
ปะทะเดือดสุคิริน! เจ้าหน้าที่นำกำลังปิดล้อมบ้านผู้ต้องสงสัยเอี่ยวยิงตำรวจตากใบ ถูกกลุ่มติดอาวุธเปิดฉากยิงใส่ ต้องรัวกระสุนตอบโต้ สุดท้ายวิสามัญฯ 2 ศพ ผบช.ภ.9 มาแล้ว! ออกโรงยืนยันเอง แก๊งเดียวกับโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อ้างคุมตัวได้แล้ว 11 จาก 14 ราย บาดเจ็บ 2 เพราะวีรบุรุษสีกากียิงต่อสู้อย่างกล้าหาญ
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นรายวัน โดยเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันพุธที่ 5 ส.ค.69 หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดนราธิวาส (นปพ.ร่วม จว.น.ธ.) เข้าปฏิบัติตามแผนบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ต้องสงสัย คือ นายสะหมาน มะลี อายุ 34 ปี และ นายอับดุลมูคลีส ปูเต๊ะ อายุ 23 ปี ในพื้นที่บ้านน้ำตก หมู่ 5 ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส
ปฏิบัติการนี้สืบเนื่องจากผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และการรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขยายผลถึงผู้ต้องสงสัย 2 รายนี้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค.69 ที่คนร้ายก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ตากใบ บริเวณสวนปาล์มน้ำมัน ด้านหลังองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ไพรวัน) พื้นที่ บ้านกูบู หมู่ 6 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากใบ เสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บอีก 4 นาย

มีรายงานว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าโอบล้อมและปฏิบัติตามขั้นตอนการตรวจค้น มีกลุ่มติดอาวุธไม่ทราบจำนวสนเปิดฉากยิงใส่ก่อน เพื่อเปิดทางหนี จนเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มติดอาวุธ
ภายหลังเสียงปืนสงบลง มีรายงานว่า พบคนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย คือ
1.นายอับดุลมูคลีส ปูเต๊ะ อายุ 23 ปี มีหมายจับคดีลักทรัพย์และยาเสพติด 2 หมาย โดยผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์พบ DNA ตรงกับชิ้นส่วนอาวุธปืนที่ยึดได้ในขนำ
2.นายสะหมาน มะลี อายุ 34 ปี มีหมายจับคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นและร่วมกันลักทรัพย์ 2 หมาย
ซึ่งในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอาวุธปืนของตำรวจ สภ.ตากใบ ที่ถูกปล้นชิงไปกลับคืนมาได้ครบถ้วนทั้ง 2 กระบอก และกำลังพลฝ่ายเจ้าหน้าที่ปลอดภัยทุกนาย
@@ ผบช.ภ.9 ยันทีมยิง ตร.ตากใบ แก๊งถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี

ด้านความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายปิดล้อมกดดันกลุ่มคนร้ายที่ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากใบ เสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บ 4 นาย ภายในสวนปาล์มด้านหลัง อบต.ไพรวัน อ.ตากใบ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น
พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะปลอกกระสุนปืนเล็กกลขนาด 5.56 มม. ปลอกกระสุนขนาด 9 มม. ขนาด .32 และอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ยืนยันผลตรงกันว่า เป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส และเป็นกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน ณ จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา
“การพบตัวกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่สั่งการให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และตำรวจภูธรภาค 9 เปิดปฏิบัติการเชิงรุกกดดันกลุ่มผู้ก่อเหตุบนพื้นที่ป่าภูเขาอย่างหนัก จนคนร้ายหลบหนีลงมาซ่อนตัวในสวนปาล์ม และบังเอิญประจันหน้ากับชุดสืบสวน สภ.ตากใบ ที่สัญชาตญาณสังเกตพบความผิดปกติพอดี” ผบช.ภ.9 เล่าที่มา ก่อนขยายความต่อ
“ในเหตุการณ์ปะทะระยะประชิด ร.ต.ท.กิตติพงษ์ ศรีขำ หัวหน้าชุดสืบสวน ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงต่อสู้กับกลุ่มคนร้ายอย่างกล้าหาญ ส่งผลให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ นายอับดุลมูคลีส บาดเจ็บที่นิ้วมือขวา และ นายสะหมาน บาดเจ็บที่หลัง แขนขวา และข้อเท้า ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะพาพวกหลบหนีไปรักษาตัวในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง และ อ.จะแนะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบหลักฐานผ้าก๊อซ คราบเลือด และอุปกรณ์ปฐมพยาบาลในเส้นทางหลบหนี”
“ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้รับการแจ้งเบาะแสว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ได้รับบาดเจ็บได้หลบหนีมุ่งหน้าขึ้นสู่พื้นที่เทือกเขาสุคิริน ขณะนี้กองกำลังร่วมทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้นำกำลังเข้าปิดล้อมและปูพรมค้นหาบนเทือกเขาสุคิรินอย่างเข้มข้นเพื่อกดดันติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด ปัจจุบันเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องได้แล้ว 11 ราย จากทั้งหมด 14 ราย เข้าสู่กระบวนการซักถามขยายผล” พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ กล่าว
