
‘ศาลปกครองสูงสุด’ ยกฟ้อง คดี ‘กฟภ.’ ยกเลิกประมูลก่อสร้างสายเคเบิ้ลใต้น้ำฯไปยัง ‘เกาะสมุย’ 2 พันล้าน ชี้เป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบ
............................................
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ศาลปกครองสูงสุดได้มีคําพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ อ.197/2569 ระหว่าง บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จํากัด (มหาชน) (ผู้ฟ้องคดี) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่ 1 ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ 2 (ผู้ถูกฟ้องคดี) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โดยคดีนี้ ผู้ฟ้องคดี (บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง) ฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดี ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มกิจการร่วมค้า Gunkul Consortium ได้เข้าร่วมยื่นข้อเสนอประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้างตามโครงการก่อสร้างสายเคเบิ้ลใต้น้ำ 115 เควี เพื่อทดแทนและเพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟไปยังเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โดยคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เห็นว่า กลุ่มกิจการร่วมค้า Gunkul Consortium เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติครบถ้วน มีรายละเอียดทางเทคนิคถูกต้อง และเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด จึงมีหนังสือเชิญเข้าต่อรองราคา
แต่ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (กฟภ.) ได้ออกประกาศการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กรุงเทพฯ เรื่อง ยกเลิกประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานจ้างเหมาก่อสร้างสายเคเบิ้ลใต้น้ำ 115 เควี ตามโครงการก่อสร้างสายเคเบิ้ลใต้น้ำ 115 เควี เพื่อทดแทนและเพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟไปยังเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ลงวันที่ 30 เม.ย.2563
ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ที่ออกประกาศยกเลิกประกวดราคาจ้างก่อสร้าง เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง ขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนประกาศยกเลิกประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการดังกล่าว
ต่อมา ศาลปกครองกลางพิพากษาเพิกถอนประกาศยกเลิกประกวดราคาจ้างก่อสร้าง ฉบับลงวันที่ 30 เม.ย.2563 โดยให้มีผลนับแต่วันที่มีประกาศดังกล่าว คําขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองกลางต่อศาลปกครองสูงสุด
ศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (กฟภ.) ได้ออกประกาศประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานจ้างเหมาก่อสร้างตามโครงการก่อสร้างสายเคเบิ้ลใต้น้ำ 115 เควี เพื่อทดแทนและเพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟไปยังเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
มีผู้ยื่นเสนอราคาจำนวน 4 ราย คือ (1) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน) (2) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (3) Gunkul Consortium และ (4) Consortium ZTT
คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เห็นว่า บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ไม่ผ่านการพจารณา เนื่องจากยื่นผลงานก่อสร่างในนามกลุ่มร่วมค้า (Consortium) ซึ่งไม่สามารถแยกเป็นผลงานของบริษัทผู้เข้าร่วมรายใดรายหนึ่งได้ และเนื่องจากเอกสารทางเทคนิคของอุปกรณ์ ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขใน TOR
และ Consortium ZTT ไม่ผ่านการพิจารณา เนื่องจากหนังสือรับรองการขายอุปกรณ์ DTSS ออกจากผู้แทนจำหน่ายที่ไม่มีที่ทำการในประเทศไทย
ส่วน Gunkul Consortium และ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน) เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติและรายละเอียดทางด้านเทคนิคถูกต้องตามเงื่อนไขประกวดราคา โดย Gunkul Consortium เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านคุณสมบัติ ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดและได้เสนอราคาต่อหน่วยที่มีความเหมาะสม จึงเห็นควรอนุมัติจ้าง Gunkul Consortium ให้เป็นผู้ดำเนินการงานจ้างเหมาก่อสร้าง
แต่ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (กฟภ.) ได้ออกประกาศยกเลิกประกวดราคาฉบับพิพาท โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากเอกสารประกวดราคา (TOR) ระบุเงื่อนไขให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นตัวแทนจำหน่าย หนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องสำหรับอุปุปกรณ์ จำนวน 4 รายการ ไม่เป็นไปตามแนวทางที่คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด
และไม่สอดคล้องตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง (1) ซึ่งผลจากการกกำหนดเงื่อนไขดังกล่าว ทำให้ผู้ยื่นข้อเสนอบางรายไม่ผ่านคุณสมบัติ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เสนอราคาสูงกว่าในลำดับถัดไป พบว่ามีราคาแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญ
หากทำการจัดจ้างตามเอกสารประกวดราคา ซึ่งมีเงื่อนไขไม่เปิดโอกาสการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือมีการปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยเท่าเทียมกันต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงอาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ข้อ 53 และ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 67 (3) ยกเลิกการประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการพิพาท
จากข้อเท็จจริง จึงเป็นกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้พิจารณาผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนมีคำสั่งซื้อหรือสั่งจ้างหรือเสนอผู้มีอำนาจเพื่อมีคำสั่งซื้อหรือสั่งจ้างต่อไป อันเป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามนัยข้อ 55 (4) ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560
และโดยที่ผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ได้มีความเห็นกรณีผู้ยื่นข้อเสนอราคาที่ไม่ผ่านคุณสมบัติ เนื่องจากหนังสือรับรองการขายอุปกรณ์ออกจากผู้แทนจำหน่ายที่ไม่มีที่ทำการในประเทศไทย มีเพียงรายเดียว คือ Consortium ZTT ในรายการอุปกรณ์ Distributed Temperature and Strain Sensing (DTSS) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่า อุปกรณ์ DTSS ไม่ใช่อุปกรณ์ที่เป็นสาระสำคัญในการก่อสร้างหรือติดตั้งสายเคเบิ้ลใต้น้ำของโครงการพิพาท
การกำหนดเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาเกี่ยวกับการเป็นตัวแทนจำหน่าย หนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายหรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในอุปกรณ์ DTSS และทำให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ นำหลักเกณฑ์มาพิจารณาและส่งผลให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้เข้าร่วมประกวดราคา
จึงไม่สอดคล้องกับหลักการของกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างที่ประสงค์ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยการเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยเท่าเทยมกันตามนัยมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (2) แห่ง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 จึงเห็นได้ว่า หากให้มีการดำเนินการจัดจ้างโครงการต่อไป ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (กฟภ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ
และเมื่อพิจารณาประกอบกับงบประมาณในการจัดจ้างตามกรณีพิพาทนี้ มีวงเงินสูงถึง 2,133.05 ล้านบาท และกรณียังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ยังไม่ได้มีการประกาศผลผู้ชนะจ้าง เพื่อประโยชน์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1
กรณีจึงมีเหตุผลอันสมควรที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะยกเลิกการประกวดราคา การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เห็นชอบให้ดำเนินการยกเลกประกวดราคางานจ้างเหมาก่อสรางสายเคเบิ้ลใต้น้ำ 115 เควี ตามโครงการพิพาท จึงเป็นการใช้ดุลพนิจโดยชอบ
ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยผู้อำนวยการกองจัดการงานระบบไฟฟ้า ออกประกาศการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) กรุงเทพฯ เรื่อง ยกเลิกประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานจ้างเหมาก่อสร้างสายเคเบิ้ลใต้น้ำ 115 เควี ตามโครงการก่อสรางเคเบิ้ลใต้น้ำ 115 เควีเพื่อทดแทนและเพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟไปยังเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ลงวันที่ 30 เม.ย.2563
จึงเป็นการกระทำโดยชอบด้วยมาตรา 67 วรรคหนึ่ง (3) แห่ง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และข้อ 53 ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 แล้ว
การที่ศาลปกครองกลางพิพากษาให้เพิกถอนประกาศการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กรุงเทพฯ เรื่อง ยกเลิกประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานจ้างเหมาก่อสร้างสายเคเบิ้ลใต้น้ำ 115 เควี ตามโครงการก่อสรางเคเบิ้ลใต้น้ำ 115 เควีเพื่อทดแทนและเพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟไปยังเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ลงวันที่ 30 เม.ย.2563 โดยให้มีผลนับแต่วันที่มีประกาศดังกล่าว คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกนั้น ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย
พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ยกฟ้อง

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา