
‘สำนักงาน กกต.’ ส่งหนังสือถึง ‘ชาญชัย’ แจ้งความคืบหน้าตรวจสอบนโยบายหาเสียง 'พรรคการเมือง' มุ่ง‘ประชานิยม’ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
....................................
จากกรณีที่เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2569 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ และคณะ ประกอบด้วย นายสมชาย แสวงการ นายนิติธร ล้ำเหลือ นายคมสัน โพธิ์คง และนายพันธสัญญา โชติธนพุทธพงษ์ ได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยขอให้ กกต. ตรวจสอบนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองในปี 2569 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของประชานิยม อันมีผลกระทบต่อสถานการณ์การคลังของประเทศ และทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็นภาระงบประมาณรายจ่ายประจำ
อีกทั้งยังมีผลกระทบขัดต่อกฎหมายวินัยการเงินการคลัง พ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปี ซึ่งเงินที่พรรคการเมืองโฆษณานั้นก็มาจากรายได้จากการเก็บภาษี นอกจากนี้ ยังเป็นการโฆษณาในลักษณะเป็นการเสี่ยงโชคเข้าข่ายเป็นการพนันขันต่อ ซึ่งก่อเกิดความเสียหาย ชื่อเสียง ของประเทศชาติ นั้น (อ่านประกอบ : เปิดหนังสือ'ชาญชัย-คณะ'ร้อง'กกต.'ตรวจสอบนโยบาย'ประชานิยม' ทำหนี้พุ่ง-กระทบสถานะ'การคลัง')
ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทำหนังสือด่วนที่สุดที่ ลต 0014/7357 เรื่อง การตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา ลงวันที่ 30 มี.ค.2569 ถึงนายชาญชัย โดยมีเนื้อหาสรุปได้ว่า กรณีที่กล่าวหาว่านโยบายของพรรคการเมืองอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นั้น ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา หากผลเป็นประการใดจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป
“ตามหนังสือที่อ้างถึง กรณีขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีหนังสือและคำสั่งไปถึงพรรคการเมืองทีมีนโยบายขัดต่อกฎหมาย และไม่ชี้แจงแหล่งที่มาของเงิน ค่าใช้จ่ายที่จะใช้ดำเนินการตามที่ประกาศโฆษณา และนโยบายพรรคการเมืองส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นนโยบายประชานิยม อาจทำให้มีความเสี่ยงว่าจะเป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้งที่เป็นการสัญญาว่าจะให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าอันเป็นการซื้อเสียง ตามมาตรา 73 (1) และ (2)
ประกอบมาตรา 158 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 74 ประกอบมาตรา 160 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอเรียนว่า ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 57 เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา ซึ่งกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์เพียงว่า หากนโยบายใดที่ต้องใช้จ่ายเงิน อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังนี้
1.วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ 2. ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย 3.ผลกระทบและความเสียงในการดำเนินนโยบาย และให้คำนึงถึงความเห็นของสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2559 จำนวน 51 พรรคการเมือง แล้ว
ปรากฏว่า เป็นไปตามมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ.2568 แล้ว
อนึ่ง กรณี ที่กล่าวหาว่านโยบายของพรรคการเมืองอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา หากผลเป็นประการใดจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป” หนังสือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ด่วนที่สุดที่ ลต 0014/7357 เรื่อง การตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา ลงวันที่ 30 มี.ค.2569 ระบุ
อ่านประกอบ :
เปิดหนังสือ'ชาญชัย-คณะ'ร้อง'กกต.'ตรวจสอบนโยบาย'ประชานิยม' ทำหนี้พุ่ง-กระทบสถานะ'การคลัง'
TDRI ชำแหละนโยบาย 5 พรรคใหญ่ มุ่ง‘ประชานิยม’ผิวเผิน-สร้าง‘ภาระการคลัง’สูง-ทำลายกลไกตลาด
ส่องนโยบายหาเสียง‘เกษตรกร’ ดันประกัน‘รายได้-กำไร’-รื้อระบบ‘ราคา’ ไทยติดกับดักประชานิยม?

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา