
เหตุรุนแรงสารพัดรูปแบบที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ในบริบทหนึ่งถูกผูกโยงถึงการขับเคลื่อนโต๊ะพูดคุยดับไฟใต้ หรือที่เรียกภาษาทางการว่า “กระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้” ซึ่งช่วงที่ผ่านมาคาดการณ์กันว่า ใกล้จะเริ่มนับหนึ่งเต็มที
ไม่ใช่แค่ฝ่ายเราคาดการณ์ แต่ฝ่าย BRN และกลุ่มที่ต่อสู้กับรัฐ ก็คงประเมินไม่ต่างกัน
รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความจริงจังในเรื่องนี้ เพราะมีการตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยของรัฐบาล เพื่อเปิดโต๊ะสนทนากับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ นำโดยกลุ่ม BRN มาอย่างต่อเนื่อง
เป็นการแสดงความจริงจัง ทั้งตอนที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยเมื่อปลายปีที่แล้ว และเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากท่วมท้นในปีนี้
หัวหน้าคณะพูดคุย เปลี่ยนตัวจาก พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาเป็น นายธนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
แต่ยังไม่มีการตั้งคณะพูดคุยอย่างเป็นทางการ แม้นายกฯอนุทิน จะลงนามในคำสั่งตั้ง นายธนัตถ์ มาพักใหญ่ๆ แล้วก็ตาม
ข่าวแจ้งว่า “คณะพูดคุย” จะประกอบด้วยใครบ้าง ได้มอบหมายให้ สมช.จัดทีม เน้นความหลากหลายจากทุกๆ ภาคส่วน ผสมกับทีมราชการมืออาชีพ

คีย์แมนคนสำคัญของกระบวนการนี้ ในรัฐบาลนายกฯอนุทิน คือ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาคณะพูดคุยฯ ทั้งอาจจะรวมถึงคณะกรรมการอีกหลายๆ ชุดที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาไฟใต้ด้วย
ตั้งแต่เริ่มนับหนึ่งรัฐบาลอนุทิน 2 ภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่ปลายด้ามขวานก็ตั้งตารอการเปิดฉากนับหนึ่งของ “โต๊ะพูดคุยรอบใหม่” แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังมองไม่เห็นความคืบหน้าเสียที
ปักษ์แรกของเดือนมิถุนายน อาจารย์วันนอร์ เปิดเผยเรื่องนี้กับ “ทีมข่าวอิศรา” ว่า ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมจะยังไม่มีการเปิดโต๊ะประชุมเจรจาอย่างเป็นทางการ แต่จะเป็นเพียงการหารือในระดับเทคนิคเท่านั้น
“การพูดคุยกันปลายเดือนมิถุนาฯ ตามที่มีข่าว โต๊ะประชุมยังไม่เปิด ส่วนปลายเดือนกรกฎาคม จะเป็นการคุยระดับเจ้าหน้าที่ในด้านเทคนิค” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว
ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าและกรอบเวลาที่ชัดเจนจากการประสานงานกับคณะทำงานฝ่ายไทยว่า การเจรจาแบบเต็มคณะและเต็มรูปแบบ คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ของปี 2569
"การตั้งโต๊ะเจรจากันเต็มรูปแบบจริงๆ เท่าที่ผมทราบจากหัวหน้าคณะของฝ่ายไทย จะดำเนินการในประมาณเดือนกันยายน ช่วงเกือบปลายเดือนกันยายน"

นี่คือไทม์ไลน์เดิมที่ขยับจากการเริ่มพบปะของคณะทำงานด้านเทคนิคช่วยปลายเดือนมิถุนายน เป็นปลายเดือนกรกฎาคม ตามที่ อาจารย์วันนอร์ ให้ข้อมูลกับ “ทีมข่าวอิศรา” เอาไว้
ล่าสุด เมื่อเข้าสู่เดือนกรกฎาคม วันแรกของเดือน นายวันมูหะมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเป็นการทั่วไป ถึงความคืบหน้าการพูดคุยสันติสุข ในห้วงที่สถานการณ์ไฟใต้ร้อนแรงอย่างยิ่ง มีทั้งเผารถบรรทุกสิบล้อ ระเบิดปั๊ม และระเบิดรถนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย
อาจารย์วันนอร์ บอกว่า จะมีคณะกรรมการคณะย่อยพูดคุยเป็นการภายในก่อน ซึ่งเหลือการประชุมอีกประมาณ 2 ครั้ง จากนั้นจะประชุมคณะใหญ่ที่ประเทศมาเลเซีย ช่วงเดือนกันยายน หากคณะใหญ่ตกลงกันได้ อาจจะมีการลงนามร่วมกันและแถลงออกมาเป็นมติ ซึ่งทิศทางน่าจะเป็นไปด้วยดี
เมื่อถามว่าแนวโน้มการพูดคุยจะใช้ระยะเวลาเท่าไร นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ต้องรอดูผลการพูดคุยของคณะใหญ่ในเดือนกันยายนนี้ก่อน ซึ่งคาดว่าจะมีความคืบหน้าไปมากกว่าเดิมพอสมควร
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางเยือนมาเลเซียด้วย จะมีการพูดคุยเรื่องของสถานการณ์ภาคใต้ด้วยหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางเยือนมาเลเซียวันที่ 9-10 กรกฎาคม เป็นการเยือนในฐานะนายกรัฐมนตรี และสมาชิกอาเซียน แต่เรื่องความสงบเรียบร้อยของจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ อาจ จะมีการหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันด้วย แต่ไม่ได้เป็นประเด็นหลักของการเดินทางเยือนในครั้งนี้ แต่คาดว่าจะมีการขอให้มาเลเซียเร่งรัดให้เกิดความสงบอย่างยั่งยืน
ส่วนสาเหตุที่ยังมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่อย่างต่อเนื่องนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายกำลังวิเคราะห์สถานการณ์อยู่ เหตุความรุนแรงค่อนข้างจะมีความถี่ แต่ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตมีไม่มาก
ด้าน นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์วันที่ 2 กรกฎาคม ยอมรับเรื่องการเดินทางเยือนมาเลเซีย ในวันที่ 9-10 ที่จะถึงนี้ แต่ไม่ตอบคำถามว่าจะไปหารือเรื่องโต๊ะพูดคุยดับไฟใต้หรือไม่
โดยเจ้าตัวบอกเพียงว่า หัวหน้าคณะพูดคุยฯ จะเดินทางไปด้วย
นี่คือการส่งสัญญาณและกลายเป็นไทม์ไลน์ใหม่ พร้อมบอกเหตุผลทางอ้อมในการขยับการทำงานของคณะเทคนิค นั่นก็คือการให้นายกฯอนุทินไปเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดศักราชการการพูดคุยรอบใหม่อย่างจริงจัง และได้รับการยอมรับจากทั้งสองประเทศ...นั่นเอง
