เปิดผลตรวจปลอกกระสุน เหตุยิงถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี ดับ 5 ทหารพราน ถูกยิงจากปืน 14 กระบอก แฉมี 1 กระบอกเคยใช้ก่อเหตุยิงปลัดอำเภอจะแนะดับพร้อมหญิงสาวใกล้ชิดเมื่อไม่นานมานี้ ตำรวจขออนุมัติศาลออกหมายจับเพิ่มอีก 1 ด้านผู้ว่านราฯ สั่งปลัดอำเภอเป็นหัวหน้า ชคต.คุมพื้นที่
“สร้างโรงงานมา 31 ปี จะปิดตัวลงได้อย่างไร... ยอมอยู่ในความเสี่ยง แค่ปรับกิจการให้เล็กลง”
การลงพื้นที่เกิดเหตุด้วยตนเองของกลุ่มนายทหาร ตท.26 ซึ่งคุมงานความมั่นคงฝั่งกองทัพแบบเบ็ดเสร็จ นำมาสู่ปฏิบัติการไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุยิงถล่มทหารพรานเสียชีวิตคาจุดตรวจบูเก๊ะซามี ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ถึง 5 นาย อย่างดุเดือดเข้มข้น
ในขณะที่รัฐไทยยัง “มึนๆ” กับสถานการณ์ไฟใต้ และสับสนอลหม่านว่าจะแก้ไขปัญหากันแบบไหนดี
ปัญหาของ “ทิศทางดับไฟใต้” หลังเกิดเหตุรุนแรงขนาดใหญ่ “โจมตีจุดตรวจดับ 5 ทหารพราน” ม่ได้มีเฉพาะความสับสนของผู้รับผิดชอบงานความมั่นคงที่พูดสวนทางกันเท่านั้น
ท่ามกลางไฟความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ที่โหมกระพือขึ้นมาอีกระลอก... แม้จะเกิดขึ้นซ้ำๆ มาเป็นระยะเวลานานกว่า 22 ปีแล้ว
ในห้วงที่สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาร้อนแรง ฝุ่นตลบอีกรอบ จากเหตุการณ์ร้ายขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นถี่ๆ
ท่าทีของ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปลี่ยนแปลงรายวัน ล่าสุด 25 ก.ค.69 ประกาศล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นายว่า “จะต้องล่าตัวมาให้ได้ ไม่ว่าจะจับกุมในสภาพที่มีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม”
ถือเป็นกิจกรรมประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่ง เมื่อคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร เข้าไปตรวจสอบและสังเกตการณ์สถานที่ทำลายยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือ ในรูปแบบของการ “ตรวจสอบ” เพื่อไขความกระจ่างในคดีสำคัญ ไม่ใช่การ “เยี่ยมชม” หรือ “ดูงาน”
จากปฏิบัติการสุดอุกอาจของคนร้ายชุดดำ อาวุธครบมือ ที่บุกโจมตีจุดตรวจ “บูเก๊ะซามี” ใน ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้กำลังพลของทหารพรานเสียชีวิตถึง 5 นายในคราวเดียว ปรากฏว่า ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้บินด่วนลงพื้นที่หลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน