
'ต่อภัสสร์ ยมนาค' ผอ.ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันฯ ชี้ 'มูลนิธิ' แหล่งฟอกเงินชั้นดี แนะ เชื่อมข้อมูลกรมพัฒน์ - ก.มหาดไทย จี้ 'ป.ป.ช.' เปิดข้อมูลบัญชีทรัพย์สินฯ 'นักการเมือง' มากกว่า 180 วัน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) เมื่อเร็วๆนี้ ที่รัฐสภา นายต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้อำนวยการศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค (Knowledge hub for Regional Anti-corruption and good governance Collaboration) หรือ KRAC กล่าวช่วงหนึ่งในงานมหกรรม Policy Watch Connect 2026 เวที Policy Forum ในหัวข้อ รัฐโปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน ว่า ทำไมประเทศไทยรัฐถึงยังไม่โปร่งใส เพราะเราไม่เปิดเผยข้อมูล เราพูดเหมือนเราอยากจะเปิดเผยข้อมูล เราพูดเมือนเราอยากจะโปร่งใส เราพูดเหมือนเรามีมาตรการ กฎหมาย ระเบียบและคำสั่งบอกว่าต้องเปิด เราอยากจะเข้าไปเป็นร่วมสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) อยากจะไปเข้าร่วมเป็นสมาชิก Open Government Partner (OGP) ซึ่งพูดกันมา 7 ปีแล้ว วันนี้เรายังเข้าไม่ได้ เหตุผลเพราะเรามีมาตรการต่างๆเหล่านี้ แต่เราไม่ทำจริง
“ยกตัวอย่างง่ายๆ เรื่องนี้คุยกันมาหลายครั้งแล้ว เรื่องการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นที่รัฐสภา ในกรรมาธิการงบประมาณ กรรมาธิการการมีส่วนร่วมกับประชาชน เคยเชิญสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่ง ป.ป.ช. เล่าให้ฟังว่าข้อมูลหลายชุดทำไมไม่เปิด เพราะว่าเราทำงานวิจัยมาพบว่า ถ้าอยากจะแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันได้ต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างน้อยที่สุด 25 ชุดข้อมูล อ้างอิงจากมาตรฐาน Open Data Charter ซึ่ง 1 ใน 25 ชุด นี้คือข้อมูลบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องเปิดอย่างน้อยให้เห็นอยากจะรณรงค์เลือกตั้งคนดีเข้าสภาอย่างน้อยที่สุดคนดีก็คงต้องเปิดเผยข้อมูลได้ ประชาชนเห็นได้ เปรียบเทียบ 4 ปีที่ผ่านมา หรือ 3 ปีที่ผ่านมา แตกต่างกัน เพื่อเราจะรู้เขาดีหรือไม่ดีตามมาตรฐานตามที่เราให้ไว้แต่ละคน”นายต่อภัสสร์กล่าว
นายต่อภัสสร์กล่าวว่า สิ่งที่ ป.ป.ช ทำตอนนี้ คือ ป.ป.ช เลือกที่จะเปิด 180 วัน อยู่ในระเบียบของ ป.ป.ช ทั้งที่กฎหมายบอกว่าให้เปิดเผย วันนั้น ป.ป.ช มาพูดในกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน ว่าเหตุผลที่ไม่เปิดเผย เพราะกฎหมายบอกว่าให้เปิดเผยข้อมูล แต่ไม่ได้บอกว่าให้เผยแพร่ เพราะฉะนั้นวิธีการบอกเปิด 180 วัน หลังจาก 180 วันก็เอาข้อมูลลง บางหน่วยงานก็บอกว่าเปิดไม่ได้เพราะติดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA ซึ่งก็ไม่ได้มีศักดิ์เหนือว่ากฎหมายอื่นๆเลยที่บอกให้เปิดเผยข้อมูล บางหน่วยงานบอกว่าไม่มีความสามารถ บางหน่วยงานถึงขั้นบอกว่าเซิร์ฟเวอร์ไม่พอ ตัวอย่างทั้งหมดที่กล่าวไปกำลังจะบอกว่า กฎหมายให้เปิดหมดแล้ว แต่ถึงเวลาปฏิบัติจริง ไม่ได้เปิดเผย จึงเป็นที่มาของคำถามว่าทำไมรัฐไทยไม่ได้โปร่งใส
นายต่อภัสสร์กล่าวว่า วันนี้เรื่องใหญ่ คือ เรื่องทุนเทาวั ไม่มีทางเลย การแก้ไขปัญหาเชิงระบบต้องไปไล่ทีละบริษัท โจรทีละคน อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (UNCAC) เป็นมาตรฐานข้อตกลงของ UN พูดถึงเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้พูดถึงกัน แต่ทั่วโลกกำลังพูดถึงมาตรฐานที่เขาเอามาใช้และเป็นเครื่องมือที่เขาใช้คือสิ่งที่เรียกว่า Beneficial Ownership Transparency คือ การรู้ข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง จะได้จัดการคนเดียวและจัดการทั้งเครือข่ายอย่างเป็นระบบ
“ข้อมูลนี้บอกว่าจะเปิดได้อย่างไรต้องเปิดบัญชีทรัพย์สินนักการเมือง ข้อมูลผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัทข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง เพราะเชื่อมโยกกัน เราบอกอยากจะไปแก้ทุนเทา ข้อมูลเรายังไม่เปิด เราจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร สุดท้าย บางชุดข้อมูลอาจจะนึกไม่ถึงว่ามันเกี่ยวข้องกับเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างไร เช่น ข้อมูลกรรมการมูลนิธิเกี่ยวอะไร แต่นึกดีๆมูลนิธิหลายมูลนิธิเป็นแหล่งฟอกเงินชั้นดีใช่ไหม มารวมประมวลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยในบางกรณี แต่ข้อมูลชุดนี้ไม่ได้อยู่ในกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่อยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ไม่ได้เชื่อมโยงกัน”นายต่อภัสสร์กล่าว
ทั้งนี้ เวทีดังกล่าวโดยความร่วมมือของ 3 องค์กรหลัก ได้แก่ เครือข่ายเทคโนโลยีภาคประชาชน (civic tech) หรือ Wevis สร้างธรรมาภิบาลและความโปร่งใส (Hand social enterprise) และ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT เพื่อส่งมอบต่อพรรคการเมืองในรูปแบบของสมุดปกขาว จัดโดยศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ (The Active) Thai PBS

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา