
ช่วงนี้มีดราม่าเกิดขึ้นกับกำลังพลของฝ่ายตำรวจที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเริ่มรับรู้กันอย่างกว้างขวาง
นั่นก็คือการปรับลดเบี้ยเลี้ยงของตำรวจชั้นประทวนแทบทุกตำแหน่ง ทุกภารกิจ ลงเกือบ 50%
เรื่องราวเริ่มต้นจากการโพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ ในอารมณ์ “บ่นปนท้อ” ต้องทำงานเสี่ยงตาย และขวัญกำลังใจถูกลดทอน
กระแสวิจารณ์เริ่มขยายวงเมื่อมีการถ่ายทอดความยากลำบากของชีวิตกำลังพลชั้นผู้น้อย เปรียบเทียบกับข้าราชการระดับผู้หลักผู้ใหญ่ที่นั่งในห้องแอร์ ได้ผลประโยชน์จากโครงการจัดซื้อจัดจ้าง และมีการขุดเรื่อง “กำลังพลผี” ขึ้นมาตีแผ่ซ้ำอีกระลอก
เพราะพวกเขาเชื่อว่าน่าจะเป็นต้นเหตุของสถานการณ์ “งบไม่พอ” จนต้องถูกตัดในครั้งนี้
@@ เห็นตัวเลขแล้วใจหาย...เงินหายปีละ 2 หมื่น!

รายละเอียดการปรับลดเบี้ยเลี้ยงของเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวน เท่าที่มีการโพสต์ข้อความ และหนังสือสั่งการของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 สรุปได้ว่า ในตำแหน่ง นปพ. (หน่วยปฏิบัติการพิเศษ),กก.สส.ภ.จว. (กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ภูธรจังหวัด) จากอัตราเดิมคนละ 6,700 บาท/เดือนของปีงบประมาณ 2569 เหลือคนละ 5,000 บาท ในปีงบประมาณ 2570
ส่วนต่างลดลง 1,700 บาท ต่อคนต่อเดือน หรือลดลงประมาณ 25.4% คิดรวมเป็นยอดเงินทั้งปีที่หายไป 20,400 บาทต่อคน
ตำแหน่ง อก.,ป., จร., สส. (อำนวยการ, ปราบปราม, จราจร, สืบสวนสอบสวน) อัตราเบี้ยเลี้ยงชั้นประทวนเดิมของปีงบประมาณ 2569 ได้คนละ 5,860 บาท/เดือน ในปีงบประมาณ 2570 จะลดลงเหลือคนละ 4,300 บาท/เดือน
ส่วนต่างลดลง 1,560 บาท ต่อคนต่อเดือน หรือลดลงประมาณ 26.6% คิดรวมเป็นยอดเงินทั้งปีที่หายไป 18,720 บาทต่อคน
@@ เบี้ยเลี้ยงแลกเสี่ยงตาย...ไม่อยากได้ แต่มันคือพลัง!
“ทีมข่าวอิศรา” ลงพื้นที่สอบถามความจริงจากปากของตำรวจระดับปฏิบัติการในพื้นที่ปลายด้ามขวาน ได้ข้อมูลที่สะท้อนความรู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้ข้อความที่โพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์
“พื้นที่สามจังหวัดใต้เป็นพื้นที่ไม่สงบอยู่แล้ว ยากมากที่จะให้เกิดสันติสุข เพราะมีปัจจัยภัยแทรกซ้อนหลายๆ ด้านที่ผู้เกี่ยวข้องรู้ดีหรือทำหูทวนลม พวกเราผู้ปฏิบัติที่ลงพื้นที่จริง มันเสี่ยงภัยมากกว่าทำงานในห้องแอร์หลายเท่า เบี้ยเลี้ยงเป็นกำลังใจให้เกิดพลัง และนี่คือขวัญที่เราไม่ต้องการ แต่ก็ต้องเอา หน้าที่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง สำหรับเงินส่วนนี้ก็ถือว่าเป็นเกราะกำบังชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
@@ ผบช.ภ.9 “เราจะไม่ทอดทิ้งกัน”

ในขณะที่ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับบัญชาการตำรวจภาค 9 ได้ส่งสารเป็นข้อความห่วงใยถึงเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกนาย กรณีการปรับลดงบประมาณประจำปี พ.ศ.2570 ระบุตอนหนึ่งว่า...
“การปรับลดงบประมาณดังกล่าวเป็นไปตามงบประมาณที่ได้จัดสรร ซึ่งจำเป็นต้องบริหารภายใต้ข้อจำกัดอย่างเหมาะสมและคุ้มค่า โดยทุกภาคส่วนยังคงให้ความสำคัญกับภารกิจและกำลังพลผู้ปฎิบัติหน้าที่...ไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ขอให้มั่นใจว่าเราจะก้าวผ่านทุกข้อจำกัดไปด้วยกัน และจะไม่ทอดทิ้งกัน”
ลงท้าย ด้วยความห่วงใยและปรารถนาดี จากผู้บังคับบัญชาการตำรวจภาค 9
@@ ขวัญหนี หนี้เพิ่ม โจรเหิม เสี่ยงเป็นเป้า!

การตัดลดเบีั้ยเลี้ยงกำลังพล โดยเฉพาะในกลุ่มประทวนและชั้นผู้น้อย ส่งผลกระทบทันที 3 ประการ คือ
1.บั่นทอนขวัญกำลังใจ เพราะเจ้าหน้าที่เหล่านี้ต้องออกลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ หรือเผชิญหน้ากับสถานการณ์ความรุนแรง
2.ภาระหนี้สินและความกังวลใจ เพราะตำรวจชั้นประทวนส่วนใหญ่มีฐานะปานกลางถึงยากจน เงินเบี้ยเลี้ยงคือตัวช่วยพยุงค่าใช้จ่ายในครอบครัว
3.ประสิทธิภาพงานความมั่นคง เมื่อขวัญกำลังใจลดลง ความทุ่มเทย่อมลดตาม เปิดช่องโหว่ให้ฝ่ายตรงข้ามฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ได้ง่ายขึ้น
คำถามที่ทุกคนต้องการคำตอบ คือ เหตุผลของการปรับลดที่แท้จริง...คืออะไร?
@@ ถอดเอกสาร อ้างถูกหั่นงบ กระทบเบี้ยเลี้ยง
หากพิจารณาจากเอกสารกำชับแนวทางการเบิกจ่ายงบประมาณฯ จะพบว่ามีการอ้างเหตุผลเรื่องของการจัดสรรงบประมาณในส่วนของ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) ในปี 2570 ลดลงจากปีงบประมาณ 2569 ถึง 429 ล้านบาทเศษ และในจำนวนนี้เป็นรายการค่าเบี้ยเลี้ยงถึง 314 ล้านบาทเศษ จึงต้องพิจารณาปรับลดรายการค่าเบี้ยเลี้ยงของหน่วยต่างๆ
“เรื่องการลดเบี้ยเลี้ยงตำรวจน่าจะเกิดจากการที่มีการลดจำนวนอัตราการปฏิบัติราชการสนามครับ แต่ ผบช.ภาค 9 ต้องการให้คนที่ไม่มีชื่อออกสนามได้ช่วยไปทำงานสนามด้วย เพื่อลดภาระเรื่อง จนท.ไม่เพียงพอ และต้องได้รับเบี้ยเลี้ยงด้วย จึงมีความจำเป็นที่จะเฉลี่ยเบี้ยเลี้ยงให้ได้รับกันทั่วถึง แม้ว่าจำนวนเงินจะน้อยลงก็ตาม”
เนื้อหาในเอกสาร สอดคล้องกับคำชี้แจงของ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่บอกว่า เป็นการปรับงบประมาณประจำปี 2570 ของรัฐบาลที่จัดสรรงบประมาณมาให้แต่ละหน่วยงานงาน โดยสำนักงานงานตำรวจแห่งชาติก็เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ถูกปรับลดงบประมาณเช่นกัน
โฆษกตำรวจยอมรับว่า การถูกปรับลดงบประมาณส่งผลต่อขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่ง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับไปยังหัวหน้าหน่วยต่างๆ ให้บริหารจัดสรรงบประมาณที่มีอย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบต่อหน้างานที่รับผิดชอบ และไม่กระทบต่อขวัญกำลังใจ
พร้อมกันนั้นได้มอบหมายให้ รอง ผบ.ตร.ที่รับผิดชอบงานบริหาร ไปดำเนินการประสานของบกลางจากรัฐบาลมาเพิ่มเติม และสั่งให้ไปพิจารณาในภาพรวมว่าจะสามารถจัดสรรงบประมาณในส่วนอื่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ให้กระทบต่อเบี้ยเลี้ยงของข้าราชการตำรวจได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้กระทบกับหน้างานที่รับผิดชอบ และไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานเสียขวัญกำลังใจ
@@ เกลี่ยเพิ่มคน หลังโดนตัดอัตราราชการสนาม...ฟังขึ้นหรือไม่?
อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบของ “ทีมข่าวอิศรา” ทั้งข้อมูลจากส่วนกลาง และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้ข้อมูลที่แตกต่างจากคำชี้แจงของโฆษก และสารของผู้บัญชาการ
เหตุผลก็คือ “เรื่องการลดเบี้ยเลี้ยงตำรวจเกิดจากการที่มีการลดจำนวนอัตราการปฏิบัติราชการสนามลง แต่ผู้บัญชาการต้องการให้คนที่ไม่มีชื่อออกสนามได้ช่วยไปทำงานสนามด้วย เพื่อลดภาระเรื่องเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ และต้องได้รับเบี้ยเลี้ยงด้วย จึงมีความจำเป็นที่จะเฉลี่ยเบี้ยเลี้ยงให้ได้รับกันทั่วถึง แม้ว่าจำนวนเงินจะน้อยลงก็ตาม”
นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ไม่ได้มีการชี้แจงต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการจากผู้รับผิดชอบโดยตรง
ส่วนจะเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องให้กำลังพลส่วนหน้า และตำรวจชั้นผู้น้อยที่เสี่ยงตาย เสียงอันตราย...เป็นผู้ตอบ!
