
ขสมก.ปักหมุด มี.ค. 70 รถใหม่แอร์ EV 500 คันแรกมาให้คนกรุงฯได้ใช้แน่นอน ‘กิตติกานต์’ เผยจะเอามาแทนรถเมล์ร้อนทั้งหมด แต่ยอมรับว่า ค่าโดยสารแพงขึ้นแน่นอน ‘พิพัฒน์-สิริพงศ์’ สั่งแล้วหาทางเยียวยา ส่วนการติดตั้งจุดชาร์จรถใหม่ นำร่อง ‘เคหะสมุทรปราการ-เชียงราก-สถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงคลองบางไผ่’
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 1 กันยายน 2569 นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า หลังจากที่พาคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมการประกอบรถโดยสารประจำทาง ซึ่งอยู่ในโครงการการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (Electric Vehicle : EV) จำนวน 1,520 คัน ระยะเวลาเช่า 7 ปี วงเงิน 14,905 ล้านบาท โดยขสมก.ได้ลงนามกับบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด ไปเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2569 และได้ส่งมอบหนังสือให้เริ่มงาน (Noitce to Proceed: NTP) เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2569 นั้น
ปัจจุบัน ทางบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด ได้มอบหมายให้ บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX เป็นผู้ประกอบรถโดยสารทั้งหมด ซึ่งวันนี้ (1 ก.ย. 69) มีชิ้นส่วนรถเมล์จำนวน 40 คันส่งถึงโรงงานแล้ว และน่าจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการประกอบทันทีในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ย. 69) นอกจากนี้ยังมีรถต้นแบบ (Demo) 2 คันที่เอกชนประกอบเสร็จแล้วตามแบบที่ ขสมก. กำหนดไว้ เพื่อใช้ทดสอบระบบความปลอดภัยและความเหมาะสมกับสภาพถนนไทยต่อไป ทั้งนี้ ทางโรงงานให้ข้อมูลว่า มีศักยภาพผลิตได้วันละ 15 คัน เกินมาตรฐานที่ขสมก. กำหนดเป้าหมายขั้นต่ำไว้ที่ 12 คันต่อวัน
ผอ.ขสมก.กล่าวต่อว่า สำหรับแผนงานรองรับรถโดยสารคันใหม่นั้น ทางเอกชนจะต้องส่งรถโดยสารลอตแรกจำนวน 500 คัน ภายในเดือน มี.ค. 2570 ลอตที่ 2 อีก 500 คัน ภายในเดือนเม.ย. 2570 และลอตสุดท้ายอีก 520 คันส่งมอบภายในสิ้นเดือน พ.ค. 2570 โดยหลังจากทยอยรับรถแต่ละลอตแล้ว จะใช้เวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้พนักงานขับรถฝึกซ้อมให้คุ้นชินกับเส้นทางและระบบความปลอดภัย ก่อนจะเริ่มปล่อยรถวิ่งจริงต่อไป ซึ่งระยะเวลาเช่า 7 ปีจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ส่งมอบรถโดยสารลอตแรกในเดือน มี.ค. 2570 นี้
โดยรถโดยสารประจำทางใหม่ทั้งหมดนั้นจะนำมาทดแทนรถโดยสารสีครีมแดง (รถร้อน) ทั้งหมด ครอบคลุมสายทางรถโดยสารประจำทางของขสมก. 50 เส้นทาง ซึ่งรถร้อนปัจจุบันมีจำนวน 1,520 คันพอดีกับรถใหม่ที่จะเข้ามา โดยรถร้อนตอนนี้มีวิ่งให้บริการอยู่ประมาณ 1,400 คัน
ทั้งนี้ หากมีรถโดยสารประจำทางใหม่เข้ามาประจำการ ผอ.ขสมก.ระบุว่า จะช่วยให้องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 4,100 ล้านบาทต่อปี แบ่งเป็นค่าเหมาซ่อม 2,000 ล้านบาท, ค่าเชื้อเพลิงจาก 2,000 ล้านบาท เหลือ 800 ล้านบาท และลดต้นทุนบุคลากรในอนาคตต่อไป
ทั้งนี้ ปัจจุบันขสมก.มีผู้โดยสารแบ่งเป็นวันธรรมดามีผู้โดยสารประมาณ 550,000 - 650,000 คนต่อวัน ส่วนวันหยุดประมาณ 300,000 - 400,000 คนต่อวัน
“พอรถกลุ่ม ใหม่เข้ามา สมมติ 500 คัน รถครีมแดงก็ต้องถอยออกไป 500 อันนี้คือหลักการที่เราจะต้องดำเนินการ ส่วนอัตราค่าโดยสาร ทุกวันนี้รถเมล์ครีมแดงเก็บอยู่ที่ 8 บาทตลอดสาย เมื่อเป็นรถแอร์ก็จำเป็นต้องทำตามเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) โดยค่าโดยสารจะอยู่ที่ 15-20-25 บาท ทั้งนี้ ทางท่านรัฐมนตรี พิพัฒน์ (พิพัฒน์ รัชกิจประการ) ท่านสิริพงษ์ (สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ) แล้วก็ทางรัฐบาลก็กำลังหาทางออกอยู่ว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนไม่รับภาระมากกว่าเดิม” นายกิตติกานต์ระบุ

กิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)
@เฟส 2 จำนวน 800 คัน
นายกิตติกานต์กล่าวต่อไปว่า สำหรับแผนการจัดหารถโดยสารอีก 800 คัน วงเงินรวม 8,000 ล้านบาทนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร (สส.) เนื่องจากขสมก.ได้ทำคำของบประมาณในส่วนนี้ไปด้วย อย่างไรก็ตาม หากได้รับการอนุมัติก็เชื่อว่าจะไม่ล่าช้าไปกว่าการจัดหารถรอบแรก โดยคาดว่าจะได้รับรถใหม่เข้ามาประจำการในปี 2571
ขณะที่ความคืบหน้าของการปรับปรุงอู่ 12 แห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่อรองรับการทำสถานีชาร์จไฟนั้น นายกิตติกานต์กล่าวว่า กำลังเตรียมพื้นที่สำหรับทำสถานีชาร์จจำนวน 12 จุด เป็นอู่รถประจำทางของขสมก. สำหรับการนำร่องเฟสแรก คาดว่าจะก่อสร้างใน 3 พื้นที่ก่อน ประกอบด้วย อู่เชียงราก, อู่เคหะสมุทรปราการ และสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีคลองบางไผ่ เพราะ 3 แห่งนี้มีมูลค่ารวมกันไม่ถึง 200 ล้านบาท ผอ.ขสมก.สามารถใช้อำนาจดำเนินการได้ ส่วนจุดอื่นๆ เนื่องจากมีมูลค่ารวมกัน 400 ล้านบาท จำเป็นต้องรอการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) ขสมก. ตามขั้นตอน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา