
“...ชีวิตผมผ่านอะไรมาเยอะ ถ้าผมทำผิดกฎหมายก็จะเห็นว่าเงินเข้าในระบบของผมผิดกฎหมายอย่างไร แต่ตรงกันข้าม เงินเข้าบัญชีผม คือ เงินถูกต้อง ส่วนใหญ่ ตอนสมัยปฏิวัติปี 57 ผมถูกตรวจสอบการเสียภาษี เหมือนจะโดนคดีเสียภาษี ผมสำแดงรายได้ส่วนใหญ่มาจากการค้าสลาก การค้าที่ดิน การทำตลาด การทำรถเมล์ เสียภาษีหมด ไม่มีธุรกิจไหนที่เป็นธุรกิจสีเทา ผมไม่ทำอาชีพ หนึ่ง คือ เปิดบ่อนการพนัน ค้าประเวณี เลี่ยงภาษี ไม่มี...”
'ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า' ประธานที่ปรึกษาและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการ 'เลือกตั้ง 8 ก.พ.69' รวมถึงเปิดใจกรณีการฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาททำไมต้องไปถึงจังหวัดพะเยา-นราธิวาส และอัปเดตความสัมพันธ์กับ 'เบน สมิธ' ตลอดจนการแก้ข้อกล่าวหาภาพลักษณ์ที่ถูกมองว่า 'สีเทา'

@ เหตุผลต้องไปฟ้องที่จังหวัดพะเยา นราธิวาส
ทีมงานกฎหมายผมอยู่นั่น อย่างน้อยคุณก็ไปใช้ตังค์ที่พะเยาหน่อย
@ กลั่นแกล้ง-ฟ้องปิดปาก
“ผมไม่เคยฟ้องปิดปาก ถ้าเป็นลูกหลานเยาวชน ท้ายสุดก็เรียกมาตักเตือน ผมก็ถอนฟ้องทุกราย ส่วนใหญ่ พอโดนคดี ลูกหลานก็จะมา ถ้ากลับพะเยาก็จะมาหาที่บ้าน บางคนออกมาจากอีสาน พ่อแม่พามา เราก็สอนเขา ลูกหลาน ถอนฟ้องให้หมด”
@ ไม่คิดเอาเป็นเอาตาย
ไม่มี แต่คนบางคนต้องสอน
วัตถุประสงค์การฟ้องมีหลายอย่าง ประเด็นสำคัญเราต้องการที่จะสแกนดูว่า เป็นอวตารหรือว่าเป็นคนจริงๆ ที่เล่นเรา เพจแต่ละเพจ และคอมเมนต์ทั้งหลายอยากรู้ว่า มันเป็นที่น่าสงสัยเวลาคอมเมนต์ แป้ง ๆๆๆๆ มันเป็นคอมเมนต์เดียว
พอเราสแกนเสร็จ ขอความร่วมมือจากตำรวจไซเบอร์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นอวตาร 600 กว่าคดี เป็นอวตาร 400 กว่า
@ จำนวนทีมงานกฎหมายทั้งหมด
เราจะมีทีมงานกฎหมายคอยเอ็กซเรย์ คอยส่งข้อมูลถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทีมงานกฎหมายที่กรุงเทพฯ ใช้ทนาย 30 คน พะเยาประมาณ 10 กว่าคน นราธิวาสประมาณ 5 คน มีเซ็นเตอร์หลักอยู่ที่กรุงเทพฯ
เวลาจะหาข้อมูล สมมุติว่าต้องการรู้อะไรในไซเบอร์ สมมุติว่าอวตารนี้อยู่ที่ไหนก็ให้เข้าไปเล่นกับเขา คอยจับผิด ว่าอยู่ตรงไหนแน่ ตั้งอยู่ตรงไหน ซึ่งที่มาคอมเมนต์ ที่มาทำ Tik Tok โดยใช้อวตาร ถึงรู้ว่า ไม่ใช่มนุษย์
“พอเรารู้ ส่วนใหญ่ ถ้าเป็นอวตาร เราเข้าไปรีพอร์ตเยอะๆ มันก็ปิดไปโดยปริยาย 100 รีพอร์ตก็ปิดแล้ว เรามีทีมงานทำ แต่ถ้าเป็นคอมเมนต์ที่เป็นอวตาร เราพยายามจะรู้ว่าเซ็นเตอร์อยู่ตรงไหน เพราะกลุ่มคนตรงนี้ต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง จะให้ไซเบอร์ไปตามตลบ ให้ตำรวจไปตามตลบ”
@ เป็นกลุ่มเดียวกัน
เข้าใจว่าน่าจะเป็น War Room ในการคอมเม้นต์ แล้วก็ใช้คีย์บอร์ดไม่กี่อัน เป็นเครือข่าย ตามที่ได้โครงสร้างมาแล้ว
@ อยู่ในประเทศ หรือต่างประเทศ
ในประเทศก็มี ต่างประเทศก็มี ส่วนใหญ่ในประเทศจะอยู่ตามตึกต่างๆ เปิด War Room แล้วก็คีย์บอร์ดเข้าไป
@ พุ่งเป้า ร.อ.ธรรมนัสคนเดียว
ไม่รู้กลัวอะไรกัน
“สมมุติว่าเป็นนักการเมืองตัวเป็นๆ ตัวจี๊ดๆ ในเมื่อเขากล้าพูด ก็ต้องกล้ารับสิ ใช่ไหม ในเมื่อคุณเปิดศึกกับผมแล้ว ผมไม่ได้ไปทำอะไรคุณเลยนะ ถ้าคุณพูดในสิ่งที่ผมทำงานผิดพลาด ผมจะไม่ว่าเลยนะ เราก็เอาสิ่งเหล่านั้นมาแก้ไข ก็ชอบ แต่คุณไปพูดแล้วพูดอีก พูดแต่เรื่องเก่าๆ เดี๋ยวก็แป้ง เดี๋ยวก็เทา อยู่อย่างนี้ ไม่มีเหตุไม่มีผลเลย อันนี้ก็ต้องเรียกมาคุยหน่อย ก็เล่นคดี”
@ อวตาร บอต หรือ ตัวเป็นๆ อะไรคือแรงจูงใจ
ผมว่ามันมาจากเรื่องการเมืองนะ ไม่ใช่มาจากเรื่องอื่น
ในพื้นที่บางพื้นที่ต้องยอมรับว่า ‘เขียว’ (พรรคกล้าธรรม) กำลังไปแทรกสีนั้นสีนี้ มันก็เกิดความพยายามจะโจมตีเรา เช่น จังหวัด 3 สมุทร (สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม) เป็นพื้นที่ของเขา ล่าสุดในการเลือกตั้งนายก อบจ. ที่สมุทรสงคราม เราชนะ ก็เป็นเป้า
ภาคเหนือตอนบน การเลือกตั้ง 66 เขาชนะมาเยอะ แต่ตอนนี้ในสมการกลับกลายมีสีเขียวเข้าไปแทรกเกือบทุกจังหวัด มันก็เป็นเรื่องปกติ
@ วันที่มีรูปถ่ายกับเบน สมิธ เซ็นเอ็มโอยูกับกระทรวงดีอี ร.อ.ธรรมนัส ไปในฐานะอะไร
ไม่ได้เกี่ยวกับผมเลย วันนั้นผมไปประชุมกับพี่ประเสริฐ (ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดีอี ในขณะนั้น) เรื่อง Cloud Data ของภาคการเกษตร ที่เราไปแถลงข่าวเปิดตัวมาแล้ว เป็นการเซ็นเอ็มโอยูระหว่างกระทรวงดีอี กับ กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งผมเป็นคนลงนาม คนละเรื่องกันเลย
“วันนั้นพี่เสริฐนัดคน 3 กลุ่มเข้าไป กลุ่มนั้นก็คือกลุ่มผมกับอาจารย์แหม่ม (นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทยในขณะนั้น) ไปคุย Cloud Data ดีอีจะเอาข้อมูลทั้งหมด อย่างกระทรวงเกษตรฯ จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ทั้งหมดไปอยู่ใน Cloud ดีอีเป็นเซนเตอร์ใหญ่ ซึ่งวันนั้นเอาทีมงานกระทรวงเกษตรฯไปคุยรายละเอียด เขาเรียกให้ไปถ่ายรูปกันหน่อย เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก”
@ หลังจาก เบน สมิธ ออกนอกประเทศ
ไม่ได้คุย ผมไม่ได้สนิทขนาดนั้น ผมรู้จักคุณเบน สมิธ ตอนมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรรวงเกษตรฯ สมัยนายกฯ เศรษฐา แล้ว ไม่ได้รู้จักก่อนหน้านั้น
แวดวงนักธุรกิจนะ ที่ทำมาหากินอยู่ในประเทศไทย กลุ่มชนชั้นนำ ชั้นอีลีท (Elite) เขารู้จัก เขาคบกับกลุ่มนี้มา เขาอยู่ประเทศไทยเกินครึ่งหนึ่งชีวิตเขา เขาก็รู้จักนักธุรกิจใหญ่โต ผมว่าบริษัทใหญ่ๆ โตๆ มีบริษัทไหนไม่รู้จักเขาบ้าง กลุ่มทุนทั้งหลายมีบริษัทไหนที่ไม่รู้จักเขาบ้าง ผมก็รู้จักเขาในฐานะเป็น FA (Financial Advisor) ที่พยายามชวนกลุ่มโน้นกลุ่มนี้มาลงทุนบ้านเรา เขาเคย เป็น FA เป็นที่ปรึกษาด้านการเงินอยู่ที่ดูไบ เมื่อ V1 เขากลับมา เขาก็มาใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่บ้านเรา
@ ชวนมาลงทุนเกี่ยวกับอะไร
ผมก็เห็นไปลงทุนอะไรเยอะแยะหมด แม้กระทั่งบริษัทหลายบริษัทก็ไปลงทุน ถามว่า คนที่ไปชวนนักธุรกิจมาลงทุนบ้านเรามันผิดเหรอ
@ อาจเป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์
ตอนแรกก็พยายามโจมตีเขาว่า สหรัฐอเมริกาขึ้น Blacklist (บัญชีดำ) ท้ายสุดสหรัฐอเมริกาก็ไม่ได้มีบัญชีเขาเลย คือ คำตอบ แต่บ้านเราความซวยของเขา ไปเกี่ยวข้องกับเขมรน่ะ แต่ถามว่า พวกนี้เป็นสแกมเมอร์ไหม ผมไม่รู้ ต้องปล่อยเขาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
“ถามว่า ความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างเขา (เบน สมิธ) กับผม ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้ง แต่ว่ากับคนอื่น ลึกซึ้งมากกว่านี้ แต่ว่ามันไม่เป็นข่าว”
@ ย้อนกลับไปได้ ยังจะคบกับ เบน สมิธ
เราคบคน หนึ่ง เราไม่ไปรังแกใคร เราไม่ไปแสวงหาผลประโยชน์จากใคร เราจะคบใคร ผมเป็นคนเปิดตลอดเวลา ผมเป็นรัฐมนตรีทุกสมัย ก็จะมีรูปถ่ายกับคนโน้นคนนี้ ไอ้คนนี้ไปทำผิด อ้าว เอาอีกแล้ว รูปผมอีกแล้ว สมัยแป้งนาโนด อ้าว มีถ่ายรูปกับผมอีกละ สมัยโควิดดังๆ เรื่องถุงมือก็ผมอีก
“ผมเป็นคนเปิดตัว ผมไปออกพื้นที่ ใครขอถ่ายรูป ผมไม่เคยปฏิเสธ เพราะเป็นคนไม่ปิดตัว ไม่ปิดกั้นตัวเอง ไปนั่งกินข้าว คนมาขอถ่ายรูป เราไม่เคยบอก โอ้ย ไม่เอาๆ ผมกลัวโดนเป็นข่าว ผมไม่ใช่คนอย่างนั้น ผมไม่กลัวในความจริง เราไม่ได้มีอะไรต้องกลัวเลย
“แต่ถ้าคนไปถ่ายรูป เพราะว่าไปทำอะไรกันมาผิด แต่ผมไม่ใช่ ผมไม่มีทำมาค้าขายกับใคร ธุรกิจที่ผมทำ ผมไม่เคยถือหุ้นคู่กับใคร ส่วนใหญ่ธุรกิจที่ผมทำมาก่อนเล่นการเมืองก็คือ ธุรกิจของผมล้วน ๆ ทำสลากก็ของผมล้วน ๆ ทำรถเมล์ก็ของผมล้วนๆ ไม่ต้องหุ้นกับใคร ทำตลาดก็ของผมล้วนๆ ทำอสังหาฯ หมู่บ้าน ดินแดงผมทำมาเกือบ 2-3 พันหลัง ไม่เคยถามผมเลย ก็ของผมล้วนๆ ผมไม่ต้องเป็นหุ้นกับใคร”
@ ไม่ได้เทา
“ผมไม่ใช่เทา ผมทำมาหากินชอบด้วยกฎหมาย ก่อนเป็นนักการเมือง สำแดงบัญชีทรัพย์สิน มีบริษัทตั้ง 20 กว่าบริษัท ทำไมคุณไม่ไปพูดถึงตอนนั้น ตอนผมก่อนเป็นนักการเมือง ผมเป็นนักธุรกิจ ผมไม่ใช่เป็นอันธพาล ตีหัวหมาด่าแม่ใคร ไม่ใช่ ผมไม่เคยคุมบาร์ คุมซ่อง ไม่มี ไม่ใช่อาชีพผม อาชีพสุจริตทุกอย่าง”
คุณเคยประณามเราว่า เราเป็น 5 เสือกองสลาก พอปฏิวัติรัฐประหารปี 57 เขาก็ยึดของผมไปหมดแล้ว ผมก็ชี้แจงบัญชีทรัพย์สินทุกอย่างตามนั้น แต่ว่าเวลาเราพูดอะไร คนไม่เอาไปเขียน จำได้แต่ มันคือแป้ง มันคือเบน สมิธ จำได้อยู่แค่นี้ แล้วไม่ถามผมว่า อยู่ๆ ผมจะบ้าพูด มันคือแป้ง มันไม่ใช่เฮโรอีน ผมไม่ได้พูดอย่างงั้น ผมหมายความว่า คู่คดีเขาชนะคดี ศาลยกฟ้อง ด้วยเหตุผลว่า ปริมาณสารที่เอามาตรวจ สิ่งเจือปนมันมากกว่าสารเสพติด โอ้ วันนั้นเราไม่น่าพูดเลย เป็นทุกวันนี้
ทุกวันนี้ถามว่า โกรธไหม ไม่โกรธ เราก็มีความรู้สึกว่า เราได้นิกเนม (Nickname) ใหม่ ไม่ใช่นัสแล้ว แต่เป็นแป้ง เฉยๆ
การเข้ามาเป็นรัฐมนตรีเที่ยวนี้ (รัฐบาลนายอนุทิน) เขาตรวจละเอียดยิบ ส่งให้ ป.ป.ช. ว่ากรณีของผมเป็นกรณีพิเศษ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ ถึงได้เป็นหนังสือยืนยัน ไม่เหมือนคนอื่น
@ ท้าตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน
ชีวิตของผม ถ้าผมทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ทำธุรกิจผิดกฎหมาย สมัยก่อนระบบการตรวจสอบไม่ค่อยเข้มงวด ย้อนหลังไปเลยว่า ชีวิตผม เส้นทางการเงินของผมสัมผัสกับใครบ้าง ไม่มี
“ชีวิตผมผ่านอะไรมาเยอะ ถ้าผมทำผิดกฎหมายก็จะเห็นว่าเงินเข้าในระบบของผมผิดกฎหมายอย่างไร แต่ตรงกันข้าม เงินเข้าบัญชีผม คือ เงินถูกต้อง ส่วนใหญ่ ตอนสมัยปฏิวัติปี 57 ผมถูกตรวจสอบการเสียภาษี เหมือนจะโดนคดีเสียภาษี ผมสำแดงรายได้ส่วนใหญ่มาจากการค้าสลาก การค้าที่ดิน การทำตลาด การทำรถเมล์ เสียภาษีหมด ไม่มีธุรกิจไหนที่เป็นธุรกิจสีเทา ผมไม่ทำอาชีพหนึ่ง คือ เปิดบ่อนการพนัน ค้าประเวณี เลี่ยงภาษี ไม่มี”
ผมเป็นสีเทาตรงไหน การที่ผมไปถ่ายรูปกับคนนั้น คนนี้ คุณมาประเมินว่าผมเป็นสีเทา คนไปบ่งชี้ว่าผมเป็นสีเทา ผมถามว่า คนสีเทา ถ้าคุณไปมองที่มาตรฐานจากการไปถ่ายรูปกัน คบค้าสมาคมกัน คนการเมืองก็เป็นสีเทาหมดสิ
@ ไม่มีเส้นเงินเชื่อมโยงกับสิ่งผิดกฎหมายทั้งทางตรงทางอ้อม
ไม่มี ไปตรวจสอบได้เลย ผมเป็นคนชัดเจน ทำไมผมถึงกล้า ปะ ฉะ ดะ เพราะผมรู้ตัวเอง ผมไม่ได้ทำอะไรผิด การที่เราไปนั่งคุยกับคุณ วันดีคืนดี ผมไปทำอะไรผิด คุณก็ซวยไปด้วยสิ เหมือนกรณีคุณเบน สมิธ เวลาคุณเบน สมิธ ไปถ่ายรูปกับคนอื่นไม่เห็นโจมตีเลย กับผมโจมตีจัง

@ ตั้งแต่ลงพื้นที่มาจนถึงวันนี้ 7-8 วันสุดท้าย มั่นใจเลือกตั้งแค่ไหน
เราทำการเมือง ไม่ได้ทำแบบมั่วๆ ทำการเมืองแบบเจาะลึก ทำการเมืองแบบมีฐานการเมืองอยู่แล้ว ยกตัวอย่าง สมัยก่อนที่เป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งถือเป็นพรรคใหญ่จัดตั้งรัฐบาลมา หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คือ พี่ต่อ (เฉลิมชัย ศรีอ่อน) เลขาธิการพรรคคือนายกชาย (เดชอิศม์ ขาวทอง) หลับตาว่าคน 3 คน (ธรรมนัส เฉลิมชัย เดชอิศม์) มารวมกัน บวกกับได้พี่บิ๊ก (ปวีณา หงสกุล) มา. พี่ป๊อป (อนุดิษฐ์ นาครทรรพ) มา พรรคเราเป็นพรรคที่นักการเมืองมืออาชีพที่เป็นปรมาจารย์หลายคนมา
“นักการเมืองจริงๆ นะ นักการเมืองและนักเลือกตั้ง ไม่ใช่นักการเมืองที่เขียนแบบมโนภาพให้สวยหรู แล้วก็ทำไม่ได้ เราคือนักปฏิบัติจริงๆ”
เราไปเจาะดูแต่ละสนาม ถ้าโพลสำนักที่ทำ เจาะเลย 77 จังหวัด เราก็ไม่ด้อยไปกว่าพรรคหลักๆ ยกตัวอย่างพรรคสีแดง ภาคใต้เจาะไม่ได้เลย แต่ผมเจาะได้ ตอนนี้ใต้มีอยู่ 3 พรรค ภาคใต้ 3 จังหวัดชานแดนมี ภูมิใจไทย กล้าธรรม ประชาชาติ มีเท่านี้ที่สู้กัน ขยับขึ้นมาหน่อย สงขลา พัทลุง สตูล มีกล้าธรรม ประชาธิปัตย์ ภูมิไจไทย
“สงขลา (มั่นใจ) เกิน 100 % มั่นใจว่าได้ 4 เขต ทั้งหมดมี 9 เขต ที่เหลือถือว่าเป็นกำไร”
@ สส.เขตที่คิดว่าได้แน่-กี่เสียง
3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หวังทุกจังหวัด ได้มากหรือน้อยเป็นอีกเรื่อง พัทลุง สงขลา ภูเก็ตกล้าธรรมไม่เป็นรองใคร นครศรีธรรมราชปักหมุดอย่างน้อย 2 เขต สุราษฎร์ธานีมั่นใจว่าได้ไม่ต่ำกว่า 3 เขต ชุมพรอีก 1 เขต แต่เราจะไปถึงดวงดาวหรือไม่ อีกเรื่องหนึ่ง แต่ก็เป็นกลุ่มเกรดเอของเรา
ภาคเหนือ พะเยาต้องรักษาฐาน บ้านเกิดใครมาตีไม่ได้ ทำให้ดีที่สุด เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอนเดิมมีอยู่แล้วต้องเพิ่มอีก 1 เขต
ทุกจังหวัดเรามีหมด เราอยู่ในสมการหมด เหนือตอนบนมีแดง ส้ม เขียว ภาคกลางเราก็มี ภาคตะวันออกเราก็มี ภาคอีสาน ทุกภาคเราอยู่ในสมการหมด อาจจะไม่เต็มอัตรา แต่ได้แทรกแน่
ผมไม่ได้ชมตัวเอง หรือ เชียรตัวเอง ตามหลักความเป็นจริง ณ วันนี้ เกรดเอของเรา 100 กว่าคน เลวร้ายที่สุด คือ 50 ไม่รวม สส.ปาร์ตี้ลิสต์
@ หวัง สส. ปาร์ตี้ลิสต์กี่คน
“ไม่สามารถพยากรณ์ได้ ใจคนดูยาก แต่พอไปต่างจังหวัดเขาก็เชียร์พรรคกล้าธรรม เวลาเราไปต่างจังหวัด เราไม่ได้จัดตั้งคนมานะ เป็นออแกนิค ไม่มีจัดตั้ง”
ผมเป็นปาร์ตี้ลิสต์จากคนฐานราก มาจากการทำงานในพื้นที่ของผม คนฐานราก 30 กว่าล้านคน เราคลุกอยู่กับคนอาชีพประมง ปศุสัตว์ พืชไร่ พืชสวน
@ ช่วงโค้งสุดท้ายกำไม้เด็ดอะไรไว้
“ผมก็ไปเห็นอะไร ไปรู้อะไร ไปได้ยินอะไรมาเยอะ มีผลกับภาพลักษณ์ของพรรค ไม่ได้ว่าใคร แต่ร้ายยิ่งกว่านั้น ที่องค์กรของรัฐ ที่กำกับดูแลเรื่องนี้ได้ข้อมูลและจากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ร้ายกว่านั้นเยอะ”
@ ที่เคยบอกว่า ตำรวจไซเบอร์จับสแกมเมอร์รายใหญ่เป็นผลงานของร.อ.ธรรมนัส เอาข้อมูลมาจากไหน
ตอนนั้นในช่วงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ผมได้รับมอบหมายให้ประสานกับตำรวจไซเบอร์ในการปราบปรามสแกมเมอร์จริงๆ ผมก็ป้อนข้อมูลให้ นำไปสู่การตรวจค้น 40-50 จุด ในกทม.ออกหมายจับบุคคลสำคัญๆ ของประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา) โดนหมด นั่นคือผลงานของผม ผังที่ผมให้ข้อมูลไป บวกกับการทำงานด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ของตำรวจไซเบอร์ สามารถออกหมายค้น ยึดทรัพย์
การเป็นคนกว้างขวาง ก็ต้องมีข้อมูล ใครทำอะไรตรงไหน ผมมีพี่น้องที่เป็นข้าราชการทุกภาคส่วน มีพี่น้องสายที่อยู่นอกวงการก็เยอะ แหล่งข่าวมีความน่าเชื่อถือ ชี้เป้า
“ถ้าวันหนึ่งผมมีโอกาสมาแก้ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ ผมว่า ไม่ยากนะ สแกมเมอร์ที่อยู่เมืองไทย ใช้โทรศัพท์หลอกชาวบ้าน ถ้าเอาจริงเอาจัง สามารถเช็กพิกัดได้ แต่ถ้าเป็นประเทศเขมร พม่า คนที่ทำหน้าที่โกหกและเอาเงินชาวบ้านมา พูดภาษาไทยได้ทั้งนั้น เป็นคนไทย ต้องสแกนให้หมด ซีลให้หมด”
ถ้าเป็นผม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคนออกไปทำงานข้างนอกในบ้านเราต้องเซตซีโร่ใหม่ ประกาศคนที่ทำงานที่เขมรกลับบ้านให้หมด คนที่ขอวีซ่าไปทำงานเขมรกลับบ้านให้หมด ภายใน 1 หรือ 2 เดือนก็แล้วแต่ แล้วเซตซีโร่ใหม่ จะไปทำงานเขมร จะไปทำอะไร ต้องกรอบละเอียด พิกัด ทำงานตรงไหน ก็จะช่วยแสกน ประกาศแล้ว ถ้าภายใน 1 เดือน ไม่กลับมา ยกเลิกพาสปอร์ต กลายเป็นคนเถื่อน ต้องใช้ยาแรง ชายแดนที่ช่องทางธรรมชาติต้องปิดให้หมด
@ โค้งสุดท้าย พรรคสีเขียวจะถูกมองว่า ใช้เงินแจกแน่
พูดกันทุกพรรค พรรคโน้นใช้ตังค์ พรรคนี้ใช้ตังค์ พรรคกล้าธรรมไม่ใช่พรรคร่ำรวย ไม่ใช่เอาเงินไปทุบ
การเมือง ยุทธศาสตร์การเลือกตั้งมีไม้เด็ดของตัวเอง เป็นเรื่องปกติที่จะมีทั้งนโยบายดี ใต้ดินดี สรรพกำลังเข้าไปช่วย เราไม่ได้เอาปัจจัยเรื่องเงินเป็นที่ตั้ง แต่เป็นยุทธศาสตร์ของแต่ละคน ใครถนัดอย่างไร
@ พรรคกล้าธรรม สีเขียว ไม่ใช่สีเทา
ยืนยัน เลยว่า เราคือคนสีเขียว เราไม่ใช่สีเทา คนที่ไปประณามคนอื่นเป็นสีเทา คุณน่ะดำปิ๊ดปี๋
อ่านบทสัมภาษณ์พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งประกอบ :
- 'เอกนิติ' หัวหน้าทีมเศรษฐกิจภูมิใจไทย เข็น 'ไทยแลนด์ 10 พลัส' ปั๊ม จีดีพี 3 +
- 'ดร.เอ้' เปิดใจ-เบื้องหลัง ลาออก 'ปชป.' - ตั้งพรรค 'ไทยก้าวใหม่' กับ "ภารกิจที่รอไม่ได้"
- เปิดใจ 'แสวง บุญมี' เลขาฯกกต. จับคนซื้อเสียงไม่ได้: เป็นองค์กรที่มีศักยภาพที่สุดในประเทศไทย
- นพ.พรหมินทร์ : 2 ปีรบ.เพื่อไทย ไม่พ้นกับดักกม.-ขรก.ประจำ ‘แจกเงินหมื่น-คอมเพล็กซ์’ ไม่ฝืน
- 'ธนาธร-ผู้ช่วยหาเสียง' ปชน. : ถ้าไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น อยากรู้เหมือนกันจะทำรัฐประหารอย่างไร
- ‘ประชาธิปัตย์’ ชู แคมเปญ สู้ ‘ทุนเทา’ : ปราบ ‘สแกมเมอร์’ ต้องไม่มีตอ-เล่นตามจริง

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา