
เปิดคำชี้แจง ‘ครม.’ 4 ประเด็น ถึง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ปม ออก ‘พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน’ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ชี้ วิกฤตปากท้องกระทบต่อเนื่อง 5 ระลอก หวั่น ลุกลามจากราคาพลังงานสูง สู่ 'ค่าครองชีพ' ชิงตอบ โยก 'เงินกู้' โปะ บัตรสวัสดิการฯ ตลอดปี 69 ผ่าน 'ไทยช่วยไทยพลัส'
สืบเนื่องจากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยกรณี สส.จำนวน 133 คน เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่ และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) จัดทำคำชี้แจงตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ภายใน 7 วัน
อ่านประกอบ : 'ศาลรัฐธรรมนูญ' รับคำร้อง 'พ.ร.ก.กู้เงิน' 4 แสนล้าน สั่ง 'ครม.' ชี้แจง ภายใน 7 วัน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำหรับคำชี้แจงของครม.ต่อศาลรัฐธรรมนูญ มีทั้งหมด 4 ประเด็น ประเด็นแรก ครม.ชี้แจงถึงเหตุผลและความจำเป็นในการตราพ.ร.ก.กู้เงิน ฯ 4 แสนล้านบาท ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางในปี 2569 เป็นวิกฤตการณ์พลังงานโลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้ในอดีตทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกขาดแคลน แต่ไม่มีการทำลายคลังน้ำมัน ก๊าซ ท่าเรือขนส่งน้ำมันก๊าซ ไม่มีการปิดเส้นทางเดินเรือ
โดยการขัดแย้งกันด้วยอาวุธในตะวันออกกลางในปี 2569 นั้นมีการทำลายบ่อน้ำมัน บ่อก๊าซ ทำลายโรงกลั่นน้ำมัน/โรงแยกก๊าซ ทำลายระบบท่อส่งน้ำมัน ก๊าซ ทำลายคลังน้ำมัน/ก๊าซ ทำลายท่าเรือขนส่งน้ำมัน/ก๊าซ รวมทั้งปิดเส้นทางเดินเรือ โดยเฉพาะที่ช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้แหล่งน้ำมันจากตะวันออกกลางอันเป็นแหล่งน้ำมันหลักของโลกต้องหยุดการผลิต หยุดการขนส่งแทบจะโดยสิ้นเชิง
@ วิกฤตปากท้อง กระทบ 5 ระลอก
ขณะที่ประเทศไทยนำเข้าน้ำมันจากแหล่งตะวันออกกลางเกือบร้อยละห้าสิบ เมื่อเกิดกรณีดังกล่าว ประเทศไทยจึงต้องประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิลโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เมื่อพลังงานฟอสซิลขาดแคลน จึงส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า บริการ การขนส่ง รวมทั้งการเกษตร และต่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศโดยตรงและรุนแรง กล่าวได้ว่า ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤติสำคัญอย่างยิ่ง คือ “วิกฤตปากท้อง” ที่ไม่ได้มาเพียงระลอกเดียว แต่จะมีผลกระทบต่อเนื่องอีกหลายระลอก (ห้าระลอก)
ไม่มีผู้ใดสามารถคาดการณ์ได้ว่าความไม่แน่นอนของความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะสิ้นสุดลงเมื่อใด หรือแม้ความขัดแย้งด้วยอาวุธจะจบลง แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าการผลิตและการส่งออกน้ำมันและก๊าซจากแหล่งตะวันออกกลางจะกลับสู่สถานะเดิม และอาจเป็นไปไม่ได้ด้วยว่าจะกลับไปเหมือนเดิม
คำชี้แจงของครม.ระบุอีกว่า รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเข้าแทรกแซงเชิงนโยบายเพื่อตัดวงจรการส่งผ่านต้นทุนพลังงาน ก่อนที่วิกฤตราคาก๊าซและน้ำมันดิบจะแปรสภาพเป็นวิกฤตค่าไฟฟ้ามหาชน อันจะสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจเกินกว่าจะควบคุมได้ หากปล่อยให้เวลาล่วงเลยหรือรอจนถึงปีงบประมาณใหม่ จะทำให้ราคาสินค้าและราคาพลังงานสูงเกินกว่าที่ประชาชนจะรับได้
ครม.ยังหยิบยกข้อมูลขององค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ ธนาคารโลก และ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ได้วิเคราะห์และประเมินถึงผลกระทบจากปัญหาวิกฤตด้านพลังงานที่มีต่อเศรษฐกิจไทย โดยธนาคารโลก รายงานว่า ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในลักษณะเป็นลูกโซ่ โดยก่อให้เกิดราคาพลังงานที่สูงขึ้น รวมทั้งการหยุดชะงักของการเดินทางและการขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อภาคการผลิต การค้า และการท่องเที่ยว ประกอบกับประเทศไทยพึ่งพาพลังงานนำเข้าในระดับสูง จึงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวมากขึ้น ทั้งในด้านต้นทุนพลังงาน ภาระทางการคลัง (จากมาตรการด้านพลังงาน) และรายได้ที่แท้จริงของภาคครัวเรือน
ขณะที่ IMF ได้ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบระดับโลกจากสงครามตะวันออกกลางต่อราคาพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่าสงครามในตะวันออกกลางเป็นแรงกระแทกเชิงระบบ (Systemic Shock) ต่อเศรษฐกิจโลก โดยมีช่องทางการส่งผ่านราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งนำไปสู่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อ การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานและความตึงตัวของภาวะการเงินในหลายประเทศพร้อมกัน
นอกจากนี้ IMF ยังเตือนอีกว่าหากราคาพลังงานสูงขึ้นต่อเนื่อง จะก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านขาลงต่อเศรษฐกิจ (Downside Risks) และผลกระทบอาจรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ไม่ควรรอให้สถานการณ์คลี่คลายเอง
แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการทางการคลังในรูปแบบอื่นแล้วแต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างครบถ้วนทั้งในด้านขนาด (Scale) ความเร็ว (Speed) และความยืดหยุ่น (Flexibility) และหากจะตราพระราชบัญญัติจะไม่ทันต่อสถานการณ์และอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ยากต่อการแก้ไขในภายหลัง และหากไม่ดำเนินการในช่วงนี้จะส่งผลให้วิกฤตยืดเยื้อหรือเพิ่มความเสี่ยงเชิงระบบต่อเศรษฐกิจในระยะถัดไป
จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งสร้างความมั่นคงทางพลังงานอันจะส่งผลให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกที่ผลิตได้ในประเทศให้ได้โดยเร็วที่สุดเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานฟอสซิลจากประเทศอื่นให้ได้มากที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมในเรื่องนี้เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างดังกล่าวดำเนินการไปได้โดยต่อเนื่อง
@ ลุกลามจากราคาพลังงานสู่ค่าครองชีพ
ส่วนคำชี้แจงของครม. ประเด็นที่สอง ที่ผ่านมานโยบายลดการใช้พลังงานฟอสซิล มีปัญหาหรืออุปสรรค อย่างไร ว่า การดำเนินการที่ผ่านมาของแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) และแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) อยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมายทั้งสองแผน ประกอบดกับ ที่ผ่านมาราคาพลังงานฟอสซิลอยู่ในระดับต่ำกว่าต้นทุนการเปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกที่สะอาดกว่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า จึงทำให้ไม่คุ้มค่าที่จะลงทุน เทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ทั้งยังเปลี่ยนแปลงเร็ว จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปยังมีความลังเลที่จะตัดสินใจในระยะแรก แม้ปัจจุบันจะมีมากขึ้น แต่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก คือ การปรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้พร้อมรองรับด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบสายส่งและโครงข่ายไฟฟ้าหลักที่จะต้องรองรับความผันผวนของพลังงานทดแทนและการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนเข้าสู่ระบบในปริมาณมาก (Smart Grid) ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแผนการปรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานนี้รองรับไว้แล้ว
สำหรับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกนั้น นอกจากความคุ้มค่าที่จะลงทุนดังกล่าวแล้ว เดิมยังมีปัญหาด้านกฎระเบียบในการอนุญาตให้ติดตั้งและใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกจากหลายหน่วยงาน แต่ปัจจุบันรัฐบาลได้ดำเนินการเพื่อให้มีการแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมให้การติดตั้ง การผลิต และการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกในสถานประกอบการและบ้านพักอาศัยให้สะดวกขึ้น
ครม.ชี้แจงประเด็นที่สาม ถ้ามิได้ตรา พ.ร.ก.ในส่วนสร้างการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลฯ จะกระทบต่อความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไร ว่า วิกฤตด้านพลังงานจึงไม่ใช่เพียงความผันผวนของราคาน้ำมัน แต่เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง หากไม่มีมาตรการรองรับที่เพียงพอและทันเวลา ผลกระทบจะลุกลามจากราคาพลังงานไปสู่ค่าครองชีพโดยรวม กำลังซื้อของประชาชน ตลอดจนต้นทุนและค่าใช้จ่ายของระบบสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะต่าง ๆ ต้นทุนภาคธุรกิจ การผลิต การลงทุน และการจ้างงาน ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
วิกฤตสงครามในตะวันออกกลางจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายพลังงานไทย เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาล จึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและหันไปพึ่งพาพลังงานที่ผลิตได้ในประเทศ อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่มีปัญหาหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับที่สูงถึงร้อยละ 86.5 ต่อ GDP
ในอีกทางหนึ่งยังช่วยประคับประคองผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย // ซึ่งหากมิได้ตราพระราชกำหนดในส่วนที่เป็นการสร้างการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพึงพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกให้ทันต่อสถานการณ์ย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีนัยสำคัญในหลายมิติ
@ โปะ บัตรสวัสดิการฯ ตลอดปี 69
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า คำชี้แจงของครม.ในประเด็นที่สี่ ความเห็นอื่นที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลระบุ ถึงการออกพ.ร.ก.กู้เงินฯ เป็นหมุดหมายสำคัญที่รัฐบาลส่งสัญญาณให้เห็นอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญเพื่อช่วยเหลือประชาชนใน 2 ทาง โดยทางที่หนึ่ง ช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤต อันเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย ผ่านโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 3 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ไม่เกิน 13.18 ล้านคน 2. โครงการสนับสนุนและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ตลอดปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ไม่เกิน 13.18 ล้านคน และ 3. โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ไม่เกิน 30 ล้านคน
ทางที่สอง ประคับประคองสถานการณ์ที่มีความเปราะบางและมีความไม่แน่นอนต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจโดยส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้ฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนและประชาชนทั่วไปให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา