
'สุดารัตน์' ลั่นปฏิรูปสาธารณสุข-ประกันสังคม แฉงบ 30 บาท 2.7 แสนล้าน เงินไม่ถึง รพ. ทำขาดทุนหมื่นล้าน ชงแยก 'ประกันสังคม' พ้น ก.แรงงาน ตัดวงจรการเมือง-แก้ปมเหลื่อมล้ำบุคลากร
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยถึงวิกฤตเชิงโครงสร้างของระบบสาธารณสุขไทย โดยระบุว่าโครงการบัตรทองกำลังเผชิญกับภาวะ “ระเบิดเวลาทางการคลัง” แม้จะได้รับงบประมาณสูงถึง 2.7 แสนล้านบาทต่อปี แต่กลับพบปัญหาโรงพยาบาลรัฐขาดทุนสะสมกว่าหมื่นล้านบาท พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปกองทุนประกันสังคม 3 ล้านล้านบาท ให้เป็นอิสระจากการเมือง
เผยไส้ในงบรายหัว 4,173 บาท เงินไม่ถึงมือโรงพยาบาล
คุณหญิงสุดารัตน์ ให้ข้อมูลเชิงลึกถึงความผิดปกติในการบริหารจัดการงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) โดยระบุว่าในปัจจุบันงบประมาณรายหัวอยู่ที่ 4,173 บาท แต่ในทางปฏิบัติเงินจำนวนมากกลับถูก “กัก” ไว้ที่ส่วนกลาง ไม่กระจายลงสู่หน้างานอย่างที่ควรจะเป็น
“โดยเฉพาะงบส่งเสริมสุขภาพ 681 บาทต่อหัว ที่ควรเป็นงบสำหรับพื้นที่ กลับถูกนำไปใช้ตามความต้องการทางการเมือง ขัดกับหลักการกระจายอำนาจ ส่งผลให้โรงพยาบาลขาดสภาพคล่องและต้องแบกรับภาระขาดทุนสะสมรวมแล้วร่วมหมื่นล้านบาท” คุณหญิงสุดารัตน์ระบุ
วิกฤตเหลื่อมล้ำบุคลากร บึงกาฬ 1 ต่อ 5,000
ในมิติของทรัพยากรบุคคล แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยตัวเลขความเหลื่อมล้ำในการกระจายตัวของแพทย์ที่น่ากังวล ดังนี้
-
กรุงเทพฯ สัดส่วนแพทย์ 1 คน ต่อประชากร 462 คน
-
จังหวัดบึงกาฬ สัดส่วนแพทย์ 1 คน ต่อประชากรกว่า 5,000 คน
-
ภาวะโอเวอร์โหลด แพทย์ในต่างจังหวัดต้องทำงานหนักถึง 80–100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เป็นเหตุให้เกิดการลาออกจากระบบราชการอย่างต่อเนื่อง
ข้อเสนอทางออก ปรับโครงสร้างค่าตอบแทนให้บุคลากรในพื้นที่ห่างไกลสูงกว่าในเมือง เพื่อสร้างแรงจูงใจ พร้อมนำระบบ AI และ Telemedicine เข้ามาช่วยคัดกรองผู้ป่วย 24 ชั่วโมง เพื่อลดภาระงาน (Workload) ของบุคลากรด่านหน้า
ชงผ่าโครงสร้าง 'ประกันสังคม' 3 ล้านล้าน ตัดวงจรการเมือง
สำหรับประเด็นกองทุนประกันสังคมที่มีมูลค่าสูงเกือบ 3 ล้านล้านบาท พรรคไทยสร้างไทยเสนอพิมพ์เขียวการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง 3 ประเด็นสำคัญ
-
การแยกตัวเป็นอิสระ ให้กองทุนประกันสังคมแยกออกจากการกำกับดูแลของกระทรวงแรงงาน เพื่อลดการแทรกแซงและหาผลประโยชน์ทางการเมือง
-
ปรับบอร์ดบริหาร ลดสัดส่วนตัวแทนภาครัฐลงกึ่งหนึ่ง และเพิ่มสัดส่วนตัวแทนจากฝั่ง "ผู้ประกันตน" และ "นายจ้าง" ให้เข้าไปมีอำนาจตัดสินใจในฐานะเจ้าของเงินที่แท้จริง
-
Synergy ข้ามกองทุน ประสานความร่วมมือกับกองทุน 30 บาท เพื่อยกระดับสิทธิประโยชน์ที่ยังเหลื่อมล้ำ เช่น สิทธิการทำฟัน และสิทธิในการเลือกสถานพยาบาล (รักษาได้ทุกที่)
คุณหญิงสุดารัตน์ ยืนยันในตอนท้ายว่า การประสานประโยชน์ระหว่างกองทุนสุขภาพจะช่วยลดความซ้ำซ้อนของรัฐและใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของระบบรัฐสวัสดิการที่ยั่งยืนในอนาคต

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา