
“…เมื่อรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้อย่างแจ้งชัดแล้วว่า “การอออกเสียงลงคะแนนให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ” คำว่า “ลับ” ในทางรัฐธรรมนูญไม่ได้หมายถึงเพียงการเข้าคูหาโดยลำพัง แต่หมายถึง “กระบวนการที่ไม่สามารถสืบทราบได้ทั้งในระหว่างและหลังการลงคะแนน” ว่าผู้สิทธิเลือกตั้งเลือกใคร การมีบาร์โค้ดที่สามารถสืบค้นระบุตัวคนได้จึงเป็นการทำลายหลักการความลับโดยสภาพ…”
หมายเหตุ : สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาวินิจฉัยตามความในมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 กรณีการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยมีรายละเอียดในคำร้องทั้งหมดดังต่อไปนี้

อ่านข่าวประกอบ : 'ชาญชัย' ยื่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่ง ศาลรัฐธรรมนูญ ปม บัตรเลือกตั้ง ชี้ ละเมิดสิทธิประชาชน
เรื่อง ขอยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาวินิจฉัยตาม ตามความในมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 กรณีการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
กราบเรียน ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน
ข้าพเจ้านายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า ผู้ร้อง ขอยื่นคำร้อง โดยมีรายละเอียดตามลำดับดังจะกล่าวต่อไปนี้
ข้อ 1.วันที่ 12 ธันวาคม 2568 มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 และ คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศให้วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง วันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง วันลงคะแนน ณ.ที่เลือกตั้งสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุและได้กำหนดให้ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ข้อ 2. กระบวนการในการจัดการเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการดำเนินการในการลงคะแนน ตามวันลงคะแนนดังที่ได้กล่าวมา ถือได้ว่าเป็นสาระสำคัญอย่างยิ่งยวดในการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งของประชาชน มีหลักกฎหมายที่สำคัญของบ้านเมือง ได้กำหนดไว้ชัดแจ้งว่า “การออกเสียงลงคะแนนต้องโดยตรงและลับ”
รัฐธรรมนูญ มาตรา 85 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติไว้ว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลยก็ได้”
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญูว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 84 ได้บัญญัติไว้ว่า
“การออกเสียงลงคะแนนให้กระทำได้โดยวิธีการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง คณะกรรมการอาจกำหนดให้มีการออกเสียงลงคะแนนโดยวิธีการอื่นได้ หากการออกเสียงลงคะแนนโดยวิธีนั้นสามารถป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกกว่าการออกเสียงลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้งและมีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า และวิธีการนั้นเป็นการออกเสียงลงคะแนน โดยตรงและลับ”
หลักการ “การลงคะแนนโดยตรงและลับ” ความหมายคือ ในการลงคะแนนของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนจะต้องกระทำในลักษณะที่บุคคลอื่นไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงได้ลงคะแนนเสียงอย่างไร หรือ ออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด ปรากฏหลักฐานแจ้งตามเจตนารมณ์ความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และ ในเรื่องนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ เคยมีคำวินิจฉัยที่ 9/2549 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 สรุปได้ว่า หลักการเลือกตั้งโดยลับนั้นเป็นสาระสำคัญของการเลือกตั้งใน การปกครองระบบประชาธิปไตย การใช้สิทธิเลือกตั้งจะต้องโดยเสรี
หากการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับแล้ว การเลือกตั้งก็ไม่อาจที่จะเป็นการเลือกตั้งโดยเสรีได้ การเลือกตั้งโดยลับเป็นหลักการให้ความคุ้มครองทั้งผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง แต่ละคนและผลประโยชน์ส่วนรวมด้วย ตามหลักการการเลือกตั้งโดยลับจะต้องดำเนินการเลือกตั้งโดยไม่ให้ผู้ใดทราบได้เลยว่าผู้ลงคะแนนออกเสียงเลือกตั้งแต่ละคนตัดสินใจเลือกใคร
ข้อ 3. ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 พบหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า บัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการลงคะแนนมีการจัดพิมพ์รหัสแท่ง (Barcode) หรือรหัสตอบสนองรวดเร็ว (QR Code) ที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง (UID Unique Identifier) ซึ่งสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกลับไปสู่ต้นขั้วบัตรบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และลำดับการลงคะแนนได้ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลผู้เข้าถึงระบบฐานข้อมูลสามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละรายลงคะแนนเลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด
ข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ย้ำชัดจากคำแถลงของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ได้ยอมรับว่าสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละรายลงคะแนนเลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด และได้อธิบายว่ายากที่จะทำเช่นนั้นและหากบุคคลใดทำก็ย่อมผิดกฎหมาย ซึ่งถือได้ว่าเป็นการยอมรับว่าข้อมูลการเลือกตั้งคือบัตรเลือกตั้งนั้นสามารถเข้าถึงได้
การที่จะกล่าวอ้างว่ามีสิทธิทำได้เพื่อป้องกันการปลอมแปลง เชื่อว่าทุกคนเห็นด้วยกับการมีมาตราการวิธีการป้องกันการปลอมแปลงแต่ วิธีการจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะต้องไม่ขัดต่อหลักการที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธธรรมนูญ เช่น อาจกำหนดเป็นสัญลักษณ์ลายน้ำ หรือกำหนดสัญลักษณ์อย่างอื่นที่ไม่สามารถเชื่อมข้อมูลกับต้นขั้วของบัตรเลือกตั้งได้ ในทางกลับกัน บัตรออกเสียงประชามติ ที่กำหนดให้ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงได้ในคราวเดียวกันนี้ ไม่มีการทำสัญลักษณ์ให้จัดพิมพ์รหัสแท่ง (Barcode) หรือรหัสตอบสนองรวดเร็ว (QR Code) ที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง (UID Unique Identifier)ลงในบัตรประชามติด้วย ข้อเท็จจริงนี้ย้อนแย้งกับคำชี้แจงของคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยสิ้นเชิง
ข้อ 4. เมื่อรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้อย่างแจ้งชัดแล้วว่า “การอออกเสียงลงคะแนนให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ” คำว่า “ลับ” ในทางรัฐธรรมนูญไม่ได้หมายถึงเพียงการเข้าคูหาโดยลำพัง แต่หมายถึง “กระบวนการที่ไม่สามารถสืบทราบได้ทั้งในระหว่างและหลังการลงคะแนน” ว่าผู้สิทธิเลือกตั้งเลือกใคร การมีบาร์โค้ดที่สามารถสืบค้นระบุตัวคนได้จึงเป็นการทำลายหลักการความลับโดยสภาพ
หลักการ Secrecy of the Ballot ในระดับสากลตามหลักวิชาการทางนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ บัตรเลือกตั้งต้องมีลักษณะเป็น “บัตรมาตรฐานที่ไม่มีตำหนิหรือเครื่องหมายใดที่ทำให้จำแนกได้” (Anonymous Ballot) การใส่รหัสเฉพาะถือเป็นเครื่องมือในการคุกคามทางอ้อม (Voter Intimidation) ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจโดยอิสระของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเนื่องจากมีความกังวลว่าอาจถูกตรวจสอบหรือกลั่นแกล้งในภายหลัง
และประการสำคัญเห็นได้ชัดว่า การซื้อสิทธิขายเสียงก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กล่าวคือ ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองที่ชื้อเสียงจะใช้หลักการสืบย้อนไปยังตันขั้วให้ทราบถึงรายชื่อผู้เลือกตั้ง ไปข่มขู่ จูงใจ คุกคาม เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนนที่จะต้องทำตามที่ได้ลกลงกันในการซื้อสิทธิขายเสียง เพราะไม่เช่นนั้นข้อมูลการลงคะแนนเสียงที่ไม่เป็นความลับจะเป็นข้อผูกมัดที่สำคัญให้ทำตามข้อตกลงที่ซื้อเสียงไว้ ข้อเท็จจริงเช่นนี้จะเป็นกระบวนการที่ทำลายระบบประชาธิปไตยอย่างไม่มีชิ้นดี การทุจริตในการเลือกตั้งก็จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
การที่มีบุคคลสามารถเข้าถึงข้อมูลการเลือกบุคคลได้เพียงฝ่ายเดียวผ่านเทคโนโลยีบาร์โค้ด ทำให้หลักการตรวจสอบถ่วงดุลเสียไป จัดพิมพ์บัตรที่มีลักษณะ “ระบุตัวตนได้” จึงเป็นการกระทำที่ไร้ผลบังคับทางกฎหมาย กระทบต่อเจตนารมณ์ประชาธิปไตย หากประชาชนเกิดความหวาดระแวงว่าควานลับถูกเปิดเผย การเลือกตั้งนั้นย่อมไม่ไช่การแสดงเจตจำนงที่แท้จริง แต่เป็นการแสดงอออกภายใต้ความกดดัน
ข้อ 5. การเลือกตั้งเป็นกลไกสำคัญของระบอบประชาธิปไตย โดยมีหลักการพื้นฐานสากลคือ “การออกเสียงโดยเสรีและลับ” (free and secret ballot) หลักการดังกล่าวมิใช่เพียงเทคนิคทางกระบวนการ หากแต่เป็นหลักประกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนโดยตรง ในบริบทของประเทศไทย คณะกรรมการการเลือกตั้ง และรัฐธรรมนูญต่างรับรองให้การออกเสียงต้องเป็นไปโดยลับ เพื่อคุ้มครองเจดจำนงที่แท้จริงของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
การละเมิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง การลงคะแนนคือการแสดงออกทางการเมืองในรูปแบบหนึ่ง หากกระบวนการลงคะแนน “ไม่เป็นความลับ” ย่อมเปิดช่องให้บุคคลอื่นรับรู้หรือคาดเดาว่าผู้ใช้สิทธิเลือกใคร ผลคือประชาชนอาจเกรงกลัวแรงกดดันจากผู้มีอิทธิพล นายจ้าง ผู้นำชุมชน หรือกลุ่มการเมือง ทำให้การตัดสินใจไม่เป็นอิสระ ขัดต่อหลักเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพทางการเมืองที่รัฐธรรมนูญรับรอง
การเปิดช่องให้เกิดการข่มขู่และซื้อเสียงความลับของบัตรเลือกตั้งเป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดวงจร “การพิสูจน์การลงคะแนน” หากไม่เป็นความลับ ผู้ซื้อเสียงหรือผู้ข่มขู่สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้มีสิทธิทำตามที่ตกลงหรือไม่ นำไปสู่การสู่การคุกคาม บังคับหรือเอื้อให้ระบบอุปถัมภ์ฝังรากลึก ซึ่งบ่อนทำลายความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งโดยตรง
บ่อนทำลายความชอบธรรมของผลการเลือกตั้งความเชื่อมั่นสาธารณะเป็นทุนทางการเมืองที่สำคัญ หากประชาชนเชื่อว่าการลงคะแนนไม่ปลอดภัยหรือไม่ลับ ความไว้วางใจต่อผลเลือกตั้งจะลดลง อาจนำไปสู่ข้อพิพาท การร้องเรียน และความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ซึ่งกระทบเสถียรภาพของระบบโดยรวม
ประเด็นทางรัฐธรรมนูญและกลไกตรวจสอบ ในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญ การไม่จัดให้การลงคะแนนเป็นความลับ ถูกโต้แย้งว่าเป็นการจำกัดสิทธิเลือกตั้งเกินสมควรแก่เหตุและขัดต่อหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม
“ความลับของการลงคะแนน” มิใช่เพียงรูปแบบ แต่คือหลักประกันสาระสำคัญของสิทธิและเสรีภาพทางการเมือง การเลือกตั้งที่ไม่เป็นความลับย่อมกระทบต่อการละเมิดเสรีภาพในการตัดสินใจ เปิดช่องให้เกิดการข่มขู่และซื้อเสียงทำลายความเสมอภาคและบั่นทอนความชอบธรรมของผลการเลือกตั้ง ในระบอบประชาธิปไตยที่ยึดหลักนิติรัฐ การคุ้มครองความลับของบัตรเลือกตั้งจึงเป็นเงื่อนไขจำเป็นเพื่อให้ “เจตจำนงของประชาชน” ปรากฏอย่างแท้จริงและปราศจากความหวาดกลัว
ข้อ 6 ผู้ร้องจึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้โปรดไต่สวนในประเด็นที่กล่าวมาโดยเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัด
ในการนี้ ขอให้ตรวจสอบในประเด็นดังจะกล่าวต่อไปนี้ด้วย
-การนับคะแนนที่มีความไม่โปร่งใส เมื่อมีการขานคะแนนแล้วแต่มีการขีดคะแนนโดยไม่โปร่งใส มีการติดแบบขีดคะแนนที่ทับซ้อนกัน เจ้าหน้าที่ขีดคะแนนต้องมุดศีรษะเพื่อเข้าไปขีดผลคะแนน ซึ่งไม่มีประเทศไหนในโลกนี้ทำกัน เป็นการดำเนินการที่ไม่โปร่งใส ส่อไปในทางไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม
-ผลการขีดคะแนน มีจำนวนไม่ตรงกันกับเอกสารผลสรุปคะแนน ในประเด็นนี้ย่อมเห็นได้ชัดว่า มีหลายหน่วยเลือกตั้งที่เป็นประเด็นปัญหานี้ มีความไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรมเป็นอย่างยิ่ง
-จำนวนผู้มาใช้สิทธิ ในการเลือก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ มีจำนวนที่ไม่เท่ากัน เป็นข้อพิรุธอย่างยิ่ง ที่มีความขัดแย้งต่อข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เมื่อเข้าสู่คูหาเลือกตั้ง ก็จะมีการตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งและจะต้องลงลายมือชื่อรับบัตรเลือกตั้งจำนวน 2 บัตร คือ บัตรสีเขียว เลือก สส.เขต บัตรสีชมพู เลือก สส.บัญชีรายชื่อ ฉะนั้นจำนวนผู้ใช้สิทธิจะต้องมีจำนวนที่ตรงกัน จะมีจำนวนที่แตกต่างกันมิได้
-ในหลายหน่วยเลือกตั้งที่ปรากฏในข่าวสารของสื่อมวลชนอย่างแพร่หลาย คือการจัดคูหาเลือกตั้งที่ บุคคลอื่นสามารถสังเกตเห็นไปจากด้านหลังได้ว่าผู้เลือกตั้งได้ใช้สิทธิเลือกตั้งหมายเลขใดในบัตรเลือกตั้ง
ข้อ 7 ข้อเท็จจริงดังที่ได้กล่าวมานี้ เมื่อการเลือกตั้งที่ “ไม่เป็นความลับ” ย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างรุนแรง การถูกคุกคามและละเมิดความเป็นส่วนตัว เมื่อผลการลงคะแนนถูกเปิดเผย ผู้สิทธิเลือกตั้งอาจถูกติดตาม กดดัน หรือข่มขู่จากผู้มีอิทธิพล นายจ้าง หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้เกิดความกลัวว่าหากเลือกฝ่ายตรงข้ามจะได้รับอันตรายหรือเสียประโยชน์ การสูญเสียเสรีภาพในการตัดสินใจ
หัวใจของการเลือกตั้งคือการตัดสินใจอย่างอิสระ หากไม่เป็นความลับ ประชาชนจะเลือกตาม “ความต้องการจริง” ได้ยากขึ้น และมักจะเลือกตาม “ความคาดหวังของสังคมหรือผู้มีอำนาจ” เพื่อความอยู่รอด หรือเพื่อแลกกับผลประโยชน์ การซื้อสิทธิ์ขายเสียงทำได้ง่ายขึ้นเพราะตรวจสอบผลได้ ความบิดเบือนของระบอบประชาธิปไตย เมื่อคนไม่กล้าแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ผลการเลือกตั้งที่ได้จึงไม่ใช่ “เจตจำนงที่แท้จริง” ของประชาชน ทำให้รัฐบาลที่เข้ามาขาดความชอบธรรม และเป็นการทำลายรากฐานของความเท่าเทียมที่ทุกคนควรมีสิทธิออกเสียงโดยปราศจากการแทรกแซง
ข้อเท็จจริงจึงรับฟังเป็นยุติได้ว่า ผู้ร้องและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและได้ใช้สิทธิเลือกตั้งไปแล้ว เป็นบุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนเสียหาย โดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้อันเนื่องมาจากการถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพ
จึงขออาศัยอำนาจตามความในมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 ขอยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธธรรมนูญได้พิจารณาวินิจฉัยตาม มาตรา 7(11) เแห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 ว่า การจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศให้วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง วันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง วันลงคะแนน ณ.ที่เลือกตั้งสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ และ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
เป็นการจัดการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 การจัดการเลือกตั้งทั่วไปดังกล่าวจึงมิใช่การจัดการเลือกตั้งตามความหมายของการปกครองในระบบประชาธิปไตยตามที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการลงคะแบนโดยลับ เป็นการเลือกตั้งที่ทำให้เกิดผลการเลือกตั้งที่ไม่เที่ยงธรรมไม่เป็นไปตามการปกครองในระบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการโดยเร่งด่วน เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องและประชาชนตามรัฐธรรมนูญ
อนึ่ง ขอให้ท่านได้ให้ข้าพเจ้าได้เข้าชี้แจงประกอบคำร้องพร้อมหลักฐาน เช่น ตัวอย่างต้นขั้วและบัตรเลือกตั้งในปี 2554 รวมถึงบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา