
‘พิพัฒน์’ นำแถลงหลังเหตุสลดรถไฟชนรถเมล์ ตั้งกรรมการสอบสวนหาข้อท็จจริงใน 15 วัน มอบโจทย์รฟท. ไปทำประเด็นลดจำนวนรถไฟเข้าเขตกทม.ชั้นใน ‘สิริพงศ์’อัดเยียวยาเพิ่มตายรายละ 2.3 ล้าน เจ็บสูงสุด 1 ล้านบาท ยันฟันไม่เลี้ยง คนขับอ่วมโดนทั้งอาญา-วินัย
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายอนันต์ โพธิ์นิมแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ได้ร่วมแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีอุบัติเหตุขบวนรถไฟขนส่งสินค้า ชนรถโดยสารปรับอากาศ ขสมก. สาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และได้รับบาดเจ็บ 30 ราย
โดยนายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวงคมนาคมเร่งหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟอย่างจริงจัง ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อยกระดับความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอย
@ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง สรุปผล 15 วัน-ห้ามรถสินค้าเมืองกรุง
โดยเรื่องเร่งด่วนคือการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ พร้อมกับการดำเนินคดีตามกฎหมาย และวันนี้ (18 พ.ค.69) ตนได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจำนวน 14 คน โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ให้สรุปผลภายใน 15 วัน ส่วนความรับผิดชอบจะไปถึงระดับไหน รอการตรวจสอบสาเหตุที่รอบคอบครบถ้วนก่อน ซึ่งยืนยันว่าในฐานะรมว.กระทรวงคมนาคม ได้เน้นย้ำและให้นโยบายเรื่องความปลอดภัยเป็นลำดับแรกมาตลอดโดยเฉพาะการตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ปฏิบัติงานด้านขนส่งสาธารณะ ทั้งรถ เรือ และรถไฟ พร้อมย้ำว่า หากผลสอบพบว่ามีผู้ละเลยต่อหน้าที่ จะต้องรับผิดชอบตามขั้นตอน
ทั้งนี้ มาตรการเร่งด่วนที่ต้องปฎิบัติอย่างเคร่งครัด คือ รถไฟใช้กฎเหล็ก "ไม้กั้นไม่ลง รถไฟไม่เคลื่อนขบวน" พร้อมซิงค์ระบบกับไฟจราจร และขอความร่วมมือประชาชนหยุดรถหลังเส้นเหลือง ส่วนขสมก.จะจัดสายตรวจพิเศษประจำจุดเสี่ยงช่วยดูแล
นอกจากนี้ ให้รฟท.ปฎิบัติตามแผนแม่บทการเดินรถอย่างเคร่งครัด ซึ่งห้ามเดินขบวนรถสินค้าเข้าเมืองช่วงเวลากลางวันให้วิ่งเข้ากรุงเทพชั้นในเฉพาะกลางคืน ช่วง 4 ทุ่ม - ตี 4 เท่านั้น ส่วนขบวนสินค้าคันที่เกิดเหตุมีตารางเดินรถเข้ามาช่วงกลางคืนวันที่ 15 พ.ค.แต่เนื่องจากมีการขนส่งสินค้าล่าช้าทำให้ขบวนรถดีเลย์จากตารางและต้องวิ่งเข้ามาช่วงบ่ายวันที่ 16 พ.ค.
@สั่งรฟท.ศึกษาลดปริมาณรถไฟเข้าเขตชั้นในกทม. 3 เดือน
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ได้หารือแนวคติดการแก้ปัญหาจุดตัดรถไฟกับถนนในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งสายตะวันออกมี 16 แห่ง สายใต้และสายตะวันตกมี 3 แห่ง สายเหนือมี 8 จุด ขณะที่ปัจจุบันยังมีการเดินรถไฟสินค้าประมาณ 10 กว่า ขบวน/วัน ส่วนรถโดยสารที่เข้าสถานีกรุงเทพ(หัวลำโพง) รวม 62 ขบวน/วัน (ทั้งขบวนประจำ และขบวนท่องเที่ยว) แบ่ง เป็นสายเหนือ16 ขบวน สายตะวันออกเฉียงเหนือ 6 ขบวน สายใต้ 4 ขบวนและสายตะวันออก 24 ขบวน
จึงให้รฟท.ศึกษาแนวทางการลดการเดินรถไฟทั้งรถโดยสารและรถสินค้าเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน โดยเฉพาะเส้นทางสายตะวันออกและสายใต้-ตะวันตก ซึ่งมีจุดตัดทางรถไฟจำนวนมาก โดยให้เปลี่ยนถ่ายสินค้าที่สถานีรอบนอก (ICD ลาดกระบัง, บ้านภาชี, นครปฐม) แล้วใช้รถบรรทุกขนาดเล็กวิ่งแทน ส่วนรถโดยสารสายตะวันออก ให้สิ้นสุดที่สถานีลาดกระบัง แล้วเชื่อมต่อเข้าสู่เมืองด้วยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ หรือรถเมล์ขสมก. ขณะที่สายใต้และสายตะวันตก อาจหยุดที่สถานีตลิ่งชัน เพื่อเชื่อมต่อด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดงและรถโดยสารสาธารณะ
นอกจากนี้ จะเร่งผลักดันรถไฟสายสีแดง ช่วง Missing Link (พญาไท-ยมราช-สถานีกลางฯ) ให้แล้วเสร็จ ดันสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์เป็นสถานีปลายทางหลัก และ "ยกเลิกสถานีหัวลำโพง"
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะพิจารณามาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น การช่วยเหลือค่าโดยสารผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือนโยบายตั๋วร่วม เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับภาระเพิ่มขึ้น ส่วนขบวนรถน้ำมันจะห้ามไม่ให้เข้าสู่พื้นที่กรุงเทพ ส่วนขบวนรถสินค้าอื่น ที่จำเป็นต้องเข้าเมือง อนุญาตให้วิ่งเฉพาะเวลากลางคืนควบคู่กับการใช้ระบบไม้กั้นบริเวณจุดตัดระดับดิน
“ให้เวลารฟท.ศึกษา 3 เดือน ว่าทำได้แค่ไหน หากสามารถลดหรือยกเลิกการเดินรถไฟผ่านจุดตัดในกรุงเทพฯ ชั้นในได้ จะช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุได้ แต่หากผลศึกษายังไม่สามารถดำเนินการก็จะมีการหารือแนวทางเพิ่มเติมต่อไป” นายพิพัฒน์กล่าว
ส่วนกรณีคนขับรถไฟไม่มีใบขับขี่นั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า คนขับรถไฟมีใบขับขี่ ซึ่งก่อนขึ้นเป็นคนขับรถไฟได้ จะต้องผ่านการเป็นช่างเครื่องไม่น้อยกว่า 7 ปี ต้องศึกษาเส้นทาง ระบบต่างๆ ตำแหน่งสถานี ส่วนที่กรมรางระบุ เป็นใบอนุญาตตามพ.ร.บ.ขนส่งทางรางฯ ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ที่อยู่ระหว่างการยืนยันตัวตน
@เยียวยาคนตาย 2.3 ล้าน/คน เจ็บช่วยสูงสุด 1 ล้านบาท
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมอบเงินชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ เบื้องต้น ผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือรวม 2,390,000 บาท ยังไม่รวมเงินช่วยเหลือจากสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะที่ค่าทำศพสามารถเบิกได้ตามจริงทั้งหมด ส่วนผู้บาดเจ็บจะได้รับเงินช่วยเหลือตามระดับอาการ ตั้งแต่ประมาณ 130,000 บาท และหากเป็นผู้ป่วยอาการหนักหรือผ่าตัด สามารถช่วยเหลือได้สูงสุดถึง 1 ล้านบาท
พร้อมสั่งการให้ตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์ ครอบคลุมพนักงานขับรถของ รฟท. ขสมก. และ บขส. ทุกวัน พร้อมตั้งคณะกรรมการกลางติดตามตรวจสอบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน
@คนขับรถไฟอ่วมโนทั้งอาญา-วินัย
นายสิริพงศ์ ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมจะไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิด โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. ความผิดทางอาญา ตำรวจจะดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดย รฟท. จะเป็นเจ้าทุกข์ฟ้องร้องพนักงานขับรถไฟฐานประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต 2.ความผิดทางวินัย: รฟท. และ ขสมก. จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุกระดับชั้น หากพบผู้บังคับบัญชาละเลย จะถูกสั่งพักงานและรับโทษทางวินัยทันที 3. ตามที่นายพิพัฒน์ให้ให้นโยบายไว้กับ กระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 จะยกระดับความปลอดภัย (พ.ร.บ.ราง) บังคับใช้มาตรฐานเทียบเท่าการบิน (Aviation Standard) ยกเลิกการสุ่มตรวจ เปลี่ยนเป็นปูพรมตรวจสารเสพติด 100% พนักงานขับรถสาธารณะทุกคน (รฟท., ขสมก., บขส.) ต้องตรวจวัดแอลกอฮอล์ก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน ไม่มีข้อยกเว้น
@รถไฟรับ พบสารเสพติดในร่างกายคนขับจริง
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า พนักงานขับรถไฟของ รฟท. ต้องผ่านการปฏิบัติงานในตำแหน่งช่างเครื่องไม่น้อยกว่า 7 ปี ก่อนสอบเป็นพนักงานขับรถ รวมถึงต้องผ่านการตรวจสุขภาพและสารเสพติดตามมาตรฐาน ปัจจุบัน รฟท.มีพนักงานขับรถประมาณ 951 คน จากกรอบอัตรา 1,200 คน และอยู่ระหว่างดำเนินการออกใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางราง โดยได้ส่งรายชื่อให้กรมการขนส่งทางรางแล้วคาดว่าจะดำเนินการรับรองครบภายในเดือน.ค.นี้
สำหรับเหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งนี้ ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับพนักงานขับรถไฟและเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องกั้นถนนแล้ว โดยผลตรวจเบื้องต้นพบสารแอมเฟตามีนและกัญชาในร่างกายพนักงานขับรถไฟ โดยคนขับ มีคำสั่งให้ออกแล้ว ส่วนจนท.กั้นถนน ช่างเครื่อง สั่งย้ายจากหน้าที่ไปปฎิบัติงานอื่น ระหว่างสอบสวน ขณะที่มีแผนนำระบบอัตโนมัติ ATP มาเชื่อมการทำงานร่วมกับเครื่องกั้นถนนในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพัฒนาอีกประมาณ 2-3 ปี
ด้านนายกิตติกานต์ จอมดวงจารุพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขอโทษและเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่า ขสมก.มีมาตรการตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดพนักงานขับรถอย่างต่อเนื่อง รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จุดเสี่ยงเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา