
ประชุมสภากทม.นัดแรก นายกฯกล่าวเปิดพร้อมสนับสนุนการทำงานของส.ก.ทุกคน ขณะที่การเลือกประธานสภากทม.ไม่พลิกโผ ‘ภัทราภรณ์จากพรรคประชาชน’ นั่งประธานตามคาด
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 วานนี้ (13 ก.ค. 69) ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสภากรุงเทพมหานครครั้งแรก โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน
นายอนุทิน กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเป็นมหานครขนาดใหญ่ที่มีประชากรจำนวนมาก เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ และได้รับความสนใจให้ผู้คนอยากเดินทางมาสัมผัส มาทำงาน มาท่องเที่ยว มาใช้ชีวิต กรุงเทพมหานครจึงเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิต อีกทั้งยังมีความท้าทายในหลายมิติที่ต้องได้รับการแก้ไขและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับเสริมสร้างศักยภาพในฐานะมหานครระดับโลก ให้เป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุน การท่องเที่ยว และเป็นเมืองที่คนกรุงเทพฯ มีความภาคภูมิใจ และทุกคนสามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพต่อไป
“ผมเชื่อว่าสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทุกท่านเข้ามาทำงานด้วยความมุ่งหมายเดียวกัน สภากรุงเทพมหานครเป็นกลไกสำคัญในการพิจารณาข้อบัญญัติ การอนุมัติงบประมาณ ตลอดจนการสะท้อนปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชน เพื่อให้กรุงเทพมหานครสามารถบริหารราชการ และให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม” นายอนุทินระบุ
@รัฐบาลสนับสนุน-พร้อมทำงานกับทุกคน
นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวว่า การประชุมสภากรุงเทพมหานครในวันนี้ จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญอีกครั้งของการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารในการขับเคลื่อนการพัฒนากรุงเทพมหานคร ตนเชื่อว่าความร่วมมือ ความเสียสละ และความรู้ความสามารถของทุกท่าน จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครและนำพาเมืองหลวงของประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาพบทุกท่านและทำหน้าที่เปิดประชุมสภากรุงเทพมหานครในวันนี้ ตนมีความเชื่อมั่นในตัวท่านทุกคน และตนในฐานะนายกรัฐมนตรีและในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ขอให้คำมั่นสัญญากับทุกคนในที่นี้ว่า รัฐบาลจะให้การสนับสนุนและความร่วมมือกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหารกรุงเทพมหานคร เพื่อให้มหานครแห่งนี้ได้รับการพัฒนา เจริญก้าวหน้า ให้พี่น้องประชาชนซึ่งไม่ใช่เฉพาะชาวกรุงเทพมหานครเท่านั้น เพราะกรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ เป็นที่พำนัก เป็นที่ทำมาหากิน และเป็นที่ใช้ชีวิตของคนจากทั่วประเทศ
ฉะนั้น เราต้องทำให้กรุงเทพมหานครเป็นที่ให้ความสะดวก ให้คุณภาพชีวิตที่ดีกับพวกเขาเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างประเทศ กรุงเทพมหานครเปรียบเสมือนเป็นประเทศไทยในเชิงเศรษฐกิจ ประชากร และการเป็นศูนย์รวมของการพัฒนาประเทศ ดังนั้น ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่มีตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล ยินดี ดีใจ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้มีโอกาสทำงานร่วมกับทุกท่านในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้
"สุดท้ายนี้ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มาตรา 30 ขอเปิดการประชุมสภากรุงเทพมหานครครั้งแรก ณ โอกาสนี้ เพื่อให้สภากรุงเทพมหานครได้ดำเนินการตามระเบียบวาระการประชุมต่อไป และขออำนวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และนำความเจริญมายังพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครสมดั่งเจตนารมณ์ที่พวกเรามีร่วมกันต่อไป" นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพิธีเปิดประชุมเสร็จสิ้น เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร กล่าวเชิญสมาชิกสภากรุงเทพมหานครผู้มีอายุสูงสุดทำหน้าที่ประธานชั่วคราว คือ นางสาวเมธาวี ธารดำรงค์ ส.ก.เขตปทุมวัน เข้าสู่วาระพิจารณาเลือกประธานและรองประธานสภากรุงเทพมหานคร โดยก่อนเริ่มวาระได้มีการกล่าวปฏิญาณตน
จากนั้นเข้าสู่ระเบียบวาระที่ 4 คือการเลือกประธานสภากรุงเทพมหานคร โดยนายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก เสนอชื่อนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.เขตบางซื่อ เป็นประธาน ขณะที่นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน เสนอชื่อนายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ เนื่องจากมองว่าสภากรุงเทพมหานครควรมีคู่เปรียบเทียบ เพื่อให้สมาชิกได้ฟังวิสัยทัศน์ของทั้งสองคน ในประเด็นดังนี้
1. ประธานสภา กทม. จะทำให้กรุงเทพมหานครที่มาจากความหลากหลายเป็นสภาของคนกรุงเทพฯ อย่างไร
2. ประธานสภากรุงเทพมหานครจะทำให้สมาชิกสภากรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ควบคู่กับหน่วยงานราชการกรุงเทพมหานครได้อย่างไร
3. วิสัยทัศน์อื่นที่ท่านทั้งสองจะดำเนินการในระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งประธานสภากรุงเทพมหานคร
โดยนางสาวเมธาวี กล่าวว่า ขอให้ผู้ที่ถูกเสนอชื่อทั้งสองแสดงวิสัยทัศน์ทีละท่าน โดยเริ่มจากนางสาวภัทราภรณ์
@ภัทราภรณ์ : เน้นย้ำสภาโปร่งใส
จากนั้นนางสาวภัทราภรณ์ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า สำหรับวิสัยทัศน์ของตน จริง ๆ ตนเคยแถลงไปแล้ว คือเรื่องของสภาโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยมีหลัก ๆ อยู่ 4 ข้อ คือ
1. จะเปิดให้มีการถ่ายทอดสดโดยการแก้ข้อบังคับในที่ประชุม โดยจะมีการถ่ายทอดสดการประชุมทั้งคณะกรรมการสามัญและวิสามัญทั้งหมด ซึ่งการถ่ายทอดสดนั้น หากมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ต้องอ้างอิงบุคคลที่สาม หรือบริษัทที่มีความเสี่ยง ก็สามารถปิดการถ่ายทอดสดได้
2. การเปิดเผยการลงมติของเพื่อนสมาชิก ซึ่งขณะนี้ยังต้องให้ประธานสภาเป็นผู้อนุมัติ ก็จะเปิดเผยโดยอัตโนมัติเหมือนกับสภาใหญ่
3. เปิดเผยสถิติการเข้าประชุมของสมาชิกทุกท่าน เพื่อความโปร่งใส และให้พี่น้องประชาชนสามารถรับทราบถึงการทำงานของสมาชิกทุกท่าน
4. จะสนับสนุนการทำงานของสมาชิก เพื่อให้เพื่อนสมาชิกสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการผลักดันให้มีการตั้งสำนักงานวิชาการและงบประมาณของสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนเรื่องการวิเคราะห์งบประมาณและข้อมูลสำหรับการจัดทำร่างข้อบัญญัติ
นางสาวภัทราภรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่นายสมชายได้สอบถามว่าจะทำให้กรุงเทพมหานครที่มีความหลากหลายเป็นของทุกคนได้อย่างไร ตนคิดว่าสิ่งที่เราควรจะทำมากขึ้น คือควรเปิดพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนได้เสนอเรื่องเข้ามา หรือเสนอเรื่องงบประมาณต่าง ๆ จากเดิมที่เราเคยจัดงาน Hack งบ กทม. เป็นกลุ่มเล็ก ๆ ตนคิดว่าหากเราจัด Hack งบ กทม. ให้เป็นของสภากรุงเทพมหานคร ก็จะทำให้ประชาชนเข้าใจเรื่องงบประมาณไปพร้อมกับเรา พี่น้องประชาชนจะได้ช่วยกันตรวจสอบ รวมถึงสามารถเสนอแนะว่าหลังจากนี้งบประมาณควรนำไปใช้ด้านใด
ส่วนเรื่องที่จะให้เพื่อนสมาชิกดำรงตนอย่างโปร่งใสได้อย่างไรนั้น ตนคิดว่าเป็นสิทธิของเพื่อนสมาชิก แต่ช่องทางและระบบต่าง ๆ นั้น ตนได้เสนอไว้ข้างต้น โดยทั้ง 4 ข้อ ตนได้วางไทม์ไลน์ไว้แล้วว่าจะพยายามผลักดันให้ได้ภายในเดือนธันวาคมของปีนี้
@วิรัช: 3 ฟันเฟืองต้องไปด้วยกัน
ด้านนายวิรัช กล่าวว่า การทำหน้าที่ในสภากรุงเทพมหานครนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ตนพูดมาตลอดว่ากรุงเทพมหานครนั้นมีเฟืองอยู่ 3 เฟือง
1.เฟืองแรกคือฝ่ายบริหาร
2.เฟืองที่สองคือข้าราชการ
3.เฟืองที่สามคือสภา
แต่ละเฟืองจะมีแกนรวม หากเฟืองหมุนไปได้อย่างสมดุล แกนนั้นคือประชาชนที่จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ นี่คือมุมมองของตน
นายวิรัช กล่าวต่อว่า ตนและเพื่อนสมาชิกอีก 49 คน เป็นหนึ่งในฟันเฟือง 50 ฟันเฟือง จะทำอย่างไรก็แล้วแต่ให้ฟันเฟืองทั้ง 50 ฟันเฟืองหมุนไปพร้อมกับฟันเฟืองของฝ่ายบริหารและข้าราชการ ตนคิดมาตลอดว่าหากเป็นผู้นำ หรือเป็นประธานสภา หรือแม้แต่เป็นหัวหน้าห้อง ตนคิดเสมอว่าตนทำได้ดีกว่าคนอื่น แต่ตนยอมรับว่ายังมีคนอื่นที่ทำได้ดีกว่าตน
@ภัทราภรณ์ชนะ 39 เสียง
จากนั้นเป็นการลงคะแนน โดยนายอำนาจ ปานเผือก ส.ก.เขตบางแค เสนอให้มีการลงคะแนนแบบเปิดเผยโดยใช้เครื่องลงคะแนนเสียง และนายนภาพล เสนอให้ลงคะแนนเลือกประธานสภาแบบเปิดเผยโดยการยกมือ และได้มีการโหวตจากที่ประชุมเป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ลงคะแนนเลือกประธานสภาแบบเปิดเผยโดยการยกมือ
จากนั้นที่ประชุมได้เลือกประธานสภา โดยนางสาวภัทราภรณ์ได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบ 39 คะแนน ขณะที่นายวิรัชได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบ 7 คะแนน เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้นางสาวภัทราภรณ์เป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร
หลังจากนั้นนางสาวภัทราภรณ์ ขึ้นทำหน้าที่ประธานสภา พร้อมกล่าวขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ไว้วางใจให้ตนทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวาระของเมืองผ่านสภากรุงเทพมหานคร และขอยืนยันว่าการพิจารณางบประมาณเพื่อให้ถูกใช้อย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์นั้นไม่ใช่ความเพ้อฝัน การทำสภากรุงเทพมหานครให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ คือความปกติที่ควรจะเป็นมานานแล้ว ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกับที่ประชาชนเลือกเพื่อนสมาชิกเข้ามา ตนเชื่อว่าเราจะยกระดับสภากรุงเทพมหานครและทำงานไปด้วยกันอย่างราบรื่นตลอด 4 ปีข้างหน้า
จากนั้นที่ประชุมได้มีการเลือกรองประธานสภาจำนวน 2 คน โดยนายฉัตรชัย เสนอชื่อนายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ส.ก.เขตบึงกุ่ม เป็นรองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1 โดยไม่มีคู่แข่ง และนายเอกวิน โชคประสพรวย ส.ก.เขตราชเทวี เสนอชื่อนายนริสสร แสงแก้ว ส.ก.เขตบางเขน เป็นรองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 2 โดยไม่มีคู่แข่ง จึงถือว่านายเนติภูมิ และนายนริสสรได้รับเลือกเป็นรองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1 และ 2 ตามลำดับ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา