แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมผู้การนราธิวาส แถลงความคืบหน้าคดียิงถล่ม “สส.กมลศักดิ์” ยืนยันจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 1 เหลือ “อดีตเรือเอก” คนเดียวที่ยังตามตัวไม่ได้ ยืนยันเป็นการกระทำผิดส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหน่วยงาน ลั่น “นาวาเอก” ให้ยืมรถ กอ.รมน. ต้องรับผิดทั้งแพ่ง อาญา และวินัย แจงใช้กฎอัยการศึกคุมตัวไม่ต่างชาวบ้าน
มีข่าวจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดียิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ แห่งพรรคประชาชาติ สามารถควบคุมตัวบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคดีได้เพิ่มอีกอย่างน้อย 1 ราย
ความเคลื่อนไหวของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ อดีต รมว.ยุติธรรม ในยามนี้ ถูกจับตาแทบทุกฝีก้าว
ยังคงวิจารณ์กันไม่จบ ตั้งแต่นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล เซ็นคำสั่ง “แบ่งงานรองนายกฯ” ตามมาด้วยการแบ่งงานตามกลุ่มภารกิจ หรือ “คลัสเตอร์” ตามที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา
ไม่ใช่ข่าวดี! กรณี ครม.มีมติถอด “สุไหงโก-ลก” ออกจากพื้นที่กระทบความมั่นคง เหลือ 19 อำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสงขลา ที่ยังใช้ “พ.ร.บ.ความมั่นคง” บริหารจัดการพื้นที่อยู่ เพราะแท้ที่จริงแล้วเป็นการยกระดับ “เมืองโก-ลก” กลับมาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯแทน หลังจากเลิกไปตั้งแต่ปี 61 หรือเมื่อ 8 ปีก่อน
คดียิง สส.กมลศักดิ์ แห่งนราธิวาส เป็นคดีใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจ กระทั่งกลบกระแสของอีกคดีหนึ่งไป ทั้งๆ ที่น่าตระหนกไม่แพ้กัน
ตะลึง! เหตุยิงถล่มปลัดอำเภอจะแนะ พบปลอกกระสุน 94 ปลอก ยิงจากปืน 4 กระบอก เคยถูกใช้ก่อคดีความมั่นคงอื่นๆในพื้นที่มาแล้ว 15 เคส
“นโยบายดับไฟใต้” เป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นอภิปรายในการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย.69
การแบ่งงานและความรับผิดชอบหน่วยงานสำคัญด้านความมั่นคงออกเป็น 2 ส่วน ทำให้เกิดความลักลั่นและสับสนให้กับผู้ที่สนใจและเกาะติดงานด้านนี้
มีความคืบหน้าและข้อมูลที่สำคัญอย่างยิ่งเกี่ยวกับคดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ โดยเฉพาะการตรวจสอบและสอบสวน “การให้ยืมรถของ กอ.รมน.” ซึ่งเป็น “รถใช้ในราชการ” ให้กับบุคคลภายนอก และรถถูกใช้เป็นพาหนะของคนร้ายไปก่อคดีอุกฉกรรจ์