
'กกต.' มีมติเสียงข้างมาก 'คดีฮั้วเลือก สว.' ส่ง 'ศาลฎีกา' ดำเนินคดีอาญา สว.ตัวจริง 26 คน – บุคคลอื่น 15 คน ยกคำร้อง 21 'กก.บห. - สส. - ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 'ภูมิใจไทย'
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 14 กันยายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. นำแถลงผลการพิจารณาของ กกต. สำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือ คดีฮั้วเลือก สว. โดยมี ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร เลขาธิการ กกต. ร่วมแถลง ว่า ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา จำนวน 77 ราย โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. สว. (ดำรงตำแหน่งขณะที่ถูกร้อง) จำนวน 26 คน 2. ผู้มีสิทธิเลือกสว. จำนวน 36 คน และ 3. บุคคลอื่น จำนวน 15 คน จำนวน
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ขณะที่ กรรมการบริหาร (กก.บห.) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย และ สว.สำรอง ที่ประชุมกกต. มีมติยกคำร้องข้อกล่าวหา
อ่านประกอบ : เปิด 229 ชื่อ กกต.เรียกรับทราบข้อกล่าวหา คดีฮั้วเลือกสว. ‘อนุทิน’ ลำดับ 187-‘เนวิน’ 228
รายงานข่าวระบุว่า เมื่อกกต. มีมติวินิจฉัยสำนวนการไต่สวนการเลือก สว. แล้ว ต้องดำเนินการ ดังนี้ 1. กกต. จัดทำคำวินิจฉัยสำนวนการเลือก สว. ภายใน 60 วัน 2. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ภายใน 60 วัน 3. ศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว ถ้าเป็น สว. ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา และ 4. ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่ามีการกระทำความผิด ให้สมาชิกภาพ สว. ผู้นั้นสิ้นสุดลงนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้ กรณีตำแหน่ง สว.ว่างลง กรณีคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลมีผลให้ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่างลง ให้ดำเนินการ ตามมาตรา 45 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ดังนี้
1. ในกรณีที่ตำแหน่ง สว. กลุ่มใดมีไม่ครบจำนวน ไม่ว่าเพราะเหตุตำแหน่งว่างลง หรือด้วยเหตุอื่นใดอันมิใช่เพราะเหตุถึงคราวออกตามอายุของวุฒิสภาให้ประธานวุฒิสภาประกาศในราชกิจจานุเบกษาเลื่อนบุคคลในบัญชีสำรองของกลุ่มนั้นขึ้นดำรงตำแหน่ง สว. แทนตามลำดับ และให้ผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู่ ในระหว่างที่บุคคลดังกล่าวยังมิได้เข้ารับตำแหน่ง ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่
2. กรณีที่ต้องเลื่อนบุคคลในบัญชีสำรองของกลุ่มใดขึ้นดำรงตำแหน่ง สว. แทนแต่ไม่มีบุคคลในบัญชีสำรองของกลุ่มนั้นเหลืออยู่ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ประธานวุฒิสภาจับสลากว่าจะเลื่อนบุคคลในบัญชีสำรองในกลุ่มอื่นใดที่ยังมีผู้อยู่ในบัญชีสำรองเหลืออยู่ แล้วดำเนินการเลื่อนบุคคลนั้น ขึ้นดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคหนึ่ง การจับสลากดังกล่าวให้มีผลเฉพาะการเลือนครั้งนั้น
3. กรณีที่ทุกกลุ่มไม่มีรายชื่อบุคคลในบัญชีสำรองเหลืออยู่สำหรับการเลื่อนบุคคลขึ้นดำรงตำแหน่ง ให้วุฒิสภาประกอบด้วย สว. เท่าที่มีอยู่ แต่ในกรณีที่มี สว. เหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวน สว. ทั้งหมด และอายุของวุฒิสภาเหลืออยู่เกินหนึ่งปี ให้ดำเนินการเลือก สว.ขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างภายใน 60 วันนับแต่วันที่วุฒิสภามีสมาชิกเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ในกรณีเช่นว่านี้ให้ผู้ได้รับเลือกดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู่
@ ยืนยันเป็นอิสระ-ไม่มีแรงกดดัน
นายณรงค์กล่าวว่า ทั้ง 77 ราย ยังไม่ถือว่ากระทำความผิด เพียงแต่ กกต.มีหลักฐานตามที่ไต่สวนมา เชื่อว่า หรือ น่าเชื่อว่า ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และมีมติเสียงข้างมาก
นายณรงค์กล่าวว่า การพิจารณาของกกต.มีความเป็นอิสระ อยู่ในกรอบของกฎหมาย มีเกณฑ์ในการพิจารณา เมื่อมีคำร้อง มีคำคัดค้าน หรือ ความปรากฎ ในชั้นของคณะกรรมการกกต. พิจารณาคำร้อง คำคัดค้าน พยานบุคคลและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทางนิติวิทยาศาสตร์ เส้นเงิน การติดต่อ พยานแวดล้อม
"เราไม่ได้พิจารณาตามอำเภอใจ หรือ แรงกดดันจากสังคม หรือ ความต้องการของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง กกต.มีอิสระในการพิจารณา"นายณรงค์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า พฤติการณ์การกระทำความผิดของ สว.26 คน ที่กกต.มีมติเสียงข้างมากส่งศาลฎีกามีลักษณะอย่างไร นายณรงค์กล่าวว่า กกต.พิจารณาเป็นรายบุคคล ตามข้อกล่าวหา รายกรณี ยกตัุวอย่างเช่น จังหวัดหนองบัวลำภู ของผู้ถูกร้องที่ 84 สว.ปัจจุบัน มีพฤติการณ์จูงใจ ให้ทรัพย์สินเงินทองแก่ผู้มีสิทธิสว. เพื่อลงคะแนนให้กับตัวเอง
"การไต่สวนเราพบความเชื่อมโยง เส้นเงิน โทรศัพท์ พยานบุคคล รับฟังได้ว่า กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาว่า จูงใจผู้สมัครให้มาเลือกตัวเอง หรือ จ้างโหวตเตอร์ กกต.จึงมีมติให้ส่งศาลฎีกาเพื่อตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และดำเนินคดีอาญา"นายณรงค์กล่าว
@ แจง 'ภูมิใจไทย' รอด
เมื่อถามว่า เหตุผลอะไรผู้ถูกกล่าวหากก.บห.พรรคการเมือง สส.และรัฐมนตรี กกต.จึงมีเสียงข้างมากไม่ส่งศาลฎีกา นายณรงค์กล่าวว่า มติส่วนตนที่ยกคำร้อง 21 กก.บห.ภูมิใจไทย ไม่มีความผิด 2 ข้อกล่าวหาสำคัญ ประกอบด้วย 1.กรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา76 วรรคหนึ่ง หรือไม่ และ 2. ผู้สมัครยินยอมให้กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคสอง หรือไม่
นายณรงค์ กล่าวว่า ในการพิจารณาสำนวน เราดูข้อกล่าวหา และดูคำชี้แจง ที่สำคัญคือดูพยานหลักฐานว่าในสำนวนนั้นมีพยานหลักฐานอะไรบ้าง สำนวนนี้มีพยานหลักฐาน คือพยานรหัสที่ 16/26 พยานรหัสที่ 21/26 พยานรหัสที่ 22/26 พยานรหัสที่ 25/26 และนางกุสุมาวดี ศิริโกมุท เป็นพยาน กล่าวอ้างว่ากลุ่มคนเหล่านี้กระทำความผิด แต่พยานที่สำคัญอ้างว่าเป็นประจักษ์พยาน คือพยานรหัสที่ 16/26 พยานให้ถ้อยคำอ้างว่ารู้เห็นเหตุการณ์อยู่ 4 เหตุการณ์ เหตุการณ์ที่ 1 พยานอ้างว่าเดือนเมษายน 2567 กลุ่มกรรมการบริหารพรรคการเมืองคนรุ่นใหม่ นำโดยนายภราดร ปริศนานันทกุล ไปร่วมกันวางแผนฮั้ว สว. โดยมีการศึกษาระเบียบกฎหมายเกี่ยวกับการเลือก สว. มีการคิดค้นโปรแกรมออฟไลน์ เพื่อคำนวณสูตรสำหรับการเลือก สว. โดยพยานอ้างว่าทราบจากเพื่อน สส. พรรคภูมิใจไทย และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย
นายณรงค์กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ 2 เป็นช่วงที่มีการเลือก สว. คือวันที่ 16 - 26 มิถุนายน 2567 หลังจากมีการเลือก สว. ระดับจังหวัด ก่อนการเลือกระดับประเทศ มีการประชุมของกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยที่ทำการพรรคที่กรุงเทพมหานคร และมีการบรรยายวิธีการให้เป็นไปตามแผนที่จะใช้โปรแกรม ผู้บรรยายหลักคือนายภราดร และนายชัยชนก ชิดชอบ มีกลุ่มกรรมการบริหารพรรค และ สส.พรรค ร่วมฟังคำบรรยาย มีนายเนวิน ชิดชอบ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน เหตุการณ์ตรงนี้ พยานรหัสที่ 16/26 อ้างว่าเข้าร่วมประชุมด้วย
นายณรงค์กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ 3 ที่พยานอ้างว่าเห็นและรู้เห็นเหตุการณ์ คือวันที่ 24 มิถุนายน 2567 ก่อนเลือกระดับประเทศ พยานรหัสที่ 16/26 กับพวกไปที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อทำโพยฮั้วกัน และมีทีมติวเตอร์ ก็คือนาง สุขสำรวย วันทนียกุล พร้อมนักศึกษาผู้ช่วย เข้ามาติวเรื่องการทำโพยและ เหตุการณ์ที่ 4 หลังจากมีการเลือก สว. ระดับประเทศ มีพยานรหัสที่ 16/26 นำ สว. ในสายของตนไปรับมอบนโยบายจากนายเนวิน ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กรุงเทพมหานคร ในข้อกล่าวหานี้ ผู้ถูกร้องทุกคนชี้แจงเป็นหนังสือ ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าไม่ได้กระทำความผิด
@ ข้อกล่าวหา 21 กก.บห.ภท. มาทีหลัง
นายณรงค์กล่าวว่า ในส่วนตนที่วินิจฉัย เห็นว่ากรณีนี้เป็นการเลือก สว. ในระดับประเทศ มีการเลือกเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ซึ่ง กกต. ประกาศผลการเลือก สว. และบัญชีสำรอง เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 ภายหลังจากเลือก สว. และ กกต. ประกาศผลเลือกตั้งแล้ว มีการร้องเรียนการเลือก สว. ว่าไม่ชอบ มีผู้ร้องและผู้ถูกร้องจำนวนมาก ซึ่ง กกต.ได้รับเรื่องและมีมติไปแล้วหลายเรื่อง สำหรับเรื่องนี้ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 หลังเลือกตั้ง รับทราบที่สำนักงาน กกต.รายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีหนังสือที่ ยธ 0824/4754 ลงที่ 25 กันยายน 2567 แจ้งเรื่องรับเรื่องไว้สอบสวน กรณีมีผู้ร้องขอความเป็นธรรมต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และดีเอสไอ เพื่อให้สอบสวนกรณีการเลือก สว. ที่มีกระบวนการหรือพฤติการณ์ที่ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. และประมวลกฎหมายอาญา ตอนนั้นมี 3 คำร้อง ซึ่ง กกต. เห็นว่า มีมูลและมีพฤติการณ์ มีการฝ่าฝืนตามมาตรา 36, 77 วงเล็บ 1, มาตรา 70, มาตรา 79, มาตรา 81 ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. จึงเสนอกรรมการ กกต. ให้รับเรื่องเป็นความปรากฏ
“จะเห็นว่า วันที่ 18 มีนาคม 2568 ไม่ได้มีข้อกล่าวหาตามมาตรา 77 คือยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากรรมการบริหารพรรค หรือกลุ่มที่ถูกร้องเรียนทั้ง 21 คน ตอนนั้น กกต.ก็แต่งตั้ง ชุดไต่สวนคณะที่ 26 และดำเนินการไต่สวนเรื่อยมา จะเห็นว่า คนที่ถูกร้องจริงๆ แต่แรกคือกลุ่มคนที่มีชื่ออันดับที่ 1-7 ของโพย ตอนนั้นมีผู้ถูกกล่าวหา 140 คน“ นายณรงค์กล่าว
นายณรงค์ กล่าวว่า ต่อมา สังเกตวันที่ 10 มิถุนายน 2568 ผ่านมาหลายเดือน กกต.ตั้งจึงได้รับรายงานจากคณะชุดที่ 26 ว่ามีผู้กระทำความผิด ทั้งที่เป็นผู้มีสิทธิเลือก สว. ระดับประเทศและผู้อื่น รวมทั้งผู้มีตำแหน่ง สถานะที่เป็นบุคคลตามมาตรา 76 คือเริ่มที่จะมาขอให้ กกต.ให้รับเรื่อง เพื่อสอบกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ตามมาตรา 76 อีกข้อกล่าวหาหนึ่ง ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากที่ได้รับคำร้องมาแต่แรก
@ พยานรหัส ไม่แจ้งจนเลยมา 1 ปี
นายณรงค์กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือ การแจ้งข้อกล่าวหานี้เพราะมี พยานรหัสที่ 16/26, 21/22 และ 22/26 มาให้ถ้อยคำว่ากลุ่มคนทั้ง 21 คนร่วมกระทำความผิด ประเด็นที่ผมเห็นคือ เหตุการณ์ในการเลือก สว. การรับรองผล ล่วงเลยมาเป็นเวลานาน ทำไมพยานรหัส 16/26 ไม่เคยออกมาแจ้งเหตุ หรือแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งเลยว่า กลุ่มคนเหล่านี้กระทำความผิด พยานรหัสปากนี้มาให้ถ้อยคำต่อคณะ 26 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ล่วงเลยเวลาที่พยานอ้างว่ารู้เห็นเหตุการณ์ประมาณ 1 ปี และช่วงนั้น ถ้าพูดถึงเรื่องการเมือง พยานรหัส 16/26 เคยเป็นสมาชิก หรือเป็น สส. ของพรรคภูมิใจไทย ต่อมาพรรคภูมิใจไทย ก็มีมติ ให้พ้นจากพรรคภูมิใจไทย เพราะพยานรหัสนี้ถูกศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาว่ากระทำความผิด ฐานยักยอกเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดขอนแก่น มูลค่าหลายร้อยล้านบาท ศาลลงโทษพยานรหัส เป็นเวลา 4 ปี 93 เดือน หรือ 11 เดือน
@ พยานปากเอก ไม่มีหลักฐาน
นายณรงค์กล่าวว่า เมื่อพยานรหัส 16/26 ถูกขับออกจากพรรค ได้ไปสังกัดพรรคกล้าธรรมและช่วงนั้น พรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม ก็มีความขัดแย้ง หรือไม่ลงรอยทางการเมือง ต่อมาวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 พยานรหัสจึงมาให้ถ้อยคำในลักษณะที่ยอมรับว่าร่วมกระทำความผิด และขอกันตัวเองออกมาเป็นพยาน เห็นว่าช่วงเวลาที่พยานรหัสนี้มาให้ถ้อยคำต่อคณะ 26 มีมูลเหตุและมีข้อน่าสงสัยว่ามีเจตนาอย่างไร เราต้องฟังด้วยความระมัดระวัง ถือว่ายังไม่มีสาเหตุโกรธเคืองเหมือนที่สรุปกันมา มันยังฟังไม่ถนัด เมื่อเรามาวิเคราะห์พยานรหัสปากนี้ที่ให้ไว้ต่อคณะ 26 อ้างว่าเหตุการณ์ที่ 1 และที่ 2 เกิดขึ้นที่พรรคภูมิใจไทย มีแต่พยานรหัส 16/26 เพียงคนเดียวที่ให้ถ้อยคำว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้น และในช่วงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าเหตุการณ์ที่ 1 หรือ 2 ไม่ได้ความเลยว่าในการประชุมของกลุ่มนี้มีการเก็บเครื่องมือสื่อสาร แต่ไม่ปรากฏหลักฐานอื่นเลย ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย หรือสิ่งอื่นใดที่ชี้ให้เห็นว่ามีการกระทำแบบนั้น ไม่ปรากฏกระทั่งหลักฐานการปฏิบัติการของนายภราดร ไม่มีเอกสาร วัตถุพยาน หรือโปรแกรมว่ามีลักษณะอย่างไร ที่เขาอ้างว่ามีเงินหรือมีค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้จำนวนมหาศาล ก็ไม่ปรากฏว่าจ่ายให้ใคร ตรวจสอบเส้นเงินก็ไม่มี
"พยานรหัสปากนี้ไม่สามารถระบุได้เลยว่าใครได้รับเงินไปบ้าง หรือรับกันอย่างไร คงเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ นอกจากพยานรหัสที่ 16/26 ข้อกล่าวหานี้ยังมีพยานอีก 2 ปาก คือพยานที่ 21 และ 22, 21/26 และ 22/26 ทั้งสองคนปัจจุบันเป็น สว. ทั้งคู่ ถือว่าเป็นพยานประกอบในสำนวน เราจะมาดูว่าพยานประกอบเชื่อมโยงและสอดคล้องกับพยานรหัสที่ 16/26 หรือไม่"นายณรงค์กล่าว
นายณรงค์ กล่าวว่า เมื่อดูว่าพยานที่เขาอ้างว่าในสำนวนนี้เกี่ยวข้องอีก 2 คน คือพยานรหัสที่ 21 และ 22 ที่เข้าไปให้ถ้อยคำนั้นสอดรับกันหรือไม่ พยานทั้งสองก็เช่นเดียวกัน ได้มาให้ถ้อยคำ หลังจากที่พยานรหัสที่ 16 ไปให้ถ้อยคำ พยานทั้งสองอยู่ในเหตุการณ์ที่อ้างว่าไปจัดทำโพยที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ โดยอ้างว่าพยานรหัส 16/26 ประสานให้ไป ในวันที่ 24 มิถุนายน 2567 พยานทั้งสองเข้าร่วมประชุมในการจัดทำโพยด้วย และยืนยันว่า ทีมนี้คือของ เจ๊รวย หรือนางสุขสมรวย วันทนียกุล ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอำนาจเจริญ พยานยืนยัน
นายณรงค์กล่าวว่า เราจะเห็นว่า พยานรหัสที่ 22/26มาให้ถ้อยคำว่า ได้รวมกลุ่มกับพยานรหัส 16/26 และทราบว่ากลุ่มของพยานรหัสที่ 16/26 มี สว. หรือได้โควตาจากระบบจัดฮั้ว 2 คน คือ ตัวเองคือพยานที่ 22/26 และพยานรหัสที่ 21/26 ก็ได้ สว. 2 คน แล้วส่งหมายเลขไป ปรากฏว่า เมื่อกลับมาพิจารณาถ้อยคำของพยานรหัสที่ 16/26 ไม่มีถ้อยคำตอนใดเลยที่กล่าวถึงว่าพยานรหัสที่ 22/26 ซึ่งอยู่ที่พะเยา เขาไม่ได้กล่าวถึงเลยว่าพยานรหัส 22/26 อยู่ในทีมเขา เขาไม่ได้กล่าวถึงกระบวนการ ว่า มีกรรมการบริหารพรรค หรือผู้ที่ถูกร้องตามที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหามีส่วนด้วย
นายณรงค์กล่าวว่า นอกจากนี้พยานรหัสที่ 16/26 กลับยืนยันหรือบันทึกถ้อยคำว่าทีมของเขามีคนเดียว คือพยานรหัสที่ 21/26 ซึ่งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเดียวกับเขา จะเห็นว่าความแตกต่าง ความไม่สอดคล้องของพยานรหัสเกิดขึ้น ส่วนพยานรหัส 22/26 ก็ไม่เคยกล้าวถึงเลยว่ากลุ่มผู้ถูกร้องอยู่ในกระบวนการ แต่เขาให้การว่าเขาจะได้เพราะมีการทำโพยไว้แล้ว โดยเขาก็ไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำให้ โดยอ้างว่าพยานรหัสที่ 16/26 ส่งชื่อไป จะเห็นว่าความสอดคล้องไม่มีเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพยานทั้ง 3 ได้มากลับคำให้การ โดยมีหนังสือถึงประธาน กกต. ว่า ที่พยานรหัสทั้ง 3 เคยให้การไว้ ไม่ว่าจะมีพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 21 คน การเตรียมการ หรือเส้นเงิน เขาบอกว่าไม่เป็นความจริง
"การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ผมอยู่ศาลมา 38 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษา พยานกลับคำ ผมลงโทษมาเยอะ แต่พยานปากนี้ หรือ 3 ปาก ไม่มีความน่าเชื่อถือมาแต่แรก ประเด็นก็คือเหมือนที่ผมกล่าว ผมว่าเขามาให้การหลังเกิดเหตุนานมาก แล้วพยานรหัสที่ 16/26 ไปดูประวัติ เขาถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกถึง 11 ปี ในข้อหายักยอกเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูไปเกือบ 500 ล้านบาท ปัจจุบันก็ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองในคดีจริยธรรม พยานเราต้องดูว่าความน่าเชื่อถือมีหรือเปล่า ประเด็นเรื่องความน่าเชื่อถือ เรื่องการเมือง และเรื่องความไม่สอดคล้องกัน"นายณรงค์กล่าว
@ เส้นเงินไม่พบความผิดปกติ
"ผมเห็นว่าฟังไม่ได้ว่า ผู้ที่ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามข้อกล่าวหาที่ 1 การตรวจสอบเส้นเงินของกลุ่มที่ถูกกล่าวหาทุกคน ไม่พบความผิดปกติโทรศัพท์อาจจะมี มีโทรหากัน แต่มันไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าเขาคุยกันเรื่องอะไร ผมว่าถ้าเรายอมรับความจริง ธรรมชาติของนักการเมือง หรือคนที่ได้เป็น สว. ได้ใหม่ๆ ต้องยอมรับว่าเขาต้องดำเนินการอย่างไร เขาต้องจับกลุ่ม แล้วก็ตกลงกัน การไปประชุมที่โรงแรมพูลแมน หลังจากที่เลือก สว. แล้ว มีพยานกล่าวถึงว่าพบ นายเนวิน พบนายอนุทิน แต่มันไม่มีรายละเอียดว่าท่านไปทำอะไรกัน ซึ่งเป็นไปได้ทุกทาง"นายณรงค์กล่าว
นายณรงค์กล่าวว่า ถึงพบ แต่มันไม่ได้มีหลักฐานอะไรที่ชี้ว่าเขาได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาที่ 1 เลย เพราะฉะนั้น ที่ผมเน้นย้ำตั้งแต่แรกว่า ในแต่ละข้อกล่าวหา เราจะดูพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก เพราะฉะนั้น ในส่วนตัวผมเอง ผมไม่สามารถตอบแทน กกต. ท่านอื่นได้ แต่ผมเชื่อว่า กกต. เสียงข้างมากจะใช้ดุลพินิจ ใช้หลักเกณฑ์ในการพิจารณาชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานเช่นเดียวกัน เมื่อข้อกล่าวหาที่ 1 เรายกคำร้อง ข้อกล่าวหาที่ 2 มันต่อเนื่องกัน จึงยังฟังไม่ได้

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา