
บอร์ด สปสช. ไฟเขียวแผนปรับงบคงเหลือปี 2563 กว่า 1,700 ล้านบาท หนุนเพิ่มปี 2564 รุก “นโยบายยกระดับบัตรทอง 4 บริการ” พร้อมเดินหน้าสิทธิประโยชน์ใหม่ เพิ่มการเข้าถึงบริการ 9 รายการ
.......................
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) กล่าวว่า ในการประชุมบอร์ด สปสช. เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบปรับประกาศและแผนการใช้งบประมาณคงเหลือปี 2563 เพื่อรองรับการดำเนินงานตามนโยบายการยกระดับหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสิทธิประโยชน์ใหม่ ปีงบประมาณ 2564 โดยจะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 1,702 ล้านบาท
ทั้งนี้ แบ่งเป็นนโยบายยกระดับบัตรทอง 4 บริการ จำนวน 1,453 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. ประชาชนที่เจ็บป่วยไปรับบริการกับหมอประจำครอบครัว ในหน่วยบริการปฐมภูมิที่ไหนก็ได้ นำร่องเขต 13 กทม. จำนวน 90 ล้านบาท 2. ผู้ป่วยในไม่ต้องกลับไปรับใบส่งตัว นำร่องเขตสุขภาพที่ 9 นครชัยบุรินทร์ ไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่ม 3. โรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม เดินหน้าพร้อมกันทั่วประเทศ เริ่มต้นในวันที่ 1 ม.ค. 64 จำนวน 880 ล้านบาท 4. ย้ายหน่วยบริการได้สิทธิทันทีไม่ต้องรอ 15 วัน พร้อมกันทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 1 ม.ค. 64 จำนวน 483 ล้านบาท โดยงบประมาณทั้งหมดนี้ยังสามารถปรับเกลี่ยได้
ขณะเดียวกันยังได้มี “การปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่” และ “บริการที่ต้องเพิ่มการเข้าถึงบริการ” รวม 10 รายการ จำนวน 249 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. การผ่าตัดปลูกถ่ายตับในผู้ป่วยโรคตับแข็งระยะกลางและระยะท้าย จำนวน 23.50 ล้านบาท 2. ยารักษาผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซี ไม่มีภาระงบประมาณ 3. การตรวจคัดกรองยีนส์ HLA-B*5801 ก่อนเริ่มยา Allopurinol ในผู้ป่วยโรคเกาต์รายใหม่ จำนวน 4.57 ล้านบาท
4. เพิ่มอุปกรณ์ ECMO ในการรักษาภาวะหัวใจ และ/หรือ ปอดล้มเหลวเฉียบพลัน จำนวน 27.6 ล้านบาท 5. การคัดกรองเพื่อค้นหา และวินิจฉัยวัณโรคในทุกกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่มตามที่กรมควบคุมโรคกำหนด ด้วยวิธี CXR + Molecular test จำนวน 70.03 ล้านบาท 6. เตรียมงบประมาณรองรับการใช้น้ำมันกัญชาในผู้ป่วยโรคมะเร็ง พาร์กินสัน และไมเกรน และสารสกัดกัญชาในผู้ป่วยโรคลมชัก และมะเร็งระยะท้าย จำนวน 58.34 ล้านบาท หากคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติบรรจุเข้าไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติแล้ว
7. การตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิดกลุ่มเสี่ยงซึ่งเป็นบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคครอบคลุมคนไทยทุกคน จำนวน 12.33 ล้านบาท 8.การผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมในเด็กที่มีภาวะหูหนวกจำนวน 12 ล้านบาท 9. บริการฟอกเลือดเพื่อล้างไตในกลุ่มผู้ติดเชื้อ HIV จำนวน 20.75 ล้านบาท 10. บริการตรวจห้องปฏิบัติการ (Lab) นอกหน่วยบริการ จำนวน 20 ล้านบาท
นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การจัดสรรกรอบงบประมาณดังกล่าว สปสช. ตั้งต้นมาจากการใช้ตัวเลขงบประมาณจริงจากการให้บริการเมื่อปีที่ผ่านมาเป็นฐานในการพยากรณ์ ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณคงเหลือของปี 2563 ยืนยันว่าทั้งการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์และการปรับเปลี่ยนวิธีการเบิกจ่ายรวม 10 รายการ ตลอดจนนโยบายนำร่องยกระดับบัตรทองอีก 4 นโยบาย จะสามารถดำเนินการได้อย่างลุล่วงเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สิทธิบัตรทองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา