
ปปง.ยึดอายัดทรัพย์สิน 'นายชวิศร์' ร่างทรงพระผู้สร้าง อ้างเงินลดกรรมได้ หลอกผู้เสียหาย 14 ราย สูญเงินกว่า 36 ล้าน พบพฤติกรรมฟุ่มเฟือยซื้อบ้านหรู-รถสปอร์ต
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย. 100/2569 เรื่อง ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว รายนายชวิศร์ กับพวก ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยเป็นการยึดและอายัดทรัพย์สินจำนวน 14 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่ารวมประมาณ 36,952,562.63 บาท (ดูเอกสารท้ายข่าว)
คำสั่งระบุพฤติการณ์ว่า ระหว่างเดือนกันยายน 2560 ถึงวันที่ 2 เมษายน 2565 นายชวิศร์ ผู้ต้องหาที่ 1 ได้แสดงตนเป็นผู้วิเศษ อ้างว่า “พระผู้สร้าง” หรือ CREATOR มาอาศษย์ร่างตนเองเพื่อสั่งสอนธรรมะ โดยชักชวนให้ผู้เสียหายและบุคคลอื่นเข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรมในนามกลุ่ม “มาย แอนด์ โซล” ซึ่งจัดขึ้นตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยนายชวิศร์ทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับกรรม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และวิธีการพ้นทุกข์ และกล่าวอ้างว่าเงินสามารถใช้ในการ “ลดกรรม” ได้ และการบริจาคผ่านกลุ่มผู้ต้องหาจะได้ผลรวดเร็วและบรรลุธรรมได้ง่ายขึ้น มีการวางกล่องบริจาคระบุข้อความ “ค่าครู” และ “ค่าลดกรรม” รวมถึงโอนเงินเข้าบัญชีเครือญาติและบริษัทที่เกี่ยวข้อง โดยมีนางสาวดาริน ผู้ต้องหาที่ 2 ร่วมกิจกรรมด้วย
กลุ่มผู้เสียหายจำนวน 14 รายหลงเชื่อและได้โอนเงินบริจาคซ้ำหลายครั้งเป็นระยะเวลานานนับปี ต่อมาเกิดความสงสัยเมื่อพบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และนายชวิศร์อ้างว่าเคยทำธุรกิจซื้อขายรถถังและอาวุธสงครามกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่าเป็นบุคคลล้มละลายมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เมื่อผู้เสียหายตั้งข้อสงสัยกลับถูกนายชวิศร์ข่มขู่ว่าหากเลิกปฏิบัติธรรมกรรมจะย้อนกลับมาทันทีและอาจถึงขั้น “ธรณีสูบ” จากการสืบสวนเส้นทางการเงินพบว่ามีการนำเงินไปซื้อทรัพย์สินต่าง ๆ พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม จึงได้รับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินคดีในความผิดมูลฐานและการฟอกเงิน
คำสั่งมีรายละเอียดดังนี้
คำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย. 100/2569 เรื่อง ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ด้วยสำนักงาน ปปง. ได้รับรายงานจากกองบังคับการปราบปราม ปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่า นายชวิศร์ มีพฤติการณ์อันเข้าลักษณะเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (3) (18) และความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดประกอบด้วย อสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด และสังหาริมทรัพย์ประเภทรถยนต์ รวมถึงเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร ซึ่งสามารถโอน ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นได้โดยง่าย
@ยึดอายัด 14 รายการ 36.9 ล้าน
คณะกรรมการธุรกรรมในการประชุม ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 จึงมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว จำนวน 14 รายการ พร้อมดอกผล มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2569 รวมราคาประเมินทั้งสิ้นประมาณ 36,952,562.63 บาท มีรายละเอียดทรัพย์สินที่สำคัญดังนี้
รายการทรัพย์สินที่ยึด 3 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 36,935,000 บาท
-
รถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น อัลพาร์ด SC package สีขาว ชื่อผู้ครอบครอง นายชิโนรส ราคาประเมิน 3,415,000 บาท
-
ที่ดินตามโฉนดที่ดิน เนื้อที่ 1 งาน 40 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง (บ้านหรู) ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ เด็กหญิง วรกิติยากรณ์ และเด็กหญิง ลภัสรดา ราคาประเมิน 28,000,000 บาท
-
ห้องชุด ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ เด็กชาย อเล็กซ์ ราคาประเมิน 5,520,000 บาท
รายการทรัพย์สินที่อายัด 11 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 17,562.63 บาท เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคารต่างๆ
ทั้งนี้ ผู้ซึ่งถูกยึดและอายัดทรัพย์สินตามคำสั่งนี้ หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าว สามารถยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการ ปปง. พร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งยึดและอายัดได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือ





Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา