
"...คลองเปรมประชากรกำลังเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว และการสร้างสรรค์ใหม่ ๆ สองข้างพื้นที่ริมคลอง โดยคณะกรรมการฟื้นฟูที่ประกอบขึ้นโดยบุคคลทั้งจากของหน่วยงานรัฐและเอกชนหลายแห่ง ที่กำลังทำงานกันหนักและขยันขันแข็งให้สมกับพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว..."
คลองเปรมประชากร ได้ชื่อว่าเป็น “คลอง 5 แผ่นดิน” คือ จากแผ่นดินรัชกาลที่ 5 จนถึงแผ่นดินนี้ ที่คลองเปรมได้ กำเนิดเกิดขึ้นรวมระยะเวลาแล้ว 156 ปี
คลองสายนี้กำลังจะได้รับการฟื้นฟูคืนชีวิตไปเกือบตลอดทั้งลำน้ำกว่า 150 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ถึงอยุธยา ที่มีผู้คนชุมชนอยู่มากสองฟากคลองถึง 38 ชุมชน กว่า 5 พันครัวเรือน ที่กำลังประสบพบกับปัญหาหลายอย่างตามกาลเวลาที่ผ่านมา
คลองสายแรกที่แรงงานมนุษย์ขุดขึ้นด้วยจอบเสียม และพลั่วตักใส่บุ้งกี้แล้วขนทยอยไปทิ้งในสมัยรัชกาลที่ 5 นั้น ปัจจุบันทุกวันนี้มีปัญหาดังนี้คือ
เมื่อชุมชนแออัดได้มีการรุกล้ำคลอง สร้างบ้านเรือนกีดขวางทางน้ำจึงทำให้หลายที่หลายแห่งลำน้ำตื้นเขิน เกิดขยะหมักหมม สกปรกโสโครก เมื่อฝนตกน้ำมาจึงเกิดน้ำท่วมน้ำขัง (กรุงเทพฯ เรียกว่าน้ำรอระบาย)
ที่ร้ายแรงคือ ทำให้เกิดอุทกภัย บ่อยครั้งบ่อยหน ซึ่งทำลายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ดังเป็นที่ประจักษ์กันอยู่
โครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบายพัฒนาคลองเปรมประชากรอันเป็นโครงการแรกได้เริ่มขึ้นนับแต่ปี พ.ศ. 2560 เกือบจะในทันทีที่พระบาทสมเด็จพระรชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ก็ว่าได้
โครงการนี้ 10 ปีแล้ว ได้ดำเนินการมาอย่างไรบ้าง
ตามรายงานกล่าวว่า ในทันทีที่ได้ทำพิธีเปิดกิจกรรมในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 แล้ว หน่วยจิตอาสาพระราชทาน และประชาชนจิตอาสาในนาม “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” พร้อมด้วยหน่วยราชการในพระองค์ที่มีทั้งหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนทั่วไป รวมทั้งประชาชนชาวบ้านในชุมชนคลองเปรมประชากรได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย ในการช่วยกันทำความสะอาด พื้นที่รอบ ๆ ทั้งคลองเปรมและคลองมหานาค
ผู้คนจากหน่วยงานต่าง ๆ ดังที่กล่าว ได้ร่วมกันลงพื้นที่ดำเนินการแก้ไขปัญหามีดังนี้
1. ขุดลอกคลอง เก็บขยะ และสิ่งปฏิกูล จากในคลองจนถึงปากคลองเปรมประชากร
2. การบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสีย
3. ปรับภูมิทัศน์บริเวณริมคลองเปรมประชากรมีการสร้างสวนสาธารณะนาม “เปรมประชาวนารักษ์”
4. สร้างการรับรู้และทำความเข้าใจ ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนได้ตระหนักรักและหวงแหน ดูแลรักษาสภาพแวดล้อม ชุมชนพัฒนาและเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
5. พัฒนาพื้นที่ใกล้เคียง วัด บ้าน โรงเรียน ควบคู่กันไป มีการย้ายสะพานย่อยพร้อมกับการขยายสะพานใหญ่ให้กว้าง และสะดวกในการสัญจรขึ้น
6. พัฒนาสร้างที่อยู่อาศัย ชุมชนใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องนี้สำคัญเป็นการทดแทนที่อยู่เดิมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และอนาถา
ทั้งหมดนี้เป็นไปตามพระราชปณิธานแก้ไขในสิ่งผิด สร้างชีวิตใหม่ของผู้เดือดร้อนให้มั่นคง มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อยู่ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ยั่งยืนตลอดไป
มีรายงานว่า กว่า 2567 ครัวเรือน กำลังมีชีวิตใหม่ในปี พ.ศ. 2569 นี้ ผู้คนชุมชนในหลายที่หลายแห่งทั้งสองฟากฝั่งคลอง จะได้มีทั้งบ้านใหม่ และคุณภาพชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเก่า ทั้งนี้ได้มีการจัดระเบียบที่สอดคล้องเป็นไปตามอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชนด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีหน้า พ.ศ. 2570 จะมีการเปิดสัญจรทางน้ำโดยไร้รอยต่อนับตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทางของคลองเปรมประชากรสายนี้ แบบต่อเนื่องตลอดไปทั้งลำน้ำอย่างสมบูรณ์
คลองเปรมประชากรกำลังเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว และการสร้างสรรค์ใหม่ ๆ สองข้างพื้นที่ริมคลอง โดยคณะกรรมการฟื้นฟูที่ประกอบขึ้นโดยบุคคลทั้งจากของหน่วยงานรัฐและเอกชนหลายแห่ง ที่กำลังทำงานกันหนักและขยันขันแข็งให้สมกับพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะมีทั้งความอยู่รอดปลอดจากอุทกภัยของชุมชนแต่ละแห่ง พร้อมกับคุณภาพชีวิตใหม่ ที่มั่นคงยั่งยืนอยู่บนพื้นที่เศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชประสงค์
การสร้างบ้านใหม่ในเวลานี้ มีผู้เข้าอยู่อาศัยแล้วถึง 2249 ครัวเรือน
การที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองเปรมประชากรขึ้นมา บัดนี้เท่ากับว่าได้รับ “การรักษา สืบสาน และต่อยอด” แล้วจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ทรงมุ่งหมายให้ลำคลองสายนี้เป็นหมุดหมายแห่งใหม่ในการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของโลกปัจจุบัน และเป็นทั้งทางคมนาคมทางเลือกทางน้ำที่เต็มไปด้วย “บ้านสวย น้ำใส” ในทุกคืนวันที่ผ่านไป
นับเป็นพระมหากรุณาอันหาที่สุดมิได้
สรุปแล้วในขณะนี้คลองเปรมประชากรกำลังได้รับการพลิกโฉมให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของโลกยุคใหม่ หลังผ่านกาลเวลามานับได้เป็นร้อยปี ทั้งบ้าน วัด โรงเรียน และตลาด กำลังได้รับการพัฒนาทั้งทางวัตถุและทางจิตใจของผู้คนที่อยู่อาศัยมาช้านาน
คลองเปรมทุกวันนี้มีสวนสาธารณะงดงามที่ชื่อว่า “สวนเปรมประชาวนารักษ์” และในทุกเทศกาลคืนลอยกระทงก็จะมีกระทงใหญ่น้อยสว่างไสวล่องลอยไปใน “สายน้ำแห่งชีวิต” ด้วยความหวังอยู่เสมอ
ประวัติคลองเปรมประชากรเมื่อแรกสร้างทำให้เราได้รู้ว่า สองฟากฝั่งคลองจะมีหมุดหมายปักไว้ใน ทุก ๆ 100 เส้นหรือ 4 กิโลเมตร พร้อมด้วยศาลาที่พักของคนเดินทางเสร็จสรรพ
กล่าวกันว่า หลักหมุดหมายนี้ไปตลอดลำคลองนี้มีด้วยกันถึง 13 หลัก คือ หลัก 1 หลัก 2 ...ไปเรื่อย ๆ จนสิ้นสุดหลัก 13 ที่ตำบลกระสั้น บางปะอิน ส่วนศาลาที่พักจะมีอยู่กี่หลักไม่ทราบปัจจุบันเหลืออยู่ให้รำลึกถึงความหลังแค่ศาลายา กับศาลาธรรมสพน์เท่านั้น
ส่วนหลักก็เหลือยู่เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับคนเมืองหลวงคือ “หลักสี่” กับ “หลักหก” หลักที่ 13 สุดท้าย ที่เป็นสถานที่จอดรถไฟในปัจจุบัน
บทความโดย :
วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา