“...ครอบครัวนุ่มนนท์ ขอขอบคุณทุกท่านที่ทำให้เข้าใจว่า ความรักและความเป็นมิตรต่อกันมีความหมายมากกว่าอะไรทั้งสิ้นสำหรับชีวิตของคนทั้งหลายทั้งปวง คุณสุรัตน์เอง คงจะพอใจและมีความสุขอย่างยิ่งเมื่อความคิดที่ว่า “ชีวิตผมเป็นอมตะแล้ว ผมอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาแพทย์ให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และไม่มีพิธีการใด ๆ ทั้งสิ้นหลังจากชีวิตสิ้นสุดลง” ได้เป็นไปสมดังเจตนารมณ์ทุกประการ...”

สวัสดีครับ
สัปดาห์ที่แล้ว ผมได้เขียนถึงประวัติของพ่อ สุรัตน์ นุ่มนนท์ ที่ผ่านชีวิตการเป็นทั้งนักเขียน นักวิทยุ ไปจนถึงเป็นอาจารย์ ผลิตลูกศิษย์ที่อยู่ในแวดวงของสื่อมวลชนจนถึงปัจจุบัน มาในสัปดาห์นี้จะเขียนถึงพ่อในฐานะจอมวางแผน และการใช้ชีวิตอย่างมีชีวิตชีวาในช่วงบั้นปลายชีวิต แม้ว่าจะมีสารพัดโรคภัยมารุมเร้า
พ่อวางแผนการศึกษาให้กับลูกอย่างเป็นระบบ พยายามสอนให้ลูก อ่านเป็น ฟังเป็น คิดเป็น เขียนเป็น และพูดเป็น โดยใช้วิธีซึมซับกับชีวิตประจำวันให้เป็นไปตามธรรมชาติ ในช่วงที่ลูกเรียนอยู่ต่างประเทศ พ่อจะเขียนจดหมายถึงทุกสัปดาห์ และให้ลูกเขียนกลับมาเป็นภาษาอังกฤษ เพราะในสมัยก่อน เราจะใช้สื่อสารกันทางจดหมายเท่านั้น และใช้เวลานานมากกว่าจะมาถึงผู้รับหลานชายพ่อทั้งสามคน บอนด์ บิ๊กเฟิร์น และบิล ก็ได้รับอานิสงส์จากความเป็น “จอมวางแผน” ของปู่ ในช่วงที่อยู่ในวัยสิบขวบต้น ๆ และกำลังติดปู่ หลาน ๆ จะตื่นเต้นรอคอยวันเวลาที่โรงเรียนปิดเทอมเพื่อจะได้ท่องเที่ยว พ่อวางแผนการเดินทางตลอด ศึกษาข้อมูลล่วงหน้าให้รู้จักสถานที่ที่ควรจะไป ร้านอาหารที่ไหนอร่อย โรงแรมที่ไหนวิวดี ปลอดภัย เมื่อกลับถึงบ้าน หลาน ๆ ก็จะต้องเขียนเล่าความสนุกสนานเพลิดเพลินไว้เป็นตำนานให้เล่าขานสืบไปว่า ครั้งหนึ่งได้เคยมากับปู่-ย่า ณ ที่แห่งนี้

สำหรับบอนด์ หลายชายคนโต กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ปู่เห็นหลานชอบวิชาฟิสิกส์ อยากเป็นวิศวกรเครื่องกล พ่อก็ทำหน้าที่จอมวางแผนอนาคต สืบเสาะหามหาวิทยาลัย จนสรุปได้ว่าสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ น่าสนใจมากที่สุด แล้วจึงเริ่มดูรายละเอียดของสถาบันแห่งนี้ตั้งแต่ครั้งบอนด์ยังเรียนอยู่ ม.5 ดูไปหมดทั้งเรื่องหลักสูตร นักศึกษา อาจารย์ หอพัก ถึงกับไปดูแคมปัสด้วยตนเองสองครั้ง เสียดายที่พ่อรีบจากไปก่อนที่จะมีความสุขกับข่าวบอนด์ได้เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ตามที่ปู่ใฝ่ฝัน

เมื่อพ่ออายุย่าง 70 ก็เริ่มมีโรคภัยมารุมเร้า ต้องเข้าผ่าตัดทั้งเล็กและใหญ่ นับตั้งแต่ผ่าตัดต่อมลูกหมาก ผ่าตัดไส้เลื่อน การผ่าเปลี่ยนเส้นเลือดหัวใจ รวมทั้ง การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
แต่พ่อยังใจสู้ ใช้ชีวิตที่มีชีวา อยากอยู่ไปนาน ๆ ถึงกับเขียนหนังสือเปิดใจไว้ในหนังสือ “อยากอยู่ 110 ปี” ซึ่งปิดต้นฉบับได้เพียง 5 วันก่อนจะลาจากไปชั่วนิรันดร์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2554 ลูกศิษย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรุ่น 13 ถึงรุ่น 23 รวม 11 รุ่น ได้ร่วมกันจัดพิมพ์ หนังสือ “อยากอยู่ 110 ปี” ที่พ่อเล่าถึงการเจ็บไข้ได้ป่วย โดยคำนึงถึงคุณูปการของหมอ พยาบาล รวมทั้ง ทุกคนที่ช่วยเหลือเกื้อกูล ด้วยการแสดงความกตัญญูกตเวที เป็นจำนวนหลายพันเล่ม เพื่อระลึกถึงพระคุณของพ่อ
แม่ได้เขียนคำนำไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า “ครอบครัวนุ่มนนท์ ขอขอบคุณทุกท่านที่ทำให้เข้าใจว่า ความรักและความเป็นมิตรต่อกันมีความหมายมากกว่าอะไรทั้งสิ้นสำหรับชีวิตของคนทั้งหลายทั้งปวง คุณสุรัตน์เอง คงจะพอใจและมีความสุขอย่างยิ่งเมื่อความคิดที่ว่า “ชีวิตผมเป็นอมตะแล้ว ผมอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาแพทย์ให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และไม่มีพิธีการใด ๆ ทั้งสิ้นหลังจากชีวิตสิ้นสุดลง” ได้เป็นไปสมดังเจตนารมณ์ทุกประการ”

สิ่งที่อยู่ในใจผมมาโดยตลอดคือ พ่อมีความหวังและความตั้งใจที่จะเห็นลูกเป็นคนดี คนเก่ง และมีคุณธรรม เมื่อผมเรียนจบปริญญาตรี พ่อเขียนจดหมายถึงผมว่า

พ่อครับ แม้พ่อจะไม่เคยได้รับรางวัล “พ่อดีเด่น” ใด ๆ แต่สำหรับผมและน้องชาย มั่นใจว่า พ่อเป็นพ่อที่ดีเด่นในใจเราตลอดไป และอยากจะบอกพ่อว่า ไม่ว่าพ่อจะอยู่ในภพใดภูมิใด “ผมรักพ่อครับ”
รณดล นุ่มนนท์
10 สิงหาคม 2563
แหล่งที่มา:
1. Weekly mail เรื่อง คุณพ่อดีเด่น ฉบับวันที่ 7 ธันวาคม 2553
2. Weekly mail เรื่อง ชำระประวัติคุณพ่อ ฉบับวันที่ 29 สิงหาคม 2554
3. Weekly mail เรื่อง เสาร์อาทิตย์กับคุณพ่อ ฉบับวันที่ 20 สิงหาคม 2555
4. หนังสือ อยากอยู่ ๑๑๐ ปี เขียนโดย สุรัตน์ นุ่มนนท์
อ่านประกอบ:
พ่อ - สุรัตน์ นุ่มนนท์ : ชีวิตผมเป็นอมตะแล้ว

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา