
กรมสุขภาพจิต รณรงค์หยุด Cyberbullying ชี้ส่งผลกระทบรุนแรงทุกฝ่ายโดยตรงต่อสุขภาวะทางจิต แนะผู้ถูกกระทำใช้หลักการ 'หยุด-บล็อก-บอกต่อ' เก็บรวบรวมหลักฐาน เพื่อประกอบการดำเนินคดีหรือรายงานต่อแพลตฟอร์ม
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การคุกคามทางออนไลน์หรือ Cyberbullying เป็นพฤติกรรมที่พบได้มากขึ้นในปัจจุบัน โดยมีลักษณะของการล้อเลียน ดูหมิ่น คุกคามอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำภาพหรือคลิปไปเผยแพร่ในลักษณะเยาะเย้ย ซึ่งเข้าข่ายเป็นการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ โดยผู้ถูกกระทำมักเผชิญกับพฤติกรรมหลายรูปแบบ ทั้งการได้รับข้อความคุกคาม การถูกติดตามรบกวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และการถูกเผยแพร่เนื้อหาที่สร้างความอับอายหรือกระทบต่อชื่อเสียง
การกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำและมุ่งเป้าต่อบุคคลเช่นนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความรู้สึกปลอดภัยและคุณค่าในตนเอง อาจก่อให้เกิดความเครียด วิตกกังวล ความรู้สึกโดดเดี่ยว สูญเสียความมั่นใจ และเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาว รวมถึงส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การหลีกเลี่ยงสังคม การลดการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และความไม่กล้าแสดงออกในพื้นที่สาธารณะ โดยในบางกรณีอาจรุนแรงจนพัฒนาเป็นปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะเครียด วิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า หรืออาจนำไปสู่การทำร้ายตนเองได้
นพ.จุมภฎ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า การกลั่นแกล้งไม่ได้ส่งผลเสียต่อเหยื่อเพียงฝ่ายเดียว แต่ผู้กระทำเองก็ต้องเผชิญกับผลกระทบที่รุนแรงใน 4 มิติหลัก ได้แก่
1. ด้านกฎหมาย เสี่ยงต่อการดำเนินคดีอาญาฐานหมิ่นประมาท และความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ทั้งโทษจำและปรับ
2. ตราบาปดิจิทัล ข้อมูลการกระทำผิดจะคงอยู่ในระบบอินเทอร์เน็ตตลอดไป ซึ่งส่งผลเสียต่อประวัติการทำงานและการศึกษาในอนาคต
3. ผลกระทบทางสังคม โดยอาจจะถูกตีกลับจากสังคม และอาจถูกโดดเดี่ยวจากกลุ่มเพื่อน และบางครั้งอาจกระทบไปถึงคนใกล้ชิดหรือสมาชิกในครอบครัว
4. สุขภาพจิตและบุคลิกภาพ ผู้กระทำบ่อยครั้งมีแนวโน้มพัฒนาไปสู่โรคบุคลิกภาพต่อต้านสังคม มีปัญหาการควบคุมอารมณ์ และความรู้สึกผิดในใจระยะยาว
สำหรับผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของการถูกกลั่นแกล้ง กรมสุขภาพจิตแนะนำให้ใช้หลักการ “หยุด-บล็อก-บอกต่อ” โดยการหยุด ไม่โต้ตอบด้วยความรุนแรงเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย บล็อก ปิดกั้นช่องทางการติดต่อจากผู้กระทำทันที และบอกต่อ โดยแจ้งบุคคลที่ไว้วางใจหรือผู้ปกครอง พร้อมเก็บรวบรวมหลักฐาน (ภาพหน้าจอ) เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีหรือรายงานต่อแพลตฟอร์ม
ในส่วนของการเยียวยาจิตใจ สำหรับคนรอบข้าง ควรรับฟังโดยไม่ตัดสินและยืนยันว่าไม่ใช่ความผิดของผู้ถูกกระทำ ส่วนตัวผู้เสียหายควรทำ Digital Detox หรือพักการใช้โซเชียลมีเดียชั่วคราว หันมาทำกิจกรรมที่สร้างความภูมิใจให้ตัวเอง และหากความเครียดส่งผลต่อการใช้ชีวิต ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที
ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับผลกระทบสามารถขอคำปรึกษาด้านสุขภาพจิตผ่านสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของความเครียด โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดอาการรุนแรง และสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.สุขภาพจิต.com

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา