
‘ป.ป.ช.’ มีมติไม่รับเรื่องไว้พิจารณา ปมกล่าวหา ‘สุริยะ-อดีตอธิบดี กพร.’ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ไม่ฟ้อง ‘บ.อัคราฯ’ ชดใช้ค่าเสียหายจากการขุดแร่-ไม่แจ้งเรื่องขุด ‘ถนนหลวง-ทางสาธารณประโยชน์’ เพื่อเพิกถอนประทานบัตร ชี้ไม่ปรากฎข้อเท็จจริง-พยานหลักฐาน รับฟังได้ว่า ‘กระทำความผิด’
...................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้ทำหนังสือ (ลับ) ที่ ปช. 0030/0368 แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงวันที่ 22 เม.ย.2569 ถึง น.ส.อารมย์ คำจริง แกนนำกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ซึ่งยื่นคำร้องถึง ป.ป.ช. กล่าวหา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ขณะดำรงตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม กับพวก ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ฯ
กรณีไม่ได้ดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการที่บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เอาสินแร่ทองคำและเงิน มูลค่าประมาณ 1.4 แสนล้านบาท มาชดใช้ให้กับประเทศไทย และไม่ได้ดำเนินการแจ้งเรื่องที่บริษัท อัครา รีชอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ขุดถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1301 และทางสาธารณประโยชน์ ไปยัง รมว.อุตสาหกรรม เพื่อเพิกถอนประทานบัตรแต่อย่างใด เป็นต้น
โดย คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติไม่รับเรื่องไว้พิจารณา เนื่องจากไม่ปรากฎข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะรับฟังได้ว่านายสุริยะ กับพวก กระทำความผิดตามที่กล่าวหา
“ตามหนังสือที่อ้างถึง ท่านได้กล่าวหา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายวิษณุ ทับเที่ยง ตำแหน่ง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กรณีไม่ได้ดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการที่บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เอาสินแร่ทองคำและเงิน มูลค่าประมาณ 140,000,000,000 บาท (หนึ่งแสนสี่หมื่นล้านบาท) มาชดใช้ให้กับประเทศไทย
และไม่ได้ดำเนินการแจ้งเรื่องที่บริษัท อัครา รีชอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ขุดถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1301 และทางสาธารณประโยชน์ ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเพิกถอนประทานบัตรแต่อย่างใด และยังละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติที่ 72/2559 เรื่อง การแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ ข้อ 3 ข้อ 4 กรณีที่ต้องฟื้นฟูพื้นที่ที่ทำเหมืองแร่
และกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้ส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) (เดิมบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด) ได้รับประทานบัตรชนิดแร่ทองคำและเงิน จำนวน 14 แปลง ซึ่งประทานบัตรเลขที่ 26910/253625 เนื้อที่ 297-0-84 ไร่ มีแนวเขตด้านทิศเหนือจดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1301 ช่วงกิโลเมตรที่ 5 ถึงกิโลเมตรที่ 7
ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2550 บริษัทฯ มีหนังสือขออนุญาตก่อสร้างสะพาน (คสล.) และถนนลอดใต้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1301 ช่วงกิโลเมตรที่ 6+150 - 6+200 และกรมทางหลวงได้อนุญาตให้ก่อสร้าง โดยการก่อสร้างดังกล่าวจำเป็นต้องสร้างทางเบี่ยงเข้าไปในโฉนดที่ดินของบริษัทฯ และปิดการใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1301 บริเวณที่มีการก่อสร้างสะพาน และให้ไปใช้ทางเบี่ยงที่บริษัทฯ สร้างขึ้นทดแทน
จากนั้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2551 บริษัทฯ ยื่นคำขออนุญาตทำเหมืองใกล้ทางหลวงหรือทางน้ำสาธารณะ ซึ่งกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้อนุญาตให้บริษัทฯ ทำเหมืองใกล้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1301 ในระยะ 20 เมตร ตามมาตรา 57 ประกอบมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510
และได้รับอนุญาตให้ปิดกั้น ทำลาย หรือทำให้เสื่อมประโยชน์แก่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1301 จากผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ตามใบอนุญาตเลขที่ 1/2553 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 โดยลักษณะการทำเหมือง เป็นการขุดดินลึกลงไปเป็นชั้นๆ การขุดดินใกล้เขตทางหลวงดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1301 ทรุดตัว มีรอยแตกร้าวและการเลื่อนสไลด์ของชั้นหิน
ต่อมาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2554 บริษัทฯ มีหนังสือแจ้งกรมทางหลวงขออนุญาตเข้าปรับปรุงทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1301 ซึ่งกรมทางหลวงแจ้งให้บริษัทฯ ดำเนินการให้ใด้ตามมาตรฐานของกรมทางหลวง โดยให้บริษัทฯ จัดทำแบบ วิธีการก่อสร้าง และแผนงานเสนอกรมทางหลวงพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการก่อสร้าง
จากนั้นวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 บริษัทฯ มีหนังสือแจ้งอธิบดีกรมทางหลวงว่า ประสงค์จะแก้ไขการชำรุดของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1301 พร้อมรายงานการสำรวจออกแบบและแบบงานก่อสร้างคืนสภาพ และเมื่อได้รับความเห็นชอบให้ปรับปรุงทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1301 บริษัทฯ จึงได้ดำเนินการปรับปรุงทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1301 ตามมาตรฐานของกรมทางหลวงจนแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2557
กรณีทางสาธารณประโยชน์ ปรากฏว่าบริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้ปิดกั้น ทำลาย หรือทำให้เสื่อมประโยชน์แก่ทางหลวงหรือทางน้ำสาธารณะในท้องที่จังหวัดพิจิตร รวม 5 เส้นทาง และในท้องที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 5 เส้นทาง รวมทั้งได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
ส่วนกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีอาญาในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินตามมาตรา 9 ประกอบมาตรา 108 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 และพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 มาตรา 55 ประกอบมาตรา 72 ตรี ในประเด็นการสร้างตะแกรงกันรถลื่นไถลบริเวณคอสะพาน (คสล.)
และกรณีกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินคดีอาญา ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9 ประกอบมาตรา 108 ทวิ และพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 มาตรา 55 ประกอบมาตรา 72 ตรี เป็นคดีอาญาที่ 1-14/2563 ในประเด็นเรื่องทางสาธารณประโยชน์ที่ไม่ได้ปรากฏอยู่ในแผนที่แนบท้ายประทานบัตร ซึ่งพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องบริษัทฯ
โดยทั้ง 2 ประเด็น ไม่ใช่ประเด็นกล่าวหาว่า มีการทำเหมืองในเขตพื้นที่ห้ามทำเหมือง หรือทำเหมืองนอกเขตประทานบัตรแต่อย่างใด
กรณีการเรียกค่าเสียหายจากการทำเหมืองบริเวณถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1301 นัน เมื่อยังไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่า บริษัทฯ ได้ทำเหมืองไม่เป็นไปตามแผนผังโครงการทำเหมือง อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 จึงยังไม่มีเหตุที่นายวิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ต้องดำเนินการเรียกค่าเสียหายจากมูลละเมิดต่อบริษัทฯ และต้องเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาเพิกถอนประทานบัตรต่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
กรณีการฟื้นฟูพื้นที่ทำเหมือง กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ได้กำกับดูแลให้บริษัทฯ ดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ที่ผ่านการทำเหมืองแร่แล้ว ตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามความในข้อ 3 และข้อ 4 (1) ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ 72/2559 ตั้งแต่ปี พ.ศ.2560-2563 โดยบริษัทฯ ได้รายงานผลการดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ในปี 2560-2561 ตามรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติงานตามแผนงานการฟื้นฟูพื้นที่ประกอบการเหมืองแร่ทองคำชาตรี จำนวน 12 ฉบับ
และรายงานผลการดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ในช่วงเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2561 ตามรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ฉบับเดือนมกราคม 2562 จำนวน 1 ฉบับ และรายงานผลการดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ในปี 2562-2563 ตามรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ฉบับเดือนกรกฎาคม 2562 ถึงเดือนมกราคม 2564 จำนวน 4 ฉบับ
ดังนั้น จึงไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่า ผู้ถูกร้องกระทำความผิดตามที่กล่าวหา จึงมีมติไม่รับเรื่องไว้พิจารณา” หนังสือสำนักงาน ป.ป.ช. (ลับ) ที่ ปช. 0030/0368 แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงวันที่ 22 เม.ย.2569 ลงนามโดยนายมงคล ศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตคดีความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. สำนักไต่สวมการทุจริตคดีความมั่นคงด้านทรัพยากรธธธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุ
อ่านประกอบ :
ศาลฯสั่ง‘บ.อัคราฯ’ชดใช้‘ค่าเสื่อมสุขภาพ-จิตใจ’ชาวบ้าน 386 ราย ได้รับผลกระทบจากเหมืองทอง
‘ชาวบ้าน’นำ‘ปทส.’ชี้จุดเก็บ‘ตัวอย่างน้ำ’ ประกอบสำนวนคดี‘บ่อเก็บกากแร่’เหมืองทองรั่วปี 58
‘ดีเอสไอ’รับคดี‘บมจ.อัคราฯ’ส่อใช้‘นอมินี’ถือครองที่ดินทำ‘เหมืองทองคำ’เป็น‘คดีพิเศษ’
‘ศาลปค.กลาง’พิพากษายกฟ้อง‘อธิบดี กพร.’สั่ง‘อัคราฯ’แก้ไขปัญหา‘บ่อกักเก็บกากแร่’รั่วซึม
'กลุ่มปฏิรูปเหมืองทองฯ'ร้อง'อสส.' ข้องใจ'อัยการ'ไม่ฟ้อง'บ.อัคราฯ'ข้อหาลักลอบขุดถนนหลวง
อัยการสั่งฟ้อง 4 ผู้ต้องหา คดีเหมืองทองอัครา ข้อหายึดที่ดินรัฐ-ครอบครองป่า
คดีสั่งฟ้อง‘บ.อัคราฯ’ข้อหานอมินี ถึงมือ‘อัยการสูงสุด’แล้ว-เร่ง‘ดีเอสไอ’สอบเพิ่มคดีเก่า
DSI แถลงผลคดีพิเศษ 4 ด้าน ยกความสำเร็จปมโรงพัก สตช.-ป.ป.ช.ชี้มูลเหมืองทองอัครา
มีรั้วกั้นเขตแต่ไม่ตรวจสอบ! พลิกคดีออกโฉนด‘บ.อัคราฯ’มิชอบ-ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ชี้มูลฯ
‘ป.ป.ช.’ชี้มูลความผิด‘จนท.รัฐ-บ.อัคราฯ’ คดีออกโฉนดรุกพื้นที่ป่าไม้-ส่งสำนวน‘อัยการ’แล้ว
‘ดีเอสไอ’ตั้งเรื่องสืบสวนฯ กรณีร้องเรียน‘บ.อัคราฯ’ทำสารพิษรั่วไหลออกนอกเหมืองทองคำปี 60
ไม่มีเหตุอันควร! แพร่คำสั่ง‘อัยการสูงสุด’ไม่อุทธรณ์ คดีเปลี่ยนแปลงแผนผังเหมืองทองอัคราฯ
ยกฟ้อง! อดีตอธิบดีกรมอุตฯ-พวก ไฟเขียว บ.อัคราฯ เปลี่ยนผังเหมืองทอง- ป.ป.ช.ค้าน อสส.
DSI สั่งฟ้อง‘บ.อัคราฯ’ข้อหานอมินี-เครือข่ายปชช.จี้‘อัยการ’สาง 4 คดี ชี้ 4 ปีไม่คืบหน้า
เปิดตัว‘สวนสักพัฒนา’เครือ‘อัคราฯ’ ในสำนวน ป.ป.ช.คดีรับเงินเอื้อ บ.เหมืองแร่

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา