
ผ่ามติครม.ยุคประยุทธ์ 2 มิ.ย. 2558 หรือ 11 ปีที่แล้วกรณีแนวทางแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟ พบมีจุดตัดทางรถไฟ 2 พันกว่าแห่ง เป็นทางลักผ่านกว่า 584 ส่องแนวทางแก้ปัญหา รฟท.จัดซื้อป้ายเตือน สัญญาณไฟ เครื่องกั้น ประสาน 2 กรมถนนทำทางลอดทางรถไฟ ผนึก ‘มหาดไทย-อปท.’ ลดทางลักผ่าน
เหตุการณ์ที่ขบวนรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง (ขสมก.) บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พ.ค.2569 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน และได้รับบาดเจ็บ 30 คน ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สะเทือนขวัญคนกรุงฯ
เพราะนอกจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นแล้ว กระแสสังคมยังตั้งคำถามถึงความปลอดภัยที่หลายภาคส่วนละเลยกันมานาน เพราะต้องยอมรับว่า บริเวณแยกดังกล่าวมีปัญหาจราจรติดขัดมาตลอดจนกลายเป็นหนึ่งในภาพจำที่ไม่ค่อยดีนักของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร
หลายหน่วยงานถอดบทเรียนกันไปหลากหลาย อย่างล่าสุดกระทรวงคมนาคมวานนี้ (21 พ.ค. 69) ก็ได้มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก - ดินแดง ครั้งที่ 1/2569 ไป โดยมีกรอบเวลาที่จะสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมดภายใน 30 วัน โดยใน 15 วันนับจากนี้ จะรายงานข้อมูลเบื้องต้นให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรับทราบก่อน

- ตร.ฟันรถ-มอเตอร์ไซต์คร่อมทางรถไฟเพิ่ม - ‘คมนาคม’สอบข้อเท็จจริง 30 วัน
- ‘พิพัฒน์’สั่งศึกษาลดปริมาณรถไฟเข้าเมือง 3 เดือน - ตั้งกก.สอบสรุปผล 15 วัน
นอกจากการจับกุมคนขับรถไฟ คนขับรถเมล์ และเจ้าหน้าที่ไม้กั้นไปดำเนินคดี รวมถึงการขยายผลไปถึงการตรวจสารเสพติดในร่างกายของพนักงาน และการตั้งคำถามถึงใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ระบบรางตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การขนส่งทางราง 2568
อีกประเด็นที่หลายคนตั้งคำถามคือ การแก้ปัญหาจุดตัด-ทางลักผ่านรถไฟต่างๆ ก่อนหน้านี้เคยมีบ้างหรือไม่?
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) สืบค้นข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) พบว่า การแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟ เคยมีมติครม.ที่เกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟไว้เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2558 สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยขอนำรายละเอียดบางส่วนมานำเสนอดังนี้
@เรื่องเดิม-ข้อสั่งการของนายกฯ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นและในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีข้อสั่งการเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2558 ให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทยเร่งสำรวจและดำเนินการแก้ไขอุบัติเหตุที่เกิดบริเวณเส้นทางที่เป็นจุดตัดทางรถไฟ โดยให้หามาตรการป้องกันและติดตั้งสัญญาณเตือนและอุปกรณ์ป้องกัน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ที่ต้องสัญจรบริเวณดังกล่าวโดยเร็ว
โดยกระทรวงคมนาคมได้ตรวจสอบแล้วพบว่า มีจุดตัดทางรถไฟที่ไม่ได้รับอนุญาต (ทางลักผ่าน) จำนวน 584 แห่ง และจุดตัดรถไฟที่ได้รับอนุญาตจำนวน 775 แห่ง จึงให้เร่งดำเนินการแก้ไขด้วยการติดตั้งเครื่องกั้น ป้ายหยุดป้ายเตือน เนินชะลอความเร็ว ไฟสัญญาณเตือนต่างๆ เป็นต้น ให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2558 ทั้งนี้ หากงบประมาณไม่เพียงพอให้ประสานสำนักงบประมาณ พิจารณาจัดสรรงบประมาณตามความเร่งด่วนและจำเป็นต่อไป รวมทั้งให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟลอดตามทางแยกตามทางแยกถนนต่างๆที่มีการจราจรคับคั่ง เช่น แยกยมราช เป็นต้น

ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2558
@สาระสำคัญและข้อเท็จจริง
ในปี 2558 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานข้อเท็จจริงถึงครม.ว่า ในปี 2558 รฟท.มีเส้นทางรถไฟรวม 4,043 กม. มีจุดตัดรถไฟทั่วประเทศ 2,517 แห่ง เป็นจุดตัดที่ได้รับอนุญาต 1,933 แห่ง และจุดตัดรถไฟที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือทางลักผ่าน 584 แห่ง แบ่งภาคใต้ 456 แห่ง และภาคเหนือ ภาคอีสานแลพภาคตะวันออกรวมกัน 128 แห่ง
ส่วนสถิติอุบัติเหตุย้อนหลัง 5 ปี (2553-2557) จำแนกได้ดังนี้
ปี 2553 เกิดอุบัติเหตุ 148 ครั้ง บาดเจ็บ 143 คน เสียชีวิต 65 คน
ปี 2554 เกิดอุบัติเหตุ 136 ครั้ง บาดเจ็บ 197 คน เสียชีวิต 49 คน
ปี 2555 เกิดอุบัติเหตุ 141 ครั้ง บาดเจ็บ 181 คน เสียชีวิต 40 คน
ปี 2556 เกิดอุบัติเหตุ 112 ครั้ง บาดเจ็บ 115 คน เสียชีวิต 25 คน
ปี 2557 เกิดอุบัติเหตุ 127 ครั้ง บาดเจ็บ 91 คน เสียชีวิต 27 คน
@แนวทางแก้ปัญหา
สำหรับแนวทางแก้ปัญหาที่ครม.มีมติรับทราบเมื่อปี 2558 แบ่งเป็น 4 แบบ
แบบที่ 1 การแก้ปัญหาบริเวณจุดตัดทางรถไฟที่ไม่ได้รับอนุญาต (ทางลักผ่าน) 584 แห่ง
ระยะเร่งด่วน รฟท.รายงานว่า จะเร่งดำเนินการติดตั้งป้ายหยุด ป้ายรูปรถไฟ พร้อมจัดทำสัญญาณเตือนไฟกระพริบตลอดเวลา เนินชะลอความเร็ว และป้ายเตือนบริเวณจุดตัดทางรถไฟที่ไม่ได้รับอนุญาต 584 แห่ง ทั้ง 2 ด้าน ประเมินราคาแห่งละ 100,000 บาท วงเงินที่ต้องใช้ทั้งหมด 58.4 ล้านบาท
ระยะที่ 2 รฟท.จะติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพิ่มสัญญาณจราจร ‘สัญญาณไฟแดงวาบพร้อมเสียงเตือน’ บริเวณป้ายหยุดทั้ง 2 ด้าน ซึ่งทำงานด้วยระบบตรวจสอบขบวนรถไฟที่ระยะ 300 เมตร ก่อนถึงจุดตัดผ่าน ค่าใช้จ่ายแห่งละ 700,000 บาท รวมเป็นเงินที่ต้องใช้ 408.8 ล้านบาท โดยในระหว่างดำเนินการ รฟท.จะดำเนินการแก้ไขในอีก 2 แนวทางคือ
1.สำรวจจุดลักผ่าน หากจุดใดที่มีค่า T.M (Traffic Moment คือค่าคูณควบจราจร เป็นการคำนวณจากจำนวนขบวนรถไฟคูณกับจำนวนยานพาหนะผ่านทางในรอบ 24ชม.) เกิน 10,000 คัน/ขบวน/วัน ให้ของบประมาณทำเครื่องกั้น
และ 2. ติดตั้งป้ายจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟ มาตรฐานตามคู่มือการติดตั้งป้ายจราจรของกรมทางหลวงชนบท การติดตั้งป้ายจราจร พร้อมจัดทำเส้นชะลอความเร็วหรือสัญลักษณ์บนพื้นทาง โดยรฟท.จะขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ดังนี้ (ภาพด้านล่าง)

แบบที่ 2 จุดตัดทางรถไฟที่ได้รับอนุญาต 775 แห่ง รฟท.มีแผนที่จะติดตั้งเครื่องกั้นให้ครบทุกแห่ง โดยในปี 2558 มีแผนจะติดตั้ง 130 แห่ง วงเงินรวม 403.437 ล้านบาท และในปี 2559 มีแผนของบประมาณทำเครื่องกั้น 525 แห่ง วงเงินรวม 1,710.726 ล้านบาท
แบบที่ 3 กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทมีแผนก่อสร้างทางลอดทางรถไฟ 107 แห่ง
และแบบที่ 4 ขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ติดตาม กำกับ ดูแลไม่ให้เกิดจุดลักผ่านเพิ่ม หากจำเป็นต้องมีให้หน่วยงานท้องถิ่นเป็นเจ้าของพื้นที่รับผิดชอบดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัย



ข้างต้นนี้คือ มติครม.เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมาแล้ว 11 ปี
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาอุบัติเหตุแบบนี้เกิดขึ้นมายาวนานแล้ว และมีการให้แนวทางแก้ปัญหาอย่างครบถ้วน
แต่ไม่รู้ว่าที่ผ่านมา หน่วยงานที่รับนโยบายไปปฏิบัติ ได้รับเอาไปทำจริงหรือไม่?
หากมีความคืบหน้า สำนักข่าวอิศราจะรายงานให้ทราบต่อไป

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา