สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเผยแพร่ข่าว ประธาน กสม. แจง ที่ปรึกษา สสส. กรณี ‘วันเฉลิม’ ได้ประสานบัวแก้วเพื่อหาความจริง

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงาน ปธ.กสม. แจงว่าตามที่ปรากฏข่าวในสื่อมวลชนฉบับหนึ่ง นายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) และอดีตกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) เห็นว่า ข้ออ้างของนายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่ว่า กสม. ไม่สามารถตรวจสอบกรณีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเหตุเกิดนอกราชอาณาจักรไทย จึงไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจที่ กสม. จะตรวจสอบได้ ไม่สามารถรับฟังได้ ด้วยเหตุผลสำคัญ 5 ประการ นั้น
ประธาน กสม. ขอแจ้งให้นายไพโรจน์ พลเพชร และสาธารณชนทราบ ดังนี้
1. รัฐแต่ละรัฐย่อมมีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนของตน รัฐธรรมนูญและกฎหมายของรัฐใดจึงย่อมมีผลใช้บังคับภายในดินแดนของรัฐนั้น ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ของไทย อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย (มาตรา 3 วรรคหนึ่ง) กสม. เป็นหนึ่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม (มาตรา 3 วรรคสอง)
2. แม้ กสม. จะมีหน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยไม่ล่าช้า (รัฐธรรมนูญ มาตรา 247(1)) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ( พรป. กสม. มาตรา 26(1)) ก็ตาม กสม. ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบภายในเขตประเทศไทย โดยมุ่งหมายที่จะส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ และเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศ ในกรณีที่ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นแก่พลเมืองไทยนอกราชอาณาจักรไทย กสม. มีหน้าที่ประสานหรือแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน ภาคประชาสังคม และองค์การระหว่างประเทศในด้านสิทธิมนุษยชน (มาตรา 27(3) และมาตรา 33วรรคสอง) กสม. ไม่มีอำนาจที่จะประสานความร่วมมือกับรัฐบาลของประเทศอื่นโดยตรง แต่เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ
3. เมื่อมีกรณีนายวันเฉลิมเกิดขึ้นที่กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา กสม. ก็มิได้นิ่งนอนใจ และห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและเสรีภาพของคนไทยที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรไทย จึงได้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญ และ พรป. กสม. โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิ.ย. 2563 ได้มีหนังสือราชการขอความร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและทำความจริงให้ปรากฏ ผ่านหน่วยงานของกระทรวงการต่างประเทศในราชอาณาจักรกัมพูชา แล้วแจ้งให้ กสม. ทราบ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
4. ต่อมาเมื่อวันอังคารที่ 9 มิ.ย. 2563 มีตัวแทนของกลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและนักสิทธิมนุษยชนมายื่นเรื่องขอให้ กสม. เร่งประสานงานกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสืบหาตัวนายวันเฉลิมโดยด่วน สำนักงาน กสม. ได้รับเรื่องไว้และดำเนินการต่อไปแล้ว
5. อนึ่ง เมื่อบ่ายวันอังคารที่ 9 มิ.ย. 2563 มีรายงานข่าวทางสื่อมวลชนว่า พี่สาวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้เข้ายื่นเรื่องต่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองหนึ่ง และโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อติดตามความคืบหน้า และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล และต่อมาเมื่อวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2563 มีการยื่นกระทู้ถามสดต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
“หวังว่านายไพโรจน์ พลเพชร คงเข้าใจข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง และการปฏิบัติหน้าที่ของ กสม. เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ถูกต้องครบถ้วนมากขึ้น” นายวัส กล่าวในที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา