
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ห้วงนี้ ตกอยู่ในภาวะ “เงียบงัน” แต่ไม่ได้ “สันติสุข”
เงียบ...แต่ไม่น่าไว้วางใจ
เงียบ...เหมือนรออะไรบางอย่าง
เงียบ...เพราะเป็นช่วงสุญญากาศ
ทุกข้อสังเกตล้วนไม่มีข้อไหนผิด โดยเฉพาะ “สุญญากาศอำนาจและการบริหาร” โดยเฉพาะกับ 2 หน่วยงานหัวหอกในระดับพื้นที่
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า - เนื่องจากแม่ทัพภาคที่ 4 เตรียมจะย้าย แม่ทัพคนใหม่ยังไม่รับหน้าที่ ช่วงนี้จึงเหมือนสุญญากาศ
ศอ.บต. - เลขาธิการคนเก่าย้ายไปพักใหญ่แล้ว เลขาธิการคนใหม่ยังไม่มี มีแต่ “รักษาการ” แม้จะพยายามทำงานเต็มกำลัง แต่ก็ยังไม่ใช่ตัวจริง
แหล่งข่าวระดับเจ้าหน้าที่ใน ศอ.บต. เล่าว่า การทำงานในหน่วยงานตอนนี้เหมือนจะเป็นไปตามปกติ แต่เมื่อเลขาฯ ตัวจริงยังไม่มี ทุกคนจึงทำงานเฉพาะหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ และรอคำสั่งเท่านั้น

ด้าน น.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ นายกสมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สะท้อนมุมมองว่า ปัญหาขณะนี้คืองานพัฒนาและการศึกษาที่ ศอ.บต. รับผิดชอบ ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะมาเป็นเลขาธิการ และจะขับเคลื่อนงานไปด้านไหน แม้จะมีภาพของบุคคลบางคนปรากฏออกมา แต่ก็ยังไม่ชัดเจนจากฝั่งการเมือง (พรรคภูมิใจไทย) ว่ามีตัวเลือกอื่นอีกหรือไม่ จึงกลายเป็นช่องว่างสำหรับข้าราชการและทิศทางในการบริหารงาน
ส่วนตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 แม้จะชัดเจนแล้ว แต่ช่วงครึ่งเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ ถือเป็นช่วงของการเฝ้ามองทิศทางของรัฐบาลมากกว่าว่าจะมีนโยบายอย่างไรต่อพื้นที่ โดยดูจากการคัดเลือกตัวบุคคล
ปัญหาคือนโยบายไม่ชัดเจน หากรัฐประกาศชัด เชื่อว่ากลุ่มขบวนการอย่าง BRN, PULO หรือ BIPP ก็จะแสดงเจตจำนงของตนอีกครั้ง
น.ส.อัญชนา ยังวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ความรุนแรงที่ลดลงอย่างมากในระยะนี้ว่า เป็นผลมาจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา (เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดในวงกว้างถึง 27 อำเภอ มากกว่า 107 จุด) ทำให้ทั้งฝ่ายความมั่นคงไทยและขบวนการ BRN ต่างอยู่ในภาวะ “บอบช้ำ”
ฝ่ายรัฐไทยสูญเสียความเชื่อมั่นจากประชาชนอย่างมาก ขณะที่ BRN แม้จะได้แสดงศักยภาพ แต่ก็แลกมาด้วยความไม่พอใจของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงผลกระทบจากการปราบปรามของเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจกระทบต่อประชาชนหรือมวลชนของ BRN เอง

ขณะที่ นายรักชาติ สุวรรณ อดีตประธานเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้อยู่ในช่วงรอยต่อของทั้งสองหน่วยงานหลัก ทั้งในเชิงตำแหน่งและเชิงปฏิบัติ
อย่างไรก็ตาม ศอ.บต. โดยรักษาการเลขาธิการฯ และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ทำงานร่วมกับฝ่ายพลเรือนและภาคประชาสังคม ก็ยังคงขับเคลื่อนภารกิจในพื้นที่อยู่ ไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่อะไร เพียงแต่อาจจะเคลื่อนงานได้ไม่เต็มที่เท่านั้น
ส่วนปัจจัยที่อาจเป็นตัวเร่งสถานการณ์ นายรักชาติ มองว่า ต้องรอดูความคืบหน้าของกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ ซึ่งมีการส่งสัญญาณจากหลายฝ่าย ทั้งคณะพูดคุยฝ่ายไทย, BRN, มารา ปาตานี และ PULO รวมถึงต้องจับตานโยบายของแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ด้วย
“ทราบมาว่าแม่ทัพคนใหม่ปฏิบัติงานในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ถ้าท่านเข้าใจบริบทของคนในพื้นที่ ก็อาจจะมีแนวทางที่ดี ในส่วนของ BRN ประเด็นหลักคงเป็นเรื่องรูปแบบการปกครองและการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ ซึ่งทั้งรัฐไทยและ BRN คงต้องใช้เวลาพูดคุยกันอีกระยะ”
นอกจากนี้ นายรักชาติ ยังกล่าวถึงข้อเสนอจากกลุ่ม PULO และ มารา ปาตานี ที่ต้องการให้มีการ “Reset” กระบวนการพูดคุยใหม่ว่า โดยส่วนตัวมองว่าไม่จำเป็นต้องรื้อใหม่ ทำใหม่ทั้งกระบวนการ แต่ควรพิจารณาปรับเปลี่ยนบางขั้นตอน เช่น แผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างสันติสุขแบบองค์รวม หรือ JCPP น่าจะคุยกันให้ตกผลึกว่ายังจำเป็นต้องมีอยู่หรือไม่
“ประเด็นสำคัญคือทั้ง PULO และ มารา ปาตานี มีเจตจำนงชัดเจนว่าต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพูดคุย ซึ่งรัฐไทยเองก็มีความคิดเห็นตรงกันว่าทุกกลุ่มต้องมีการพูดคุย แต่รูปแบบจะเป็นอย่างไร จะเป็นการคุยทีละกลุ่ม หรือให้ทุกกลุ่มมารวมกัน เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป” นายรักชาติ ระบุ
