
เจ้าหน้าที่บุกค้นบ้าน-คุมตัวผู้ต้องสงสัยเอี่ยวก่อเหตุบึ้่มเก๋งมาเลย์ที่ตากใบ พบนาฬิกาข้อมือกว่า 10 เรือนซุกกระสอบ ยึดไปตรวจสอบ ส่วนปั๊มน้ำมันปัตตานีเหยื่อบึ้ม 2 แห่ง ยังรอประเมินความเสียหาย คาดแต่ละแห่งไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน ด้านผู้จัดการเล่าอย่างท้อๆ โดนมาแล้วถึง 3 ครั้ง รอบนี้หนักสุด ห่วงลูกน้อง 20 ชีวิตตกงาน
เมื่อเวลา 15.40 น. วันพุธที่ 1 ก.ค.69 พ.ต.อ.ภัควัฒน์ วันสนุก ผู้กำกับการ สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส พร้อมด้วย น.อ.พรนุรัตน์ อุ่นญาติ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังร่วม 3 ฝ่าย พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ของนาวิกโยธิน และชุดสุนัขสงคราม ร่วมกันใช้กฎอัยการศึกเข้าตรวจสอบบุคคล ที่บ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านสะปอม หมู่ 8 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ ซึ่งเป็นบ้านของ นายมะรอฮีม บินแวสุหลง อายุ 40 ปี โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้นำท้องถิ่นเข้าร่วมเป็นสักขีพยานด้วย
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเหตุการณ์คนร้ายลอบจุดชนวนระเบิดที่ซุกไว้ในท่อลอดใต้ถนน เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส แต่พลาดเป้าไปถูกรถยนต์เก๋งของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย 2 คน จนได้รับบาดเจ็บ บนถนนสายสะปอม - ตากใบ ช่วงบริเวณบ้านไพรวัน หมู่ 7 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้กระบวนการทางเทคนิคหาเบาะแสของคนร้าย จนทราบว่านายมะรอฮีมน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงสนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้าน

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง ได้กระจายกำลังกันโอบล้อมบ้านเอาไว้ พร้อมใช้สุนัขสงครามดมกลิ่นเข้าตรวจสอบบริเวณรอบๆ เพื่อความปลอดภัย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัว และเจรจากับ นายมะรอฮีม เพื่อเข้าตรวจค้น โดยนายมะรอฮีมได้ให้ความร่วมมือ นำตรวจค้นบ้านแต่โดยดี
ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบนาฬิกาข้อมือ จำนวนกว่า 10 เรือน ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบสีน้ำตาล บริเวณมุมห้องนอน รวมไปถึงเครื่องมือช่าง ส่วนที่บริเวณห้องครัวเจ้าหน้าที่ตรวจพบชิ้นส่วนของท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ และกระสอบชนิดต่างๆ เป็นจำนวนมาก
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวนายมะรอฮีม เข้าสู่กระบวนการซักถาม ที่ศูนย์ซักถาม กองบังคับการกรมทหารพรานที่ 46 อ.เมือง จ.นราธิวาส เนื่องจากนายมะรอฮีม ครอบครองนาฬิกาและสิ่งของอื่นๆ เป็นจำนวนมากผิดวิสัยของคนปกติ หากตรวจสอบพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ก็พร้อมจะปล่อยตัวเป็นอิสระ
@@ 2 ปั๊ม PT ปัตตานีเหยื่อบึ้มยังรอประเมินความเสียหาย

ส่วนเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดภายในปั๊มน้ำมัน 2 แห่ง ในพื้นที่ จ.ปัตตานี ประกอบด้วย ปั๊มน้ำมัน PT ของบริษัทปิโตรเลี่ยมไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด สาขา อ.ยะหริ่ง และ ปั๊มน้ำมัน PT ของ บริษัท ซีวายแก๊ส แอนด์ ออยล์ จำกัด สาขาสายบุรี จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งในค่ำคืนเดียวกันมีการลอบวางระเบิดและเผาปั๊มน้ำมัน PT ในเขต อ.เมืองยะลาด้วยอีก 1 แห่ง
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 1 ก.ค. ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปัตตานีได้ลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์ พบว่าบรรยากาศภายในปั๊มน้ำมันทั้ง 2 แห่งยังอยู่ในสภาพเดิม ไม่มีการเคลียร์พื้นที่ จัดเก็บซากปรักหักพังหรือสิ่งของที่เสียหายแต่อย่างใด
สอบถามเจ้าของปั๊มทราบว่า ต้องรอเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทางด้านวิศวกรรมจากบริษัทแม่ และตัวแทนบริษัทประกันภัย เข้าประเมินความเสียหายให้แล้วเสร็จเสียก่อน รวมถึงว่าจ้างผู้รับเหมาเข้ามาการตีราคาในการซ่อมแซม
@@ ผู้จัดการ เผย เจอบึ้ม-เผามาแล้ว 3 ครั้ง

นายอับดุลอาซิส อาแวปูเตะ ผู้จัดการ บริษัท ซีวายแก๊ส แอนด์ ออยล์ จำกัด สาขาสายบุรี กล่าวกับ “ทีมข่าวอิศรา” ว่า พบความเสียหายที่ตัวอาคาร ตู้จ่ายน้ำมัน และตู้จ่ายแก๊สทั้งหมด ส่งผลกระทบกับพนักงานและคนงานที่ต้องตกงาน ไม่มีงานทำ ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย และคุยกับช่างรับเหมา คาดว่าจะสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ ต้องใช้เวลาประมาณ 5 เดือน
ส่วนการดูแลพนักงาน ตอนนี้ทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)ได้เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งตนกำลังพิจารณาว่าเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่เพียงพอทางบริษัทก็ต้องเข้ามาช่วยเหลือเพิ่มเติม ขณะนี้มีคนงานของปั๊มประมาณ 20 คนต้องตกงาน ส่วนทางปั๊มต้องรอผลการประเมินความเสียหาย คาดว่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
นายอับดุลอาซิส ยังบอกอีกว่า ปั๊มน้ำมันแห่งนี้เคยถูกคนร้ายก่อเหตุไม่สงบมาแล้วถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกเป็นการวางระเบิดตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย ครั้งที่ 2 เผารถบรรทุกฟางที่มาจอดพักในปั๊ม เสียหาย 2 คัน และครั้งที่ 3 วางระเบิดตู้เอทีเอ็มหน้าร้านสะดวกซื้อ โดยเหตุการณ์ 3 ครั้งที่ผ่านมาไม่ได้สร้างความเสียหายกับตัวปั๊มน้ำมัน ทำให้ยังสามารถเปิดให้บริการต่อไปได้ แต่ครั้งนี้แรงระเบิดสร้างความเสียหายกับตัวปั๊มอย่างหนัก ไม่ใช่แค่วางระเบิด แต่มีการวางเพลิงด้วย
“ถามว่าท้อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ ก็ท้อและเสียใจ แต่ก็ได้ทำใจมาตลอด หลังจากที่โดนมาหลายครั้ง ซึ่งปั๊มอื่นๆ ก็เกิดขึ้นเหมือน จึงทำใจมาบ้างแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก” นายอับดุลอาซิส กล่าวอย่างปลงๆ
ส่วนความคืบหน้าด้านคดีทางเจ้าหน้าที่ยังคงรอผลตรวจพิสูจน์หลักฐานจากวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะชิ้นส่วนวัตถุระเบิดรวมถึงตัวจุดฉนวนระเบิด ที่เป็นรีโมทคอนโทรลที่คนร้ายใช้ในการจุดฉนวนระเบิดว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบกลุ่มใดบ้าง รวมถึงการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ตามจุดต่างๆ ภายในปั๊ม และเส้นทางต่างๆ ที่คนร้ายเลือกใช้ก่อเหตุและหลบหนี
แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่พอรู้ตัวกลุ่มคนร้ายมาบ้างแล้ว เพราะเจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ก่อเหตุในพื้นที่หลายครั้ง ก่อนหน้านี้
