
ฉบับเต็ม! คำพิพากษาศาลฎีกา ‘ชลสิทธิ แก้วยะรัตน์’ ผู้สมัคร สส. เขต 2 จ.ภูเก็ต พรรคกล้าธรรม ปมถือหุ้นสื่อ บ.เกาะแก้ว อันดามัน ประกอบกิจการสื่อมวลชน คุณสมบัติต้องห้าม แม้หุ้นเดียว-ไม่ได้บริหาร ก็ผิด สั่งถอนชื่อ
วันที่ 21 มกราคม 2569 ศาลฎีกามีคำสั่งให้ถอนชื่อนายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดภูเก็ต ของพรรคกล้าธรรม ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดภูเก็ต เนื่องจาก คุณสมบัติต้องห้าม กรณีเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทเกาะแก้ว อันดามัน จำกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการให้บริการด้านโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ เคเบิลทีวี อินเทอร์เน็ตและสื่อสิ่งพิมพ์ ถือเป็น ผู้สมัคร สส.คนแรกที่ถูกถอนชื่ออันเนื่องจากถือครองหุ้นสื่อ
สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org นำคำพิพากษามารายงาน
@เปิดรายละเอียดคำพิพากษา
คดีหมายเลขดำที่ ลต สสข 7/2569 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สสข 7/2569 ศาลฎีกา วันที่ 21 เดือน มกราคม พุทธศักราช 2569 ความคดีเลือกตั้ง ระหว่างผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดภูเก็ต ผู้ร้องนายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้คัดค้าน
เรื่องพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯ (ขอให้ถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต)
@ถือหุ้น บริษัทเกาะแก้ว อันดามัน
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ผู้คัดค้านยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดภูเก็ต วันที่ 7 มกราคม 2569 ผู้ร้องประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ต่อมาวันที่ 8 มกราคม 2569 ผู้ร้องได้รับแจ้งจากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ตว่าผู้คัดค้านเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 เนื่องจากผู้คัดค้านเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทเกาะแก้ว อันดามัน จำกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการให้บริการด้านโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ เคเบิลทีวี อินเทอร์เน็ตและสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ผู้คัดค้านเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ถอนชื่อผู้คัดค้านออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดภูเก็ต พรรคกล้าธรรม
@อ้างถือเพียงหุ้นเดียว-ไม่เคยบริหาร
ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเคยเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทเกาะแก้ว อันดามันจำกัด เพียง 1 หุ้น จากจำนวนหุ้นทั้งหมด 10,000 หุ้น ซึ่งเป็นการถือหุ้นในสัดส่วนที่น้อยมาก ผู้คัดค้านจึงไม่มีอำนาจสั่งการครอบงำบริษัท และตลอดเวลาที่ผู้คัดค้านถือหุ้นก็ไม่เคยบริหารสั่งการหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งไม่เคยกระทำการอันเป็นโทษแก่ผู้สมัครพรรคการเมืองอื่น
ก่อนสมัครรับเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ผู้คัดค้านทำสัญญาโอนหุ้นให้แก่นายธานินทร์ ยี่ร่อสา กรรมการบริษัทดังกล่าวแล้วและต่อมาบริษัทได้ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นรับทราบเรื่องการโอนหุ้นแล้ว ผู้คัดค้านเข้าใจโดยสุจริตว่าบริษัทดำเนินการส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นแก่นายทะเบียนตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 แล้วแต่ต่อมาผู้คัดค้านทราบว่าบริษัทยื่นเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นต่อนายทะเบียนเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ผู้คัดค้านไม่เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ยกคำร้อง
@ตรวจพยานหลักฐานคู่ความ งดการไต่สวน
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจพยานหลักฐานของคู่ความทั้งสองฝ่ายที่เสนอ ต่อศาลแล้วเห็นว่า คดีไม่จำเป็นต้องไต่สวนพยานหลักฐาน จึงให้งดการไต่สวน
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดภูเก็ต สังกัด พรรคกล้าธรรม ต่อมาวันที่ 7 มกราคม 2569 ผู้ร้องประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง และวันที่ 8 มกราคม 2569 ผู้ร้องได้รับแจ้งจากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ตว่า ผู้คัดค้านมีลักษณะต้องห้ามเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากผู้คัดค้านเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทเกาะแก้ว อันดามัน จำกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการให้บริการด้านโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ เคเบิลทีวี อินเทอร์เน็ตและสื่อสิ่งพิมพ์ อันเป็นกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน
@บริษัทแจ้งเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น หลังถูก กกต.พลถือครองหุ้นสื่อ
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าผู้คัดค้านเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่
เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 บัญญัติว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร... (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ ...” และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 บัญญัติเช่นเดียวกันว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร... (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ....” ในวันสมัครรับเลือกตั้ง ผู้สมัครจึงเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ มิได้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามคำร้องเอกสารประกอบคำร้อง คำคัดค้าน เอกสารประกอบคำคัดค้าน และคำแถลงรับข้อเท็จจริงของคู่ความว่า ในวันที่ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกตั้ง ผู้คัดค้านยังมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทเกาะแก้ว อันดามัน จำกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการให้บริการด้านโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ เคเบิลทีวี อินเทอร์เน็ตและสื่อสิ่งพิมพ์ และบริษัทดังกล่าวยังดำเนินกิจการตามปกติ โดยผู้ร้องมีสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) ซึ่งคัดจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 มาแสดงเป็นหลักฐาน เอกสารดังกล่าวพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับรองในหน้าที่ต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 127 ว่า เป็นของแท้จริงและถูกต้อง ผู้คัดค้านเป็นฝ่ายที่ถูกอ้างเอกสารนั้นมายัน จึงมีหน้าที่นำสืบความ ไม่ถูกต้องแห่งเอกสารดังกล่าว
ที่ผู้คัดค้านอ้างว่า ผู้คัดค้านทำสัญญาโอนขายหุ้นให้แก่นายธานินทร์ ยี่ร่อสา ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 และต่อมาวันที่ 2 ธันวาคม 2568 บริษัทดังกล่าวจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2568 มีระเบียบวาระการประชุมเพื่อพิจารณาเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นจากผู้คัดค้านเป็นนายธานินทร์ จากนั้นบริษัททำหนังสือส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) ไปยังนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดภูเก็ตโดยมีสัญญาโอนหุ้น ใบสำคัญรับชำระเงินค่าหุ้น รายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 หนังสือส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2568 มาแสดงเป็นหลักฐานนั้น
เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1175 กำหนดว่า คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ให้ส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัทก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน แต่บริษัทดังกล่าวทำหนังสือขอเชิญประชุมเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ก่อนวันนัดประชุมเพียง 2 วัน ทั้งไม่ปรากฏว่ามีการส่งหนังสือเชิญประชุมดังกล่าวแก่ผู้ถือหุ้นหรือไม่ อย่างไร ประกอบกับภายหลังมีมติในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นตามที่ผู้คัดค้านอ้างแล้ว บริษัทไม่รีบดำเนินการส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นไปยังนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดภูเก็ตโดยเร็ว โดยได้ความจากผู้คัดค้านว่า เพิ่งมีการแจ้งข้อมูลการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นลงในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 อันเป็นระยะเวลาห่างจากวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ซึ่งอ้างว่าเป็นวันนัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 นานถึง 1 เดือนเศษ และเป็นการแจ้งข้อมูลหลังจากผู้ร้องตรวจสอบพบว่า ผู้คัดค้านเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนในวันสมัครรับเลือกตั้งและแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบแล้ว พยานหลักฐานของผู้คัดค้านจึงเป็นพิรุธและไม่มีน้ำหนักหักล้างข้อสันนิษฐานตามกฎหมายได้
@กฎหมายห้าม ถือเพียงหุ้นเดียวก็ไม่ได้ แม้ไม่มีอำนาจบริหาร
ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ในวันสมัครรับเลือกตั้งผู้คัดค้านยังเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทเกาะแก้ว อันดามัน จำกัด แม้ผู้คัดค้านถือหุ้นเพียงหุ้นเดียวและจะมีอำนาจบริหารหรือครอบงำกิจการของบริษัทหรือไม่ก็ตาม แต่บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) กำหนดห้ามผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนโดยเด็ดขาดและไม่ได้กำหนดว่าจะต้องถือหุ้นจำนวนเท่าใด ทั้งไม่ได้กำหนดว่าจะมีอำนาจบริหารหรือครอบงำกิจการของบริษัทหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ ในวันสมัครรับเลือกตั้ง ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ที่ผู้ร้องขอให้ถอนชื่อผู้คัดค้านออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดภูเก็ต ชอบด้วยกฎหมายแล้ว
จึงมีคำสั่งให้ถอนชื่อนายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้คัดค้าน ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดภูเก็ต ของพรรคกล้าธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ศาลฎีกายกคำร้องผู้สมัคร สส.ประชาธิปไตยใหม่ โดนตัดชื่อ ไม่ไปเลือกตั้งนายก อบจ.
ยกคำร้อง ผู้สมัคร สส. ภูเก็ต รวมไทยสร้างชาติ สังกัดพรรคไม่ครบ 30 วัน
คำพิพากษาฉบับเต็ม! คดีผู้สมัครฯ สส. ภูเก็ต รทสช.ขาดคุณสมบัติ - เคยอยู่‘โอกาสใหม่’

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา