
องค์กร “กอ.รมน.” หรือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ในฐานะประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ไปกล่าวในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 (กมธ.งบฯ) เสนอยุบ กอ.รมน. ด้วยเหตุผลภารกิจซ้ำซ้อน และไม่เห็นผลงานเด่นอะไรเลย นอกจากการยิง สส. ที่มีหลักฐานทั้ง “คน - ปืน - รถ” ที่เป็นของ กอ.รมน.

แต่เป็นข่าวใหญ่ได้ไม่ทันข้ามวัน ก็ถูก นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล แตะเบรก ด้วยประโยคที่ว่า “มันจะไปยุบได้อย่างไร อยู่คู่ชาติไทยมาตั้งกี่ปีแล้ว”
ถัดมาอีก 1 วัน ก็สำทับอีกครั้งว่า “ไม่มีนโยบายยุบ กอ.รมน.” และรับจะไปทำความเข้าใจกับ นายวันมูหะมัดนอร์ ประธานที่ปรึกษาของตน..ด้วยตัวเอง
“ทีมข่าวอิศรา” ตรวจสอบย้อนหลังพบว่า องค์กร กอ.รมน. ถูกโฟกัสเรื่อง “ความจำเป็นของการมีอยู่” มาโดยตลอด เพราะเป็นองค์กรลักษณะ “ประสานงาน” หรือเรียกหรูๆ ด้วยถ้อยคำสวยๆ ว่า “บูรณาการ” แต่ตัวหน่วยจริงๆ ไม่ได้มีหน้างานหรืออำนาจหน้าที่รับผิดชอบงานใดโดยตรง ทั้งยังไม่มีกำลังคนเป็นของตัวเองเหมือนกระทรวง ทบวง กรมอื่นๆ แต่ส่วนใหญ่เป็นลักษณะ “ยืมตัวมาช่วยราชการ”
โครงสร้างแบบนี้ หากมอบหมายงานให้ทำชั่วคราว หรือภารกิจเร่งด่วนเฉพาะหน้าเพื่อแก้ปัญหาระยะสั้น ก่อนส่งต่อให้หน่วยงานผู้มีอำนาจโดยตรงจัดการต่อ ย่อมถือว่าเหมาะสม
แต่หากปล่อยให้ทำงานระยะยาว จะยิ่งสะสมงบประมาณ เพิ่มงานก่อสร้าง และอัตรากำลังคน ซึ่งการใช้รูปแบบ “ยืมตัวมาช่วยราชการ” ทำให้บุคลากรเกือบทั้งหมด “สวมหมวก 2 ใบ” และ “รับค่าตอบแทน 2 ทาง” ส่งผลกระทบกับงบประมาณและโครงสร้างกำลังคน เพราะเปิดช่องให้มีการ “ส่งแต่ชื่อ ตัวไม่มา” หรือที่เรียกว่า “บัญชีผี” กินงบกันฟรีๆ ซึ่งก็เคยมีปัญหาถูกแฉมาแล้วหลายรอบ
ด้วยเหตุนี้ การเสนอยุบ กอ.รมน.จึงมีมาตลอด โดยเฉพาะในห้วง 4-5 ปีหลัง จากพรรคสีส้ม และพรรคที่มีฐานเสียงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประชาชนจำนวนไม่น้อยได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายดับไฟใต้ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
ย้อนกลับไปช่วง ปี 2566 ในการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคก้าวไกล การเสนอยุบ กอ.รมน.เป็นหนึ่งในนโยบายที่พรรคใช้ในการหาเสียง ซึ่งพรรคเห็นว่า กอ.รมน. เป็นองค์กรที่ล้าหลัง มีต่อไปก็ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไร
นโยบายของพรรคก้าวไกล ไปไกลถึงขั้นเสนอร่างกฎหมายยกเลิก พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ หรือ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจรองรับหน่วยงาน กอ.รมน.เลยทีเดียว
นอกจากพรรคก้าวไกลแล้ว ยังมีพรรคประชาชาติอีก 1 พรรคที่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน แม้จะไม่ได้เสนอตรงๆ ให้ยุบ กอ.รมน. แต่ได้เคยตั้งคำถามถึงการดำรงอยู่ของหน่วยงานอย่าง กอ.รมน. โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ รณรงค์หาเสียงโจมตี กอ.รมน.ว่าเป็น “หน่วยงานรัฐซ้อนรัฐ” โดยเฉพาะในภารกิจแก้ไขปัญหาชายแดนใต้
อย่างไรก็ดี มีการตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายว่า กอ.รมน. เป็นเสมือน “ขุมทรัพย์” หรือ “หม้อข้าว” ของกองทัพบก เพราะเป็นหน่วยกำลังหลักของ กอ.รมน. แม่ทัพภาคทั้ง 4 ภาคของกองทัพบก คือ ผอ.รมน.ภาค ทั้ง 4 ภาคโดยตำแหน่ง และ ผบ.ทบ.ยังสวมหมวกอีก 1 ใบเป็น “รอง ผอ.รมน.” ด้วย ทั้งยังมีเสนาธิการทหารบก เป็นเลขาธิการ กอ.รมน. ทำให้การจะยุบ กอ.รมน. แทบไม่มีทางเป็นไปได้เลย เพราะกองทัพน่าจะไม่ยอม
ฉะนั้น ทุกครั้งที่มีข้อเสนอให้ยุบ กอ.รมน. ก็จะถูกแตะเบรกจากรัฐบาล อย่างเช่น การเสนอร่างกฎหมายเพื่อยกเลิก พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เกิดขึ้นในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่มี นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่า นายกฯเศรษฐา ก็ไม่ลงนามรับรอง เพราะเป็นร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวด้วยการเงิน ทำให้ร่างตกไป
และยังเคยให้สัมภาษณ์ทำนองว่า “การจะยุบ กอ.รมน.ไม่ได้อยู่ในความคิดของรัฐบาลชุดนี้แม้แต่น้อย” ทั้งๆ ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ก็มีพรรคประชาชาติร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย
เหตุนี้เองจึงคาดการณ์ได้เลยว่า การเสนอยุบ กอ.รมน.ของ อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา รอบล่าสุด แม้จะอ้างความเกี่ยวโยงกับคดียิง สส.นราธิวาส ที่สุดอุกอาจ และจนป่านนี้ยังหาตัวผู้บงการไม่ได้ แต่ก็เชื่อได้เลยว่า ข้อเสนอนี้จะไม่ได้รับการตอบสนองอีกเช่นเคย
และท่าทีของนายกฯอนุทิน ก็ชัดเจนเป็นคำตอบอยู่แล้ว!
