เก็บตกอีกราย! เปิดคําสั่งศาลฎีกาให้ถอนชื่อ ‘ณัฐพงษ์ สาโรจน์’ ผู้สมัคร สส. เขต 6 จ.สุราษฎร์ธานี พรรคไทยก้าวใหม่ มีประวัติต้องคดีฉ้อโกง-ยักยอกทรัพย์โดยทุจริต จำคุกรวม 1 ปี 18 เดือน คืนรถยนต์- เงินผู้เสียหาย ข้ออ้างไม่เคยรับโทษ ขัดเอกสารหลักฐาน ฟังไม่ขึ้น
คำพิพากษาให้เพิกถอนชื่อผู้รับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตอีก 1 ราย ช่วงก่อการเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569
สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org : วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลฎีกามีคําสั่งให้ถอนชื่อนายณัฐพงษ์ สาโรจน์ ผู้คัดค้าน ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคไทยก้าวใหม่ เนื่องจากเคยต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทําความผิดฐานฉ้อโกง และฐานยักยอก อันเป็นการกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพย์โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
นายณัฐพงษ์ต้องคำพิพากษา 2 คดี คดีแรก ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2553 จําคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจําคุกกระทงละ 9 เดือน รวมจําคุก 18 เดือน ให้จําเลยคืนเงินจํานวน 718,000 บาท แก่ผู้เสียหาย คดีที่สองศาลแขวงสุราษฎร์ธานีพิพากษาเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2560 จําคุก 2 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจําคุก 1 ปี ให้จําเลยคืนรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค คันหมายเลขทะเบียน กจ 8088 สุราษฎร์ธานี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนที่ยังขาดอยู่ จํานวน 180,00 บาท แก่ผู้เสียหาย คดีถึงที่สุดแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีการายละเอียดดังนี้
@เปิดคำพิพากษาฉบับเต็ม
คําสั่ง คดีหมายเลขดําที่ ลต สสข 28/2559 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สสข 31/25609 ศาลฎีกา วันที่ 5 เดือน กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2569 ความคดีเลือกตั้ง ระหว่าง
ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้รอง
นายณัฐพงษ์ สาโรจน์ ผู้คัดค้าน
เรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สิทธิสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง)
@พบประวัติต้องคดีฉ้อโกง-ยักยอกทรัพย์โดยทุจริต
ผู้ร้องยื่นคําร้องว่า เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2569 นายณัฐพงษ์ สาโรจน์ ผู้คัดค้านยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดสุราษฎร์ธานี และผู้ร้องได้ประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตดังกล่าว ต่อมา ผู้ร้องตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ผู้คัดค้านเคยต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทําความผิดฐานฉ้อโกง และฐานยักยอก อันเป็นการกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพย์โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (10) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (12) ขอให้ถอนชื่อผู้คัดค้านออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 6จังหวัดสุราษฎร์ธานี
@คัดค้านไม่เคยถูกคุมขัง คดีสิ้นสุดนานแล้ว ซ้ำเคยลงสมัคร สว.มาก่อน
ผู้คัดค้านยื่นคําคัดค้านว่า เอกสารที่ผู้ร้องแนบไม่ใช่สําเนาคําพิพากษาหรือคําสั่งคดีถึงที่สุดจากศาล จึงไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่าผลของคดีถึงที่สุดเป็นอย่างไร ทั้งไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้คัดค้านพ้นโทษเมื่อใด ซึ่งตามกฎหมายต้องพิจารณาลักษณะต้องห้ามนับจากวันพ้นโทษมิใช่วันพิพากษา ผู้คัดค้านไม่เคยถูกคุมขังหรือรับโทษจําคุก คดีทั้งสองคดีดังกล่าวสิ้นสุดเป็นเวลานานแล้ว ผู้คัดค้านเคยสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภากลับไม่เคยถูกทักท้วงเรื่องคุณสมบัติ ทั้งการจํากัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งต้องตีความอย่างเคร่งครัด การจะวินิจฉัยให้บุคคลขาดคุณสมบัติต้องมีพยานหลักฐานชัดเจน เมื่อมีข้อสงสัย ศาลต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้ผู้คัดค้าน ขอให้ยกคําร้อง
@มีประวัติโดนจำคุก 2 คดี
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจพยานหลักฐานของผู้ร้องที่เสนอต่อศาลในวันนัดพร้อมแล้ว เห็นว่าคดีไม่จําเป็นต้องไต่สวนพยานหลักฐาน จึงให้งดการไต่สวน
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจ านวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคไทยก้าวใหม่
มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นเหตุให้ศาลถอนชื่อผู้คัดค้านออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งหรือไม่
เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 บัญญัติว่า
“บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ... (10) เคยต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทําความผิดเกี่ยวทรัพย์ ที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา....”
และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 บัญญัติไว้เช่นเดียวกันว่า
“บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร....(12) เคยต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทําความผิดเกี่ยวทรัพย์ที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา...”
ซึ่งความปรากฏตามหนังสือจากศาลแขวงสุราษฎร์ธานี เอกสารหมาย ร.5 ว่าผู้คัดค้านมีชื่อเป็นจําเลยในคดีอาญารวม 2 คดี ได้แก่
@คดีแรก จําคุก 18 เดือน คืนเงิน 718,000 บาท แก่ผู้เสียหาย
1. คดีหมายเลขแดงที่ 3850/2553 ของศาลแขวงสุราษฎร์ธานี พิพากษาเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2553 ว่าจําเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 การกระทําของจําเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จําคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน จําเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจําคุกกระทงละ 9 เดือน รวมจําคุก 18 เดือน ให้จําเลยคืนเงินจํานวน 718,000 บาท แก่ผู้เสียหาย คดีถึงที่สุดแล้วตามสําเนาคําพิพากษาของศาลแขวงสุราษฎร์ธานีและใบสําคัญแสดงว่าคดีถึงที่สุด เอกสารหมาย ร.5 แผ่นที่ 2 ถึง 5 และ
@คดีที่สอง คุก 1 ปี คืนรถยนต์ รุ่นซีวิค หรือ ชดใช้เงิน 180,00 บ. แก่ผู้เสียหาย
2. คดีหมายเลขแดงที่ อ. 1499/2560 ของศาลแขวงสุราษฎร์ธานี พิพากษาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 ว่า จําเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จําคุก 2 ปี จําเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจําคุก 1 ปี ให้จําเลยคืนรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค คันหมายเลขทะเบียน กจ 8088 สุราษฎร์ธานี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนที่ยังขาดอยู่ จํานวน 180,00 บาท แก่ผู้เสียหาย คดีถึงที่สุดแล้วตามสําเนาคําพิพากษาของศาลแขวงสุราษฎร์ธานีและ ใบสําคัญแสดงว่าคดีถึงที่สุด เอกสารหมาย ร.5 แผ่นที่ 9 ถึง 11 โดยสําเนาคําพิพากษา และใบสําคัญแสดงว่าคดีถึงที่สุดดังกล่าวเป็นสําเนาเอกสารที่ผู้อํานวยการสํานักงานประจําศาลแขวงสุราษฎร์ธานีลงลายมือชื่อรับรองสําเนาถูกต้องและเป็นเอกสารที่เจ้าพนักงานศาลส่งไปถึงผู้อำนวยการสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดสุราษฎร์ธานีตามที่มีหนังสือร้องขอมายังศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ถือได้ว่าเป็นกรณีที่ต้นฉบับเอกสารอยู่ในความอารักขาหรือในความควบคุมของทางราชการ เมื่อสําเนาเอกสารดังกล่าว ผู้มีอํานาจหน้าที่ได้รับรองว่าถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นอันเพียงพอในการที่จะนํามาแสดงต่อศาล ทั้งผู้คัดค้านไม่ได้โต้แย้งว่าสําเนาคําพิพากษา และใบสําคัญแสดงว่าคดีถึงที่สุดดังกล่าวเป็นเอกสารที่ไม่ถูกต้องแท้จริงอย่างไร
ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านเคยต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดของศาลแขวงสุราษฎร์ธานีว่ากระทําความผิดฐานฉ้อโกง และฐานยักยอกซึ่งความผิดทั้งสองฐานเป็นความผิดเกี่ยวทรัพย์ที่กระทําโดยทุจริตตาม
ประมวลกฎหมายอาญา ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (10) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (12)
@ข้ออ้างไม่เคยถูกคุมขังหรือรับโทษจําคุก ขัดกับคําพิพากษาของศาลแขวงสุราษฎร์ธานี
ที่ผู้คัดค้านอ้างว่า ไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้คัดค้านพ้นโทษเมื่อใด ซึ่งตามกฎหมายต้องพิจารณาลักษณะต้องห้ามนับจากวันพ้นโทษ มิใช่วันพิพากษานั้น
เห็นว่า คดีนี้ ผู้ร้องอ้างเหตุในการขอให้ศาลพิจารณาถอนชื่อผู้คัดค้านออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (10) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (12) โดยไม่ได้อ้างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 ที่บัญญัติว่า “บุคคลผู้มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร... (7) เคยได้รับโทษจําคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ...” และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 ที่บัญญัติเช่นเดียวกันว่า “บุคคลผู้มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร... (9) เคยได้รับโทษจําคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ...” ผู้ร้องจึงไม่จําต้องนําสืบวันพ้นโทษของผู้คัดค้าน
ส่วนที่ผู้คัดค้าน อ้างทํานองว่าผู้คัดค้านไม่เคยถูกคุมขังหรือรับโทษจําคุก เป็นข้อกล่าวอ้างที่ขัดกับคําพิพากษาของศาลแขวงสุราษฎร์ธานีอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้คัดค้านเองไม่ได้นำสืบพยานหลักฐานในประเด็นนี้หรือแม้แต่ต่อสู้ว่าผู้คัดค้านไม่ใช่จําเลยในคดีอาญาทั้งสองเรื่อง จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ข้ออ้างของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น
@สั่งถอนชื่อผู้รับสมัคร
ส่วนข้อต่อสู้อื่น ๆ ของผู้คัดค้านล้วนแต่เป็นข้อปลีกย่อย ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังหักล้างพยานหลักฐานของผู้ร้อง กรณีมีเหตุให้ถอนชื่อผู้คัดค้านออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งตามคําร้อง
จึงมีคําสั่งให้ถอนชื่อนายณัฐพงษ์ สาโรจน์ ผู้คัดค้าน ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคไทยก้าวใหม่

คดีเลือกตั้งอื่นก่อนหน้า
- ศาลฎีกายกคำร้องผู้สมัคร สส.ประชาธิปไตยใหม่ โดนตัดชื่อ ไม่ไปเลือกตั้งนายก อบจ.
- ยกคำร้อง ผู้สมัคร สส. ภูเก็ต รวมไทยสร้างชาติ สังกัดพรรคไม่ครบ 30 วัน
- คำพิพากษาฉบับเต็ม! คดีผู้สมัครฯ สส. ภูเก็ต รทสช.ขาดคุณสมบัติ - เคยอยู่‘โอกาสใหม่’
- เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา ถอนชื่อ‘ชลสิทธิ’ผู้สมัคร สส. จ.ภูเก็ต พรรคกล้าธรรม ถือหุ้นสื่อ
- เจาะบ.เกาะแก้วฯคดี‘ชลสิทธิ’ผู้สมัคร สส. จ.ภูเก็ต ถือหุ้นสื่อ/ เพิ่งส่ง อบจ.5 ใหม่ 9 ม.ค.69
- คำพิพากษา ‘ธนะศักดิ์’ ผู้สมัคร สส.นครพนม ถือหุ้นสื่อ กกต.ไม่ประกาศชื่อ/ชอบแล้ว
- ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ 'ชญานันท์' ผู้สมัคร สส.ราชบุรี พรรคเพื่อไทย ถือหุ้นสื่อ-บมจ.อาร์เอส
- เปิดคำสั่งศาลฎีกาถอนชื่อ ‘รัชต์พงศ์’ ผู้สมัคร สส.ตาก ปชน.ปมถูกจับคดีเว็บพนัน
- เบื้องลึก! ศาลฎีกาถอนชื่อ‘ฉลอง’ผู้สมัคร สส.โคราช กล้าธรรม โดนจําคุกคดีป่าสงวนฯ
- เปิดคำพิพากษาศาลฎีกาถอนชื่อ ‘กิตษณัฐ’ ผู้สมัคร สส. นครศรีฯ เพื่อไทย ต้องคดีลักทรัพย์
- เปิดเอกสารชัด ๆ ‘ธนะศักดิ์’ผู้สมัคร สส.นครพนม ถือหุ้นสื่อ 3 แสน โดน กกต.ไม่ประกาศชื่อ
- คำพิพากษาศาลฎีกาถอนชื่อ'ณัฐธัญรดี'ผู้สมัคร สส. ชลบุรี ไทยสร้างไทย ต้องคดีใช้เช็ค
- มัดรวมถอนชื่อผู้สมัคร สส. จ.นครศรีฯ 4 ราย ‘กิตษณัฐ-บุญเสริม-ปฏิพัทธ์-ก้องเกียรติ’
- คน ปชป.ก็โดน! เปิดคำพิพากษาถอนชื่อ ‘ชาติชาย’ ผู้สมัคร สส. จ.อุดรฯ ต้องคดีฉ้อโกง
- 'ศาลฎีกา' สั่ง ถอนชื่อผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 31 ราย - 'พรรคกล้าธรรม' มากสุด 4 คน
- 'ศาลฎีกา' สั่ง ถอนชื่อผู้สมัคร สส.เขต 18 ราย - 'กล้าธรรม' มากสุด 6 คน 'ปชป.' โดนด้วย
- คําพิพากษาฉบับเต็ม! ถอนชื่อ‘บิ๊กโอ-ก้องเกียรติ’ผู้สมัคร สส. นครศรีฯ ประวัติคดีลักทรัพย์
- เก็บตก! คำพิพากษา ถอนชื่อ‘สิทธิ’ผู้สมัคร สส. อำนาจเจริญ พปชร. ต้องคดีร่วมกันฉ้อโกง

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา