
เช็กบัญชีทรัพย์สิน ‘ณัฎฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ’ สส.สงขลา ภูมิใจไทยหา ‘สัญญาเงินกู้เนวิน’ หลังถูกชี้มูลความผิดเมื่อปี 67 พบยื่นบัญชีทรัพย์สิน2 ครั้งในปี 66 ไม่มีสัญญาเงินกู้ฉบับดังกล่าว ส่วนกรณีเข้ารับตำแหน่งปี 62 ป.ป.ช.ทำลายเอกสารแล้ว ชี้เป็นไปตามกฎหมาย
หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อปี 2567 มีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ชี้มูลความผิด นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดสงขลา พรรคภูมิใจไทย (สมัยแรก) กรณีกล่าวหารับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ใด เนื่องจากยอมให้บุคคลภายนอกชำระค่ารักษาพยาบาลแทนให้แก่ตนเอง เป็นจำนวนเงิน 1,335,778 บาท ในเข้ารักษาทางด้านโรคหัวใจที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ช่วงวันที่ 23 ก.ย.-18 ต.ค.2562
โดยมีการชี้มูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 128 ประกอบ มาตรา 169
และยังมีมูลความผิด ฐานขอ เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดในประการที่อาจทำให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ ฐานรับของขวัญของกำนัล ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดและฐานกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กค์กรอิสระรวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ข้อ 9 ข้อ 10 และข้อ 7 ประกอบข้อ 27 อีกด้วย
- ป.ป.ช.ชี้มูล 'ณัฏฐ์ชนน' สส.ภท. รับค่ารักษา 1.3 ล.ผิดอาญา-จริยธรรม-เจ้าตัวโต้ยังไม่มีมติ
- คอนเฟิร์ม! มติ ป.ป.ช.ชี้มูล 'ณัฏฐ์ชนน' สส.ภท.รับค่ารักษา 1.3 ล. ผิดอาญา-จริยธรรมร้ายแรง
- หลักฐานสำคัญ คดี 'ณัฏฐ์ชนน' รับค่ารักษา 1.3 ล.-โพสต์เองผู้ใจบุญ 2 คน ดูแลทั้งหมด
- คดีรับค่ารักษา1.3 ล.ยังไม่จบ! 'ณัฏฐ์ชนน'ขอความเป็นธรรม ป.ป.ช.สั่งสรุปประเด็น-หลักฐานเพิ่ม
- ยืนยันมติ! ป.ป.ช.แพร่ผลชี้มูลคดี 'ณัฏฐ์ชนน' รับค่ารักษา 1.3 ล.ผิดอาญา-จริยธรรมร้ายแรง
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2569 นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงคดีนี้ที่ยังไม่มีความคืบหน้า
ซึ่งนายศิริโชคได้แสดงความคิดเห็นว่า นายณัฎฐ์ชนนเปลี่ยนแปลงเหตุผลในการได้รับเงินจำนวนดังกล่าวถึง 3 ครั้ง ครั้งแรก “ผู้ใหญ่ใจดีออกให้” ครั้งที่ 2 “เป็นเงินของตนเองทั้งหมด” และครั้งที่ 3 “เป็นเงินกู้จากนายเนวิน ชิดชอบ”
โดยการให้เหตุผลว่าเป็นเงินกู้จากนายเนวิน กลายเป็นที่มาของคำร้องท่นายณัฎฐ์ชนนทำเพื่อขอทบทวนมติชี้มูลดังกล่าวขึ้น และถูกป.ป.ช. ตีตกเรื่องดังกล่าวไป
ที่มาภาพ: Facebook ศิริโชค โสภา
อย่างไรก็ตาม นายศิริโชคระบุว่า เมื่อมีการเปลี่ยนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหม่ แนวทางการสืบสวนกลับเปลี่ยนไป โดยพบว่ามีการมีการอนุญาตให้สอบพยานเพิ่มเติมอีก 2 ปาก และมีการนำประเด็นที่เคยถูกวินิจฉัยว่าไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่กลับมาพิจารณาอีกครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นมีความเห็นและข้อสรุปเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วว่า เรื่องดังกล่าวขัดต่อระเบียบและไม่อาจรับไว้พิจารณาได้ ซึ่งพยานที่มีการอนุญาตใหสอบเพิ่มมีนายเนวิน ชิดชอบ รวมอยู่ด้วย
จึงมีคำถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดนี้
อย่างไรก็ตาม ด้านนายณัฎฐ์ชนน ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.เช่นกันว่า การเป็นสส.จังหวัดสงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทยในปี 2562 แพทย์ตรวจพบว่า มีเส้นเลือดหัวใจตีบถึง 3 เส้น และต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนทันทีหลังจากปฏิบัติหน้าที่สส. ได้เพียงสมัยประชุมเดียว (120 วัน) โดยแพทย์ประเมินค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาล 7 วันไว้ที่ไม่เกิน 400,000 บาท แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันอย่างรุนแรง เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนมี "น้ำในเยื่อหุ้มหัวใจ" แพทย์พยายามเจาะระบายน้ำออกทางซี่โครงแต่ไม่สำเร็จ จนต้องตัดสินใจผ่าตัดซ้ำที่แผลเดิม ส่งผลให้ผมต้องนอนรักษาตัวต่อยาวนานกว่า 20 วัน และค่าใช้จ่ายทั้งหมดพุ่งสูงถึง 900,000 บาท
“ในนาทีวิกฤตที่ไร้ทางออกและต้องหาเงินมาจ่ายโรงพยาบาลเพื่อให้สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ ผมนึกถึงใครไม่ออกนอกจาก "ท่านเนวิน ชิดชอบ" ซึ่งในยามหน้าสิ่วหน้าขวานนั้น ท่านได้เมตตาช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลตามหลักมนุษยธรรมในฐานะผู้ใหญ่ที่เอ็นดู โดยทางโรงพยาบาลได้รับรู้และทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันอย่างชัดเจน” นายณัฎฐ์ชนนกล่าวตอนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้กลับถูกนำไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. โดยกล่าวหาว่าผมให้ผู้ช่วย สส. ไปจ่ายค่ารักษาให้ ซึ่งไม่เป็นความจริงเลยครับ สำหรับสังคมไทย ความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีพระคุณในยามล้มป่วยเจียนตายเป็นสิ่งละเอียดอ่อน และผมไม่เคยคิดจะปฏิเสธความจริงในข้อนี้
ในชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช. ครั้งแรก ผมอาจจะยังแจงประเด็นได้ไม่ครอบคลุมเพราะไม่อยากให้รบกวนผู้ใหญ่ แต่เมื่อ ป.ป.ช. มีมติ 5:1 ให้ยื่นอุทธรณ์ ผมจึงได้นำหลักฐานชิ้นใหม่ ซึ่งเป็น "สัญญากู้ยืมเงิน" ที่ทำขึ้นเมื่อ 20 พ.ย.2562 นำมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล พร้อมทั้งพยานบุคคลเพิ่มเติมเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช.
ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ผมพร้อมน้อมรับและต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมายอย่างที่สุด แต่ผมเชื่อมั่นในความยุติธรรมและความจริง และหวังว่าสังคมจะเข้าใจในเจตนาอันบริสุทธิ์ และมองเห็นวิกฤตชีวิตที่ผมต้องเผชิญในเวลานั้นครับ
นั่นคือความทั้งหมดที่ทั้งสองฝ่าย นำมาบอกกล่าวกับสังคม
จึงเป็นที่น่าสงสัยว่า สัญญาเงินกู้ที่นายณัฎ์ฐชนนบอกว่า ได้มีการทำเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2562 ได้มีการแจ้งในบัญชีทรัพย์สินที่ต้อแสดงต่อป.ป.ช.บ้างหรือไม่?
@สืบ ‘สัญญาเงินกู้เนวิน’ จากบัญชีทรัพย์สินปี 66 ส่วนปี 62 เอกสารถูกทำลายแล้ว
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) สืบค้นจากบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่นายณัฎฐ์ชนนยื่นไว้กับ ป.ป.ช. ซึ่งเท่าที่มีการเปิดเผยพบว่า มีการจัดเก็บที่สำนักงานป.ป.ช. 2 ครั้งคือ
1.กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อ 20 มี.ค. 2566 ยื่นเมื่อ 16 มิ.ย. 2566
และ 2. กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อ 4 ก.ค. 2566 ยื่นเมื่อ 2 ต.ค. 2566
ส่วนกรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. ในปี 2562 นั้น ทางสำนักงานป.ป.ช.แจ้งว่า ได้ทำลายทิ้งไปแล้ว อันเป็นการปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการเก็บรักษาและการทำลายเอกสารและข้อมูล 2564 ข้อที่ 20 ระบุว่า
“ข้อ 20 เอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน รายงานผลการตรวจสอบและเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดำเนินคดีเกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินที่ปฏิบัติเสร็จสิ้นแล้ว ให้เก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน”
สำหรับรายละเอียดบัญชีทรัพย์สินทั้ง 2 ครั้ง มีดังนี้
1.กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อ 20 มี.ค. 2566 ยื่นเมื่อ 16 มิ.ย. 2566
นายณัฎฐ์ชนนและนางสาวณัฐกานต์ คชาทอง ผู้อยู่กินฉันสามีภรรยา ตามที่คณะกรรมการป.ป.ช.กำหนด แจ้งมีทรัพย์สินรวมกัน 13,300,127.50 บาท และมีหนี้สินรวม 20,925,511.50 บาท
ในด้านหนี้สิน นายณัฎฐ์ชนนแจ้งมีหนี้สินเพียงรายการเดียวคือ หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ 2,429,529.19 บาท ซึ่งเป็นหนี้กับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด โดยหนี้ดังกล่าวคือ รถยนต์ Mercedes Benz รุ่น E220 d sport มูลค่า 2,429,529.19 บาท
ขณะที่นางสาวณัฐกานต์ คชาทอง ผู้อยู่กินฉันท์สามีภรรยาแจ้งมีหนี้สิน 18,495,981.9 บาท โดยหนี้สินจากเงินกู้ธนาคารและสถาบันการเงินทั้งหมด 8 บัญชี ประกอบด้วย
ธนาคารกสิกรไทย 5 บัญชี ได้แก่
1.วงเงิน 4,450,944.25 บาท หนี้คงเหลือ 4,341,662.98 ทำสัญญาเมื่อ 2 ก.ย. 59
2.วงเงิน 54,106 บาท หนี้คงเหลือ 12,078.33 บาท ทำสัญญาเมื่อ 25 มิ.ย. 56
3.วงเงิน 2,200,000 บาท หนี้คงเหลือ 1,666,137.91 บาท ทำสัญญาเมื่อ 26 พ.ย. 56
4.วงเงิน 200,000 บาท หนี้คงเหลือ 114,454.15 บาท ทำสัญาเมื่อ 26 พ.ย. 2556
5.วงเงิน 90,099 บาท หนี้คงเหลือ 57,305.43 บาท ทำสัญญาเมื่อ 26 พ.ย. 2556
ธนาคารไทยพาณิชย์ 3 บัญชี ได้แก่
1.วงเงิน 2,500,000 บาท หนี้คงเหลือ 2,008,900.72 บาท ทำสัญญาเมื่อ 16 พ.ค. 2556
2.วงเงิน 9,900,000 บาท หนี้คงเหลือ 6,111,083.55 บท ทำสัญญาเมื่อ 26 ต.ค. 2553
3. วงเงิน 5,152,000 บาท หนี้คงเหลือ 4,183,982.94 บาท ทำสัญญาเมื่อ 19 ก.ย. 2554
ไม่พบสัญญากู้ยืมเงินที่ทำไว้กับนายเนวินอย่างใด
2. กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อ 4 ก.ค. 2566 ยื่นเมื่อ 2 ต.ค. 2566
นายณัฎฐ์ชนนและนางสาวณัฐกานต์ คชาทอง ผู้อยู่กินฉันสามีภรรยา ตามที่คณะกรรมการป.ป.ช.กำหนด แจ้งมีทรัพย์สินรวมกัน 12,316,944.02 บาท และมีหนี้สินรวม 20,809,648 บาท
ในด้านหนี้สิน นายณัฎฐ์ชนนก็ยังแจ้งมีหนี้สินเพียงรายการเดียวคือ หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ 2,429,529.19 บาท ซึ่งเป็นหนี้กับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด โดยหนี้ดังกล่าวคือ รถยนต์ Mercedes Benz รุ่น E220 d sport มูลค่า 2,429,529.19 บาท
ขณะที่นางสาวณัฐกานต์ คชาทอง ผู้อยู่กินฉันท์สามีภรรยาแจ้งมีหนี้สิน 18,380,118.8 บาท ลดลงจากเมื่อครั้งออกจากตำแหน่ง สส. 115,863.1 บาท โดยหนี้สินก็ยังมาจากเงินกู้ธนาคารและสถาบันการเงินทั้งหมด 8 บัญชี ประกอบด้วย
ธนาคารกสิกรไทย 5 บัญชี ได้แก่
1.วงเงิน 4,450,944.25 บาท หนี้คงเหลือ 4,369,836.51 ทำสัญญาเมื่อ 2 ก.ย. 59
2.วงเงิน 54,106 บาท หนี้คงเหลือ 12,454.27 บาท ทำสัญญาเมื่อ 25 มิ.ย. 56
3.วงเงิน 2,200,000 บาท หนี้คงเหลือ 1,676,438.12 บาท ทำสัญญาเมื่อ 26 พ.ย. 56
4.วงเงิน 200,000 บาท หนี้คงเหลือ 115,046.51 บาท ทำสัญาเมื่อ 26 พ.ย. 2556
5.วงเงิน 90,099 บาท หนี้คงเหลือ 5,741.80 บาท ทำสัญญาเมื่อ 26 พ.ย. 2556
ธนาคารไทยพาณิชย์ 3 บัญชี ได้แก่
1.วงเงิน 2,500,000 บาท หนี้คงเหลือ 1,975,120.64 บาท ทำสัญญาเมื่อ 16 พ.ค. 2556
2.วงเงิน 9,900,000 บาท หนี้คงเหลือ 5,971,203.73 บาท ทำสัญญาเมื่อ 26 ต.ค. 2553
3. วงเงิน 5,152,000 บาท หนี้คงเหลือ 4,175,362.96 บาท ทำสัญญาเมื่อ 19 ก.ย. 2554
ซึ่งในการยื่นบัญชีครั้งนี้ก็ยังไม่พบสัญญาเงินกู้ที่ทำไว้กับนายเนวิน ชิดชอบ แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2567 นายณัฎฐ์ชนนได้ทำหนังสือชี้แจงชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งเอกสารเพิ่มเติม ถึงเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. อ้างถึง หนังสือที่ ปช00015/0305ิ ลงวันที่ 10 ก.ค. 2567 เรื่อง ขอให้ดำเนินการยื่นบัญีทรัพย์สินและหนี้สินให้ถูกต้อง และขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม มีเนื้อหาดังนี้
ตามหนังสืออ้างอิง ขอให้ข้าพเจ้า (นายณัฎฐ์ชนน) ดำเนินการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้ถูกต้องครบถ้วน และขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากข้าพเจ้าได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไม่ครบถ้วน และมีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้สินบางรายการที่ต้องการทราบเพ่มเติม และให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พร้อมจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรับรองสำเนาทุกหน้ามายังสำนักงานป.ป.ช. ความละเอียดตามทราบแล้วนั้น
บัดนี้ ข้าพเจ้าได้ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินและหนี้สินและจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องซึ่งรับรองสำเนาทุกหน้าตามประเด็นที่ระบุมาในเอกสารประกอบหนังสือที่อ้างถึงเป็นที่เสร็จสิ้นแล้ว รายละเอียดปรากฎตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้
โดยการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน นายณัฎฐ์ชนนได้ชี้แจงกับป.ป.ช.ในรายการดังนี้
1.กรณีนาฬิกา Armaan Skebton Limited 1 เรือนและนาฬิกาโอเมก้า ซีมาสเตอร์ 1 เรือน สูญหายไปโดยการลักขโมยจากอดีตผู้ช่วย ไม่ติดใจเอาความ ไม่สามารถติดต่อบุคคลดังกล่าวได้แล้ว ไม่ติดใจดำเนินคดี
2.โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง ซ.พระจันทร์ ถ.เทียนจ่ออุทิศ 1 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โฉนดที่ 249819 มูลค่า 10,000,000 บาท โรงเรือนดังกล่าว เป็นของนางสาวณัฐกานต์ คชาทอง
3.รถยนต์ BMW รุ่น 360 D เลขทะเบียน กล 8484 สงขลา มูลค่า 660,000 บาท ได้ขายให้กับ หจก.จิรนันต์ คาร์เซ็นเตอร์ โดยทำสัญญาเมื่อ 20 ก.ค. 2562
4.สิทธิและสัมปทานประเภทประกันชีวิตของบมจ.เมืองไทยประกันชีวิต 2 กรมธรรม์
เลขที่ 5071892996 สิ้นสุดวันที่ 26 พ.ย. 2563
เลขที่ 5059493984 คุ้มครองเงินค้ำประกัถึง 27 พ.ย. 2571
5.บัญชีธนาคารชื่อ นางพิชชานันท์ สิริธนนนท์สกุลและนางสาวณัฐกานต์ คชาทอง จำนวน 11,251.92 บา ยอดคงเหลือ 0 บาท
และ 6. ในการปรากฎชื่อนางสาวณัฐกานต์ คชาทองเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนจำกัด อีพีโคโค่นัท
1.หจก.โคโค่นัท จดทะเบียนนิติบุคคล 26 ม.ค. 2560 นางสาวณัฐกานต์ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของหจก.ลงหุ้นด้วย 450,000 บาท ในขณะนั้นยังไม่ได้ดำเนินการธุรกิจแต่ย่างใด เพียงแต่ได้ดำเนินการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่านั้น
2.คู่สมรสเพิ่มรายการเงินลงทุน 450,000 บาท / โรงเรือนแลบะสิ่งปลูกสร้าง (บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ในอ.หาดใหญ่ จ.งขลา) 10 ล้านบาท / สิทธิและสัมปทาน ประกันชีวิต 1,700,000 บาท เงินฝากเพิ่มเป็น 3,541,583.91
โดยไม่ปรากฎรายการสัญญาเงินกู้ที่ทำไว้กับนายเนวิน ชิดชอบ แต่อย่างใด
อนึ่ง การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด
ที่มาภาพปก: Facebook ณัฏฐ์ชนน. ศรีก่อเกื้อ คนบ้านเรา

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา