
มีคำถามว่า “คดีฮั้ว สว.” ที่กระแสสังคมกดดัน กกต.อย่างหนัก สุดท้ายปลายทางมีใครต้องสังเวยบ้าง และเป็นเปอร์เซ็นต์สักเท่าไร
“ทีมข่าวอิศรา” ไล่เรียงเป็นตุ๊กตามาให้ดูกันเล่นๆ
- สว.ตัวจริงทั้งหมด แกนนำรัฐบาล และแกนนำพรรคทั้งหมด => โอกาสน้อยมาก อาจเป็น 0
- สว.ตัวจริงบางส่วน เครือข่ายการเมืองระดับจังหวัด ผู้สมัคร สว.กลุ่มพลีชีพ => โอกาสปานกลางถึงสูง
- พรรคภูมิใจไทย => โอกาสน้อยมาก อาจเป็น 0
- พรรคการเมืองอื่น => โอกาสสูงมาก
- กกต. หรือ อนุฯ 36 => โอกาสปานกลางถึงสูง หากยกคำร้องแบบยกเข่ง แต่น้ำหนักถ้าจะโดนฟ้อง จะโดนที่ กกต.ใหญ่ 7 คนมากกว่า
สงสัยหรือไม่ว่า เหตุใดจึงมีชื่อ “พรรคการเมืองอื่น” เกี่ยวข้องในลักษณะ “อาจโดนหางเลข” จากปม ฮั้ว สว.ด้วย
ข่าวที่ได้รับมา ตอนนี้มี 2 พรรคที่มีความเสี่ยง...อาจจะโดน!
พรรคแรก คือ พรรคประชาชน เพราะต้องไม่ลืมว่า ผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว สว. จริงๆ แล้วมี 400 กว่าราย อาจมีผู้สมัครจาก “ค่ายสีส้ม” ซึ่งรณรงค์กันในช่วงก่อนเลือก สว. โดยใช้คำว่า “สว.ประชาชน” โดนด้วยก็ได้ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม
แนวโน้มจะคล้ายๆ กับกรณีที่จู่ๆ กกต.ก็ตามสอยผู้สมัคร สว.ที่ไม่มีสิทธิสมัคร แต่ยังดันทุรังสมัคร จำนวนกว่า 1,767 ราย หลังจากเลือก สว.ผ่านมานานกว่า 2 ปีแล้ว
พรรคที่ 2 คือ พรรคประชาชาติ สาเหตุเพราะอะไร นับว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะพรรคการเมืองนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับขบวนการฮั้ว สว.แม้แต่น้อย แต่มีบทบาทโดดเด่นที่สุดในการตรวจสอบขบวนการนี้อย่างเข้มข้น
@@ ภูมิใจไทยฮึดสู้ - ประชาชาติโดนหางเลข!
จะว่าไปแล้ว หากเอ่ยถึงพรรคการเมืองที่โดนผลกระทบเต็มๆ จากคดีฮั้ว สว. ย่อมหนีไม่พ้น “พรรคภูมิใจไทย” เพราะเป็นพรรคที่ถูกกล่าวหาโดยตรง และคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน (ส่วนกลาง) คณะที่ 26 เสนอ กกต.ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคด้วย
แต่ในทางการเมือง พรรคภูมิใจไทยปักหลักสู้ แถมมีโต้กลับ โดยลูกพรรครวมตัวกัน สามัคคีขึ้นกว่าเดิม แถมปัจจุบันยังมีอำนาจรัฐปกป้อง เชื่อว่าน่าจะรอดจากแผ่นดินไหว “ฮั้ว สว.” ไปได้ แม้จะทุลักทุเลก็ตาม
ส่วนพรรคที่โดนหางเลขอย่างไม่น่าเชื่อ คือ พรรคประชาชาติ ที่มี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นหัวหน้าพรรค เพราะปัจจุบันสภาพพรรคใกล้แตก ลูกพรรคแยกเป็น 2 สาย
@@ คลื่นใต้น้ำในพรรค ทางวิบาก “ประชาชาติ”
อย่างไรก็ดี พรรคประชาชาติเผชิญกับ “ทางวิบาก” มาระยะหนึ่งแล้ว กล่าวคือ
1. ภาพของพรรค เป็นพรรคของพี่น้องมุสลิมชายแดนใต้ เรียกว่า “มลายูมุสลิม” แต่กลับมีหัวหน้าพรรคเป็นคนพุทธ คือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตเลขาธิการ ศอ.บต.
ที่ผ่านมาจึงมีคลื่นใต้น้ำจาก สส.บางปีกในพรรค กดดันให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคมาตลอด เพราะหัวหน้าพรรคคนแรกของประชาชาติ แท้จริงแล้วคือ อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา บ้านใหญ่ยะลา และเป็นมลายูมุสลิมแท้ๆ เคยดำรงตำแหน่งทั้งประธานรัฐสภา และรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่หลายกระทรวง
2. พัฒนาการผลการเลือกตั้งของพรรคประชาชาติ เจอหน้าผาคะแนน ไม่ต่างจาก ฮั้ว สว. กล่าวคือ
- เลือกตั้งปี 62 ได้ สส. 7 คน ทำหน้าที่ฝ่ายค้านยาว 4 ปี
- เลือกตั้ง ปี 66 ได้ สส. 9 คน เข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ได้ตำแหน่งประธานสภา กับ รมว.ยุติธรรม
- แต่ปี 69 เหลือ สส. 5 คน ในจำนวนนี้ เป็น สส.เขตแค่ 4 คนเท่านั้น
- เสียแชมป์ สส.ชายแดนใต้ให้พรรคภูมิใจไทย (5 ที่นั่ง) และได้ สส.เขตเท่าพรรคกล้าธรรม (4 ที่นั่ง) ทั้งๆ ที่เป็นพรรคน้องใหม่
เหตุนี้จึงมีกระแสให้เปลี่ยนหัวหน้าพรรคหนักขึ้น โดยให้ดึง อ.วันนอร์ กลับมา
@@ 3 จุดแตกหัก สู่บทสุดท้ายพรรคร้าว!?!
จากปัญหาคลื่นใต้น้ำภายในพรรคที่มีมาตลอด พัฒนาเป็น “จุดแตกหัก” ของพรรคประชาชาติในวันนี้ และสะสมมาถึง 3 จุด 3 ปม 3 ปัญหา ได้แก่
- จุดแตกหักที่ 1 พรรคตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทย
นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ตั้ง อ.วันนอร์ เป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี แสดงความเคารพนับถือ และให้บทบาท ให้งานสำคัญกับ อ.วันนอร์ จริงๆ เท่ากับเพิ่มบทบาท อ.วันนอร์ แต่ไม่มีบทบาทให้หัวหน้าพรรคอย่าง พ.ต.อ.ทวี
อีกด้านหนึ่งก็มีข่าว “ผู้มีบารมีพรรคสีน้ำเงิน” สั่งตรงจากนอกพรรค ไปที่แกนนำพรรคบางคน เท่ากับ “รีโมทจากนอกพรรคได้” ยึดอำนาจพรรคแทบจะเบ็ดเสร็จ
ผลก็คือโดดเดี่ยว พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เพราะ สส.เขตจำนวน 3 ใน 4 คน คือ สส.ยะลา ขึ้นกับบ้านใหญ่ อ.วันนอร์ โดยมี ซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรค เป็นหัวหอก และเป็น 1 ใน 3 สส.ยะลาด้วย
- จุดแตกหักที่ 2 คดียิง สส.กมลศักดิ์
พ.ต.อ.ทวี รุกฆาตทั้งฝ่ายความมั่นคงและรัฐบาล ไม่ยอมหยุด แม้จะมีการพยายามขอร้องให้ อ.วันนอร์ มาเคลียร์ปัญหา
มีข่าวล่าสุดว่า พ.ต.อ.ทวี เตรียมเปิดหลักฐานใหม่ คดียิง สส.กมลศักดิ์ โยงถึง “สส.รัฐบาล” แนวโน้มจะเป็น “สีน้ำเงิน”
จากเรื่องนี้ ทำให้ สส.พรรคแยก 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งไม่อยากเคลื่อนไหวแรง เพราะเกรงใจสถานะพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนอีกฝ่ายกดดันต่อ ทั้ง สส.กมลศักดิ์ และ พ.ต.อ.ทวี
- จุดแตกหักที่ 3 คดีฮั้ว สว.
มีการขอร้องผ่านแกนนำพรรค และ อ.วันนอร์ ให้ “เบาๆ หน่อย”
แต่ พ.ต.อ.ทวี ประกาศ ไม่ยอมก้มหัวให้ฮั้ว สว.
- จุดแตกหักสุดท้าย?
โดยพฤตินัย อ.วันนอร์ กับ 3 สส.ยะลา (ยกจังหวัด) สนับสนุนภูมิใจไทยไปแล้ว ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล
โดยพฤตินัย สาย พ.ต.อ.ทวี เหลือแค่ สส.กมลศักดิ์ กับตัว พ.ต.อ.ทวี เอง
โดยนิตินัย อาจมีการย้ายซบภูมิใจไทยของกลุ่ม สส.ยะลา เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
ฝ่าย พ.ต.อ.ทวี อาจทำพรรคต่อในนาม “ประชาชาติ”
ฝั่งภูมิใจไทยมีแต่ได้กับได้ เพราะถือว่าแจ้งเกิดแล้วที่ชายแดนใต้ สถานะปัจจุบันคือได้แชมป์ สส.ชายแดนใต้ แม้ไม่มี สส.ยะลาเลย แต่พรรคมี สส.ปัตตานี 4 จาก 5 คน และ มี สส.นราธิวาส 1 คน
ถ้าการเลือกตั้งหนหน้า พรรคยังรักษาผลงานครั้งนี้ได้ แล้วสามารถปักธงยะลายกจังหวัด จากกลุ่ม อ.วันนอร์ ก็แทบจะครองชายแดนใต้พรรคเดียว
นี่คือวิบากกรรมของพรรคประชาชาติ ว่าจะก้าวผ่านทางแยกทางการเมืองครั้งสำคัญไปได้หรือไม่
@@ “ซูการ์โน” แจงไม่มีอะไร “ยังเป็นพรรคร่วมฯ”
งานนี้ไม่ใช่แค่ข่าวลือ เพราะในงานไว้อาลัย “ดาโต๊ะ นิเดร์ วาบา” ปราชญ์ด้านการศึกษาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม และ ดาโต๊ะ นิเดร์ คือ อดีตที่ปรึกษานายกฯ สุรยุทธ์ จุลานนท์ รวมทั้งเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนสายบุรีอิสลามวิทยา ได้สั่งเสียกับ พ.ต.อ.ทวี ไว้ก่อนเสียชีวิตว่า “อย่าทิ้งพรรคประชาชาติ”
สัญญาณนี้เท่ากับเปิดหน้ารบกันเลยทีเดียว หาก สส.สายบ้านใหญ่ อ.วันนอร์ ยกพลออกจากพรรคไปจริงๆ
“ทีมข่าวอิศรา” ต่อสายขอสัมภาษณ์ ซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ เกี่ยวกับข่าวที่ออกมา เจ้าตัวบอกว่า “ไม่มีอะไร” และว่า “ตอนนี้กำลังประชุมพรรคอยู่” แต่ก็บอกว่า “พรรคยังคงเป็นพรรคร่วมรัฐบาล” จากนั้นก็วางสายไป
คำตอบของ เลขาฯซูการ์โน บอกอะไรบ้าง เป็นปริศนาที่ต้องคลี่คลายต่อไป...
