกําไรประมาณ 180 กว่าล้านบาท แต่นับจากปี พ.ศ. 2561 - 2566 สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) มีผลการดําเนินงานขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2561 ขาดทุน 46,000,000 บาท ปี พ.ศ. 2562 ขาดทุน 78,000,000 บาท ปี พ.ศ. 2563 ขาดทุน 177,000,000 บาท ปี พ.ศ. 2564 ขาดทุน 166,000,000 บาท ปี พ.ศ. 2565 ขาดทุน 182,000,000 บาท และปี พ.ศ. 2566 ขาดทุน 216,000,000 บาท แต่ทั้งนี้ ผู้แทนจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ไม่ได้แจกแจงรายละเอียดว่าขาดทุนจากส่วนใด

รายได้หลักของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ. 5) มาจากการ ให้บริการโครงข่ายภาคพื้นในระบบดิจิตอล 2 โครงข่ายคือ MUX 2 และ MUX 5 ทั้งในแบบความคมชัดปกติ (SD) และความคมชัดสูง สถานีโทรทัศน์กองทัพบก อัตราค่าเช่าใช้โครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล หลังจากที่ปรับลดในปี พ.ศ. 2561 แล้ว ช่องรายการประเภทความคมชัดปกติ (SD) 3,500,000 บาทต่อเดือน และช่องรายการประเภทความคมชัดสูง (HD) 10,500,000 บาทต่อเดือน จากการประเมินของคณะกรรมาธิการ ปัจจุบันมีสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลเช่าโครงข่ายจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ประเภทความคมชัดปกติ 6 ช่อง และ ประเภทความคมชัดสูง 5 ช่อง ทําให้สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) มีรายได้ปีละ 882,000,000 บาท
@ ปี 66 รายได้ลดลงจากปีละ 1,000 ล้าน เหลือ 801.3 ล้าน
อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. 2560- 2566 สํานักงานคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สํานักงาน กสทช.) ประเมินรายได้ของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ. 5) เพื่อคิดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในส่วนของบริการโครงข่ายหรือ MUX ทั้ง 2 โครงข่ายพบว่ารายได้ของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ในส่วนนี้ลดลงจากกว่าปีละ 1,000,000,000 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2560 - 2561 ลงมาเหลือ 801,300,000 บาทในปี พ.ศ. 2566

@ รายได้จัดอยู่ในหมวด ‘เงินนอกงบประมาณ’
4. สถานะและปัญหาทางกฎหมายของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5)
ประการที่หนึ่ง สถานะทางกฎหมายของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ยังขาดความชัดเจน โดยทั่วไปมีการระบุว่าเป็นหน่วยงานสังกัดกองทัพบก แต่งบประมาณของสถานีโทรทัศน์ รวมทั้งรายได้ที่เกิดจากการประกอบกิจการทั้งในส่วนของการออกอากาศรายการและให้บริการโครงข่ายภาคพื้นระบบดิจิตอลไม่ได้นํางบประมาณเข้ามารวมในบัญชีกองทัพบก แต่จะจัดอยู่หมวด เงินนอกงบประมาณประเภท 2 ที่หน่วยจะบริหารเอง
ประการที่สอง เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2540 ในช่วงที่อุตสาหกรรมสื่อสารมวลชนกําลังเฟื่องฟู ก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ได้มีการจัดตั้งบริษัท ททบ.5 โดยกองทัพบกถือหุ้นร้อยละ 100 เพื่อดําเนินธุรกิจสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ซึ่งตามคํานิยามของกฎหมายหลายฉบับ เช่น พระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสําหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 พระราชบัญญัติการพัฒนาการกํากับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจพ.ศ. 2562 แล้วบริษัทซึ่งหน่วยงานรัฐบาลเป็นเจ้าของเช่นนี้จะต้องมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ
@ ‘นายพล’ ถือหุ้น ‘ททบ.5’ ในนามกองทัพบก – ภาระหนี้สิน 1,400 ล้าน
นอกจากนี้ ปรากฏรายชื่อนายทหารชั้นนายพลถือหุ้นในนามกองทัพบก และนายทหารหลายคนร่วมถือหุ้นกับพลเรือนจํานวนหนึ่ง ซึ่งตามคําสั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินที่ 38/2519 ห้ามข้าราชการ ตํารวจ ทหาร เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือมีหน้าที่อื่นใดในบริษัทห้างร้านเอกชน เช่นนั้นหากไม่จัดว่าบริษัท ททบ.5 เป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว นายทหารที่ถือหุ้นและเป็นกรรมการบริษัทย่อมดําเนินการโดยฝ่าฝืนคําสั่งดังกล่าว ซึ่งแม้ไม่ปรากฏบทลงโทษแต่ได้ระบุให้นายทหารเหล่านั้นถอนตัวจากกิจการนั้นเสีย และในด้านความเกี่ยวพันกับสถานีโทรทัศน์ รายงานผู้สอบบัญชีปี พ.ศ. 2543 และ ปี พ.ศ. 2544 ระบุว่า บริษัทมีรายได้จากค่าโฆษณาและเช่าช่วงเวลาสถานี ททบ.5 และบริษัทมีภาระหนี้สินกับสถานี ททบ.5 จํานวน 1,400,000,000 บาท
นอกจากนี้ ปรากฏรายชื่อนายทหารยศนายพลถือหุ้นในนามกองทัพบก และนายทหารหลายคนร่วมถือหุ้นกับพลเรือนจํานวนหนึ่ง ต่อมาวันที่ 19 พฤษภาคม 2547 ปรากฏการจดทะเบียนบริษัท RTA Entertainment โดยนายทหารยศพลเอกเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทนกองทัพบก และมีนายทหารอีก 6 คนร่วมเป็นผู้ถือหุ้นด้วย แต่ไม่ได้ระบุว่าถือหุ้นในนามกองทัพบกหรือในนามส่วนตัว (ในบัญชีผู้ถือหุ้นลงวันที่ 29 เมษายน 2563 ปรากฏว่าผู้ถือหุ้นทั้งหมดของบริษัทนี้เป็นนายทหารยศนายพล) และมีการโอนทรัพย์สินและหนี้สินจากบริษัท ททบ.5 ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าเป็นนิติบุคคลที่มีความเกี่ยวเนื่องและสืบเนื่องกัน
@ คกก.สอบ พบ ผลปย.ทับซ้อน RTA Entertainment
ประการที่สาม คณะรัฐมนตรีมีมติในปี พ.ศ. 2547 ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งพบความไม่ปกติหลายประการเกี่ยวกับการดําเนินงานของบริษัทและสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) อาทิเช่น
(1) การที่สถานีให้บริษัท RTA Entertainment เช่าเวลาและทําการตลาดเป็นระยะเวลายาวนานถึง 30 ปี
(2) การโอนสิทธิการซื้อหุ้นเพิ่มทุนธนาคารทหารไทยให้บริษัทที่จดทะเบียนในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน
(3) ประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากผู้บริหารสถานีและผู้บริหารบริษัทเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกัน
ทั้งนี้ คณะกรรมการการสอบสวนได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งใช้เวลาพิจารณานานถึง 19 ปี และมีมติยุติเรื่องในปี พ.ศ. 2566 โดยให้เหตุผลว่าไม่พบว่าผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่ปกติดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าบริษัท ททบ.5 ควรมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ
@ ปัญหาหนี้สิน และความสัมพันธ์สถานะลูกหนี้-เจ้าหนี้
5. ปัญหาหนี้สิน
ประเด็นเรื่องหนี้สินระหว่างบริษัทกับสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) เริ่มต้นจากปี พ.ศ. 2541 เมื่อบริษัท ททบ.5 กู้เงินจากสถานีโทรทัศน์วิทยุกองทัพบก (ททบ. 5) จํานวน 1,446,700,000 บาท เพื่อซื้อหุ้นธนาคารทหารไทยจํานวน 114 ล้านหุ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยพยุงสถานะของธนาคารในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ เนื่องจากมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมหลายหน่วยถือหุ้นในธนาคารดังกล่าว
ต่อมาสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ให้บริษัท ททบ.5 กู้เงินจากธนาคารทหารไทยอีก 1,615,000,000 บาท เพื่อลงทุนในโครงการโทรทัศน์ดาวเทียมตามกระแสความนิยมในวงการสื่อสารมวลชนขณะนั้น
ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งในปี พ.ศ. 2547 พบว่า บริษัท RTA Entertainment มีหนี้สินกับสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) จํานวน 1,320,000,00 บาท และสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) มีหนี้สินกับ RTA Entertainment 1,536,000,000 บาท หากมีการหักกลบลบหนี้ สถานีฯ จะต้องชําระเงินคืนให้บริษัทฯ จํานวน 216,000,000 บาท แต่ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ได้ดําเนินการสืบสวนในรายละเอียด อีกทั้งยังไม่ปรากฏว่าได้มีการหักกลบลบหนี้กันเช่นนั้นหรือไม่ประการใด
@ จาก RTA Entertainment สู่ RTA Enterprise
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564 มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนเป็น บริษัท RTA Enterprise ซึ่งเป็นการเปลี่ยนชื่อจากบริษัท RTA Entertainment เดิม โดยบริษัทใหม่นี้มีบริษัทในเครือเพิ่มขึ้น เช่น RTA Holding Digital Hub (168) และ Thai Premium Butcher จากการตรวจสอบพบว่า กรรมการบริษัททั้งหมดเป็นนายทหาร และที่สําคัญคือ รายงานผู้สอบบัญชีในปี พ.ศ. 2565 ระบุว่า บริษัทฯ ยังมีหนี้เงินกู้ระยะยาวและดอกเบี้ยค้างจ่ายจากกิจการที่เกี่ยวเนื่องกันอยู่เป็นจํานวน 1,186,200,000 บาท และบริษัทฯ มีผลการดําเนินงานขาดทุนเกินทุน 1,005,210,000 บาท
ในปีเดียวกัน รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นได้มีการเปลี่ยนแปลงธรรมเนียมที่กําหนดให้กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ (กอญ.) สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ต้องดํารงตําแหน่งกรรมการและประธานกรรมการบริษัท เนื่องจากผู้ดํารงตําแหน่งกรรมการผู้อํานวยการใหญ่ (กอญ.) ที่พ้นวาระในปีนั้นไม่ประสงค์รับตําแหน่ง
ประเด็นที่สําคัญอีกประการหนึ่งคือ ในปี พ.ศ. 2565 รายงานการสอบบัญชีระบุว่า ความสามารถในการดําเนินงานของบริษัทฯ ขึ้นอยู่กับความสําเร็จในการประกอบการของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ซึ่งยืนยันจะให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่บริษัทฯ ต่อไป แต่ในปี พ.ศ.2566 หมายเหตุผู้สอบบัญชีระบุว่า สถานีฯ ไม่ยืนยันที่จะสนับสนุนทางการเงินแก่บริษัทฯ อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ ร้อยละ 49 ยังคงเป็นกองทัพบก
ในการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการหลายครั้ง ผู้แทนของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) จะยืนยันโดยตลอดว่า บริษัท RTA Enterprise มีความสัมพันธ์กับสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ในฐานะลูกหนี้ในมูลนี้กว่า 1,000,000,000 บาท แต่ปัญหาหนี้สินระหว่างสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) และบริษัท ททบ.5 ซึ่งในปัจจุบัน คือ บริษัท RTA Enterprise ยิ่งมีความซับซ้อนและสับสนมากยิ่งขึ้น
เมื่อบริษัทได้ทําหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงเงินกู้วงเงิน 1,453,000,000 บาท ต่อสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2567 โดยยืนยันว่าบริษัท RTA Enterprise ไม่ได้มีนิติสัมพันธ์กับสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ. 5) อย่างเจ้าหนี้ลูกหนี้แต่ประการใด และไม่ตกเป็นลูกหนี้ เงินกู้ตามที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) กล่าวอ้าง
เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ซึ่งให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยไม่เปิดเผยนามอ้างว่าบริษัทฯ ไม่ได้กู้เงินจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) หากแต่เป็นเพียงตัวแทนในการจัดการตามวัตถุประสงค์ของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) หรือกองทัพบกในการเข้าถือครองหุ้นธนาคารด้วยวิธีการนําเงินจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) และหรือกองทัพบก จํานวน 1,453,000,000 บาท เข้าซื้อหุ้นธนาคารทหารจึงเป็นการบังคับเอาอย่างตัวการตัวแทนตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันเป็นแนวทางที่ศาลฎีกาได้นํามาเป็นแนวทางการพิจารณาต่อพฤติการณ์เช่นเดียวกันนี้เพื่อออกคําพิพากษาในหลายคดี
@ 1.4 พันล้าน ตกอยู่ในสถานะ ‘หนี้สงสัยจะสูญ’
กล่าวโดยสรุป สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ. 5) เป็นทีวีเพื่อบริการสาธารณะเพื่อความมั่นคงที่ดําเนินการไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์มากนัก เนื่องจากมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงโดยตรงค่อนข้างน้อยเพียงร้อยละ 12.5 ของเวลาออกอากาศทั้งหมด อีกทั้งยังเป็น สถานีโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมต่ำอยู่ในอันดับรองสุดท้ายของตารางการจัดอันดับความนิยม (Rating) ทั้งในแบบรวมและในกลุ่มทีวีสาธารณะด้วยกัน
ผลประกอบการของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) นั้น แม้จะปรากฏว่ามีรายได้จากการให้บริการโครงข่าย เฉลี่ยแล้วกว่า 800,000,000 บาทต่อปี แต่รวมกับรายได้ของสถานีโทรทัศน์แล้วปรากฏว่ายังขาดทุนต่อเนื่องเป็นจํานวนมาก คณะกรรมาธิการพบว่าเป็นความท้าทายของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกในการสร้างรายได้ภายใต้แรงกดดันจากแพลตฟอร์ม (platform) อื่น ๆ
คณะกรรมาธิการพบว่า สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ของกองทัพบกแท้จริงแล้วมีสถานะเป็นหน่วยงานราชการของกองทัพบกหรือไม่ อย่างไร ปัญหาสถานะและความสัมพันธ์กับบริษัท RTA Enterprise นั้นไม่ชัดเจน ซึ่งพบว่าหนี้สินที่มีจํานวนมากกว่า 1,000,000,000 บาทที่มีอยู่ระหว่างบริษัท RTA Enterprise และสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ตกอยู่ในสภาวะที่หนี้สงสัยจะสูญ เนื่องจากเป็นหนี้ที่ไม่มีการชําระใดๆ
@ แนะ บังคับชำระหนี้-คืนใบอนุญาตฯหลังหมดอายุ/จัดสรรใหม่
6.ข้อเสนอแนะ
(1) เร่งดําเนินการบังคับการชําระหนี้ เพื่อฟื้นฟูฐานะทางการเงินของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5)
(2) ควรพิจารณาคืนใบอนุญาตบริการสาธารณะหลังจากหมดอายุ ในวันที่ 1 ธันวาคม 2573 และบริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นในระบบดิจิตอล (MUX 2, MUX 5) ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 16 มิถุนายน 2571 และวันที่ 29 กันยายน 2571 ตามลําดับ เพื่อให้สํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สํานักงาน กสทช.) นําไปจัดสรรใหม่ให้หน่วยงานอื่นที่เหมาะสม
(3) กองทัพบกควรพิจารณาใช้แพลตฟอร์มอื่น ๆ (platform) ที่เข้าถึงประชาชนได้มากกว่า และมีต้นทุนในการดําเนินการไม่มากจนกลายเป็นภาระทางงบประมาณที่ไม่จําเป็น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องประกอบ :
- ลับสุดยอด (2) ข้อหารือช่อง 5-อาร์ทีเอฯ ปมตัวแทนเชิด? เงินกู้ 1.4 พันล.ซื้อหุ้นธ.ทหารไทย
- ลับสุดยอด (1) ข้อหารือ ช่อง 5-บ.อาร์ทีเอฯ ว่าด้วยนิติกรรมอำพราง? เงินกู้ 1.4 พันล.
อ่านประกอบเพิ่มเติม :
- ช่อง 5 ทวงคืนเงินกู้1.4 พันล. อาร์ทีเอฯ ปฏิเสธ-อ้างเป็นตัวแทนนำเงินออกซื้อหุ้นธ.ทหารไทย
- เปิดชัดๆ คำชี้แจง บ.อาร์ทีเอฯ ยันเป็นตัวแทนเชิด ช่อง 5 ไม่ใช่ลูกหนี้เงินกู้ 1.4 พันล.
- โชว์สัญญาเงินกู้ 1.4 พ้นล. อาร์ทีเอฯ ยันเป็นตัวแทนเชิดช่อง 5 นำเงินออกซื้อหุ้นธ.ทหารไทย
- เส้นทางเงินกู้ 1.4 พันล.ช่อง 5 ทำสัญญา-แก้ไข ยุค 4 ผบ.ทบ.'เชษฐา-อนุพงษ์-ประยุทธ์-อภิรัชต์'
- Top Secret : ข้อมูลลับ ช่อง 5 จากสัมปทานคลื่นทหาร สู่ ปมเงินกู้ 1.4 พันล. บ.อาร์ทีเอฯ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา